บทบาทและวิธีการเผยแผ่พระพุทธศาสนาของพระอานนท์เถระ
คำสำคัญ:
การเผยแผ่พระพุทธศาสนา, พระอานนท์เถระ, การทำสังคายนาบทคัดย่อ
บทความวิจัยเรื่อง “บทบาทและวิธีการเผยแผ่พระพุทธศาสนาของพระอานนท์เถระ” มีวัตถุประสงค์ 1) เพื่อศึกษาพัฒนาการและหลักการเผยแผ่ของพระพุทธศาสนาเถรวาท 2) เพื่อศึกษาบทบาท และวิธีการเผยแผ่พระพุทธศาสนาของพระอานนท์เถระ 3) เพื่อวิเคราะห์บทบาทในการทำสังคายนาของพระอานนท์เถระ
ผลการวิจัยพบว่า พัฒนาการและหลักการเผยแผ่พระพุทธศาสนาเถรวาทนั้น มีอยู่ 2 ยุค คือ ยุคสมัยพุทธกาล และยุคหลังสมัยพุทธกาล โดยเฉพาะอย่างยิ่งการทำสังคายนาพระธรรมวินัย ครั้งแรก ซึ่งนำโดยพระมหากัสสปเถระในฐานะประธานสงฆ์ ได้มีมติสรุปเป็นหลักการว่า คณะจักดำรงพระธรรมวินัยของพระพุทธเจ้าไว้โดยไม่มีการเปลี่ยนแปลง พัฒนาการพระพุทธศาสนาเถรวาทครั้งสำคัญเกิดในสมัยการสังคายนาครั้งที่ 3 ซึ่งคัมภีร์พระไตรปิฎกได้ถูกร้อยกรองอย่างสมบูรณ์ และมีการส่งสมณทูตไปเผยแผ่พระพุทธศาสนาในดินแดนต่าง ๆ
พระอานนท์เถระ เป็นโอรสของพระเจ้าอมิโตทนะ เป็นสหชาติ และเป็นผู้ใกล้ชิดกับพระพุทธองค์ตั้งแต่ทรงพระเยาว์ ในฐานะพระอนุชา ภายหลังท่านได้รับยกย่องเป็นอสีติมหาสาวก และเป็นพุทธอุปัฏฐาก ท่านนิพพานริมฝั่งแม่น้ำโรหิณี เมื่ออายุได้ 120 ปี หลังพุทธปรินิพพาน 40 ปี ก่อนที่ท่านจะนิพพานได้มีบทบาทสนับสนุนให้ผู้หญิงได้บวชเป็นภิกษุณีในพระพุทธศาสนา จนเป็นที่ยอมรับในหมู่สงฆ์ พระพุทธองค์จึงทรงประทานเอตทัคคะ ด้านผู้เป็นเลิศกว่าภิกษุทั้งหลาย 5 ประการ คือผู้เป็นพหูสูต ผู้มีสติ ผู้มีคติ ผู้มีผู้มีธิติ คือความเพียร ผู้เป็นอุปัฏฐาก และมีวิธีการเผยแผ่พระพุทธศาสนาโดยการแสดงธรรมเทศนา การสนทนาธรรม และการโต้ตอบปัญหาธรรมแก่พระฉันนะ พระนางมหาปชาบดี และพระเจ้าปเสนทิโกศล และบุคคลอื่น ๆ จนเกิดความศรัทธาในพระพุทธศาสนา
ในการทำสังคายนานั้น พระอานนท์เถระมีบทบาทในการวิสัชนาพระธรรม ขณะที่พระอุบาลีเถระได้รับมอบหมายให้วิสัชนาพระวินัย เนื่องจากพระอานนท์เป็นผู้ทรงจำคำสอนของพระพุทธเจ้าได้มากที่สุด กล่าวได้ว่าเนื้อหาของพระสูตรทั้งหมดมาจากการวิสัชนา หลักธรรมคำสอนของพระพุทธเจ้า และการสังคายนาได้ทำให้คำสอนของพระพุทธเจ้าถูกร้อยกรองให้เป็นหมวดหมู่ อย่างถูกต้องครบถ้วนสมบูรณ์ ทำให้พระพุทธศาสนาเถรวาทเจริญรุ่งเรืองมาจนถึงปัจจุบัน
ดาวน์โหลด
เผยแพร่แล้ว
รูปแบบการอ้างอิง
ฉบับ
ประเภทบทความ
สัญญาอนุญาต
ทัศนะและความคิดเห็นที่ปรากฏในบทความวารสารฉบับนี้ถือเป็นความรับผิดชอบของผู้เขียนบทความนั้น ไม่ถือเป็นทัศนะและความรับผิดชอบของบรรณาธิการ