ขีดความสามารถของบุคลากรด้านโลจิสติกส์เพื่อรองรับเศรษฐกิจสร้างสรรค์ กรณ๊ศึกษา อุตสาหกรรมยานยนต์และชิ้นส่วน
Main Article Content
บทคัดย่อ
การวิจัยนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาแนวคิด ทฤษฎีของขีดความสามารถที่จำเป็นของบุคลากรด้านโลจิสติกส์ เพื่อรองรับเศรษฐกิจสร้างสรรค์ และเพื่อกำหนดรายการขีดความสามารถของบุคลากรด้านโลจิสติกส์ เพื่อรองรับเศรษฐกิจสร้างสรรค์ ของอุตสาหกรรมยานยนต์และชิ้นส่วน เป็นการวิจัยเชิงคุณภาพ (Qualitative Research) เป็นการวิจัยที่ต้องอาศัยข้อมูลที่มีอยู่แล้วและข้อมูลที่ได้จากการสัมภาษณ์เชิงลึก (In-depth Interview) ซึ่งทำให้ได้ข้อมูลที่มีการยืนยันจากหลายๆ บุคคลที่เกี่ยวข้องเพื่อสนับสนุนความถูกต้องของข้อมูลและนำมาวิเคราะห์ข้อมูลโดยการทำการวิเคราะห์เนื้อหา (Content Analysis) กลุ่มตัวอย่างที่ใช้ในการวิจัยครั้งนี้ ประกอบด้วยผู้เชี่ยวชาญและบุคลากรที่เกี่ยวข้องในเรื่องที่ศึกษา ผู้เชี่ยวชาญด้านโลจิสติกส์ในกลุ่มอุตสาหกรรมยานยนต์และชิ้นส่วน และบุคลากรด้านโลจิสติกส์ ผลการศึกษาพบว่า รายการขีดความสามารถของบุคลากรด้านโลจิสติกส์เพื่อรองรับเศรษฐกิจสร้างสรรค์ ตามความคิดเห็นของนักวิชาการและผู้เชี่ยวชาญด้านโลจิสติกส์ บุคลากรด้านโลจิสติกส์ควรมีขีดความสามารถหลัก 5 อันดับแรก คือ ความรู้เกี่ยวกับองค์กร การทำงานเป็นทีม การวางแผนการปฏิบัติงาน และทักษะสื่อสารภายนอกองค์กร และรายการขีดความสามารถตามตำแหน่งงานนั้นบุคลากรด้านโลจิสติกส์ ควรมีความรู้เฉพาะเกี่ยวกับโลจิสติกส์อย่างแท้จริง สามารถนำมาปฏิบัติในงาน (กิจกรรมหลักของโลจิสติกส์) ได้อย่างมีประสิทธิภาพ และมีการประยุกต์ใช้เป็นทักษะเฉพาะในการปฏิบัติงานของตน และสำหรับบุคลากรด้านโลจิสติกส์นั้น ในด้านขีดความสามารถในการวางแผน เช่น สามารถตั้งเป้าหมายที่เหมาะสมและพัฒนาวิธีการเพื่อบรรลุเป้าหมายนั้นได้ และสามารถจัดลำดับความสำคัญของงานและสามารถจัดสร้างแผนงานได้อย่างเหมาะสมมากที่สุด รองลงมาคือ ความรู้เกี่ยวกับองค์กรมีความรู้ อาทิ วิสัยทัศน์ เป้าหมายกลยุทธ์นโยบายโครงสร้างระบบและลักษณะการทำงาน วัฒนธรรม สถานะทางการตลาด คู่แข่ง การเงินการวางแผนยอดขายและกฎระเบียบในการดำเนินธุรกิจของบริษัท เพื่อใช้เป็นแนวทางในการบริหารงานและการทำงานเป็นทีมที่ดี และในด้านขีดความสามารถด้านตำแหน่งงานนั้น ส่วนใหญ่ให้ความสำคัญ ในเรื่อง การจัดการสินค้าคงคลัง และวัตถุดิบมากที่สุด โดยเฉพาะในการนำนวัตกรรมด้านโลจิสติกส์ เช่น RFID มาประยุกต์ใช้ในการบริหารจัดการสินค้าคงคลังและวัตถุดิบโดยคำนึงถึงความต่อเนื่องของการผลิตแหล่งวัตถุดิบ ปริมาณการใช้และวิธีการขนส่ง รองลงมาคือการจัดการสินค้าคงคลัง ในเรื่องการพัฒนาและปรับปรุงรูปแบบโครงสร้างของคลังสินค้าในรูปแบบ ศูนย์กระจายสินค้า (Distribution Center) หรือ การจัดส่งแบบ Cross Docking และ กิจกรรมด้านคลังสินค้า ตามลำดับ
Article Details
นโยบายการรับบทความ
กองบรรณาธิการวารสารสถาบันเทคโนโลยีไทย-ญี่ปุ่น มีความยินดีรับบทความจากอาจารย์ นักศึกษา และผู้ทรงคุณวุฒิในสาขาบริหารธุรกิจและภาษา ที่เขียนเป็นภาษาไทยหรือภาษาอังกฤษ ซึ่งผลงานวิชาการที่ส่งมาขอตีพิมพ์ต้องไม่เคยเผยแพร่ในสิ่งพิมพ์อื่นใดมาก่อน และต้องไม่อยู่ในระหว่างการพิจารณาของวารสารอื่นที่นำส่ง ดังนั้นผู้สนใจที่จะร่วมเผยแพร่ผลงานและความรู้ที่ศึกษามาสามารถนำส่งบทความได้ที่กองบรรณาธิการเพื่อเสนอต่อคณะกรรมการกลั่นกรองบทความพิจารณาจัดพิมพ์ในวารสารต่อไป ทั้งนี้บทความที่สามารถเผยแพร่ได้ประกอบด้วยบทความวิจัย ผู้สนใจสามารถศึกษาและจัดเตรียมบทความจากคำแนะนำสำหรับผู้เขียนบทความ
การละเมิดลิขสิทธิ์ถือเป็นความรับผิดชอบของผู้ส่งบทความโดยตรง บทความที่ได้รับการตีพิมพ์ต้องผ่านการพิจารณากลั่นกรองคุณภาพจากผู้ทรงคุณวุฒิและได้รับความเห็นชอบจาก กองบรรณาธิการ
ข้อความที่ปรากฏภายในบทความของแต่ละบทความที่ตีพิมพ์ในวารสารวิชาการเล่มนี้ เป็น ความคิดเห็นส่วนตัวของผู้เขียนแต่ละท่าน ไม่เกี่ยวข้องกับสถาบันเทคโนโลยีไทย-ญี่ปุ่น และคณาจารย์ท่านอื่น ๆ ในสถาบัน แต่อย่างใด ความรับผิดชอบด้านเนื้อหาและการตรวจร่างบทความแต่ละบทความเป็นของผู้เขียนแต่ละท่าน หากมีความผิดพลาดใด ๆ ผู้เขียนแต่ละท่านจะต้องรับผิดชอบบทความของตนเองแต่ผู้เดียว
กองบรรณาธิการขอสงวนสิทธิ์มิให้นำเนื้อหา ทัศนะ หรือข้อคิดเห็นใด ๆ ของบทความในวารสารวิชาการ สถาบันเทคโนโลยีไทย-ญี่ปุ่น ไปเผยแพร่ก่อนได้รับอนุญาตจากผู้นิพนธ์อย่างเป็นลายลักษณ์อักษร ผลงานที่ได้รับการตีพิมพ์ถือเป็นลิขสิทธิ์ของวารสารสถาบันเทคโนโลยีไทย-ญี่ปุ่น
หากต้องการสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมที่
- กองบรรณาธิการ วารสารสถาบันเทคโนโลยีไทย-ญี่ปุ่น
- ฝ่ายวิจัยและนวัตกรรม สถาบันเทคโนโลยีไทย-ญี่ปุ่น
เลขที่ 1771/1 สถาบันเทคโนโลยีไทย-ญี่ปุ่น ซอยพัฒนาการ 37-39 ถนนพัฒนาการ แขวงสวนหลวง เขตสวนหลวง กรุงเทพมหานคร 10250 ติดต่อกับคุณพิมพ์รต พิพัฒนกุล (02) 763-2752 , คุณอาริสา จิระเวชถาวร (02) 763-2600 Ext. 2704 Fax. (02) 763-2754 หรือ E-mail: JBAL@tni.ac.th
เอกสารอ้างอิง
R. Florida. 2002. “The Rise of the Creative Class”. New York: Basic books.
Gary Hamel. & C.K. Prahalad.1994. Competing for the future. Massachusetts: Harvard Business School Press. McClelland, D.C. 1973. Testing for competence rather than for “intelligence.”American Psychologist, January, 1-14.
สมบัติ กุสุมาลี. 2553. ปัจจัยขับเคลื่อนเศรษฐกิจสร้างสรรค์ ริชาร์ด ฟลอริด้ากับตัวแบบ 3T. For Quality Management (ปีที่ 16) ฉบับที่ 150, หน้า 95-99
ทวีศักดิ์ เทพพิทักษ์. 2550. การจัดการโลจิสติกส์. เอ็กเพิร์สเน็ต. กรุงเทพมหานคร
McClelland, D.C. 1973. Testing for competence rather than for “intelligence.” American Psychologist, January, 1-14.
พอร์เตอร์, ไมเคิล อี. 2546. รายงานการศึกษาพัฒนาขีดความสามารถในการแข่งขันของไทย. สำนักงานคณะกรรมการพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ. กรุงเทพมหานคร
Gary Hamel. & C.K. Prahalad. 1994. Competing for the future. Massachusetts: Harvard Business School Press.
Spencer, L. M. & Spencer S. M. 1993. Competing for the suture. Massachusetts: Harvard Business School Press.
Green, P. C. 1999. Building robust competencies: Linking human resource systems to organizational strategies. San Francisco, CA: Jossey-Bass.