การพัฒนาศูนย์การเรียนรู้ศิลปะแบบบายนในจังหวัดบุรีรัมย์
คำสำคัญ:
ศูนย์การเรียนรู้, ศิลปะแบบบายนบทคัดย่อ
บทความวิจัยเรื่อง “การพัฒนาศูนย์การเรียนรู้ศิลปะแบบบายนจังหวัดบุรีรัมย์” มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาประวัติศาสตร์และศิลปวัฒนธรรมแบบบายน และพัฒนาศูนย์การเรียนรู้ศิลปวัฒนธรรมแบบบายนในจังหวัดบุรีรัมย์ กลุ่มตัวอย่างที่ในการศึกษาครั้งนี้คือปราสาทขอมที่เป็นศิลปะแบบบายนในเขตจังหวัดบุรีรัมย์ จำนวน 6 แห่ง โดยใช้วิธีการวิจัยเชิงคุณภาพ เครื่องมือที่ใช้ในการเก็บรวบรวมข้อมูลเป็นแบบสัมภาษณ์ที่ผู้วิจัยสร้างขึ้นเอง โดยการวิเคราะห์เชิงเนื้อหา ผลการวิจัยปรากฏว่าศิลปะแบบบายนมีพัฒนาการสืบเนื่องมาจากศิลปะแบบบาปวนและศิลปะแบบนครวัด หรือที่เป็นที่รู้จักกันในหมู่นักประวัติศาสตร์และนักโบราณคดีว่า “ศิลปะแบบบายน” พระเจ้าชัยวรมันที่ 7 (1724-1771) ทรงยึดเอาศูนย์กลางแห่งลักษณะเฉพาะดังกล่าวจากพุทธสถานที่สร้างขึ้นในรัชสมัยของพระองค์มาเป็นชื่อเรียกรูปแบบศิลปะ ลักษณะเฉพาะที่สำคัญของศิลปะแบบบายน คือการแสดงความรู้สึกที่เร้นลับและใบหน้าที่อมยิ้มของภาพจำหลักบนยอดปราสาท ศิลปะแบบบายนได้เข้ามามีอิทธิพลในประเทศไทยตั้งแต่ครั้งก่อนกรุงสุโขทัย เนื่องจากการแผ่พระราชอำนาจของพระเจ้าชัยวรมันที่ 7 เข้ามาทางแถบภาคอีสานโดยสร้างปราสาทหินพิมาย ที่นครราชสีมา ได้มีการสร้างอโรคยาศาลา หรือสถานพยาบาลเล็กๆ เรียงรายจากนครธมจนถึงพิมาย ในจังหวัดบุรีรัมย์พบว่ามีศิลปะแบบบายนจำนวน 6 แห่ง คือ 1) วิหาร 2 หลัง ที่ปราสาทพนมรุ้ง คือวิหารใต้ และวิหารเหนือ 2) ปราสาทหนองปล่อง 3) ปราสาทบ้านโคกปราสาท (โคกงิ้ว) 4) กุฏิฤาษี (ปราสาทบ้านบุ) 5) ปราสาทน้อย (กุฏิฤาษี) และ 6) ปราสาทหินกุฏิฤาษี (หนองบัวราย)
ดาวน์โหลด
เผยแพร่แล้ว
รูปแบบการอ้างอิง
ฉบับ
ประเภทบทความ
สัญญาอนุญาต
ทัศนะและความคิดเห็นที่ปรากฏในบทความวารสารฉบับนี้ถือเป็นความรับผิดชอบของผู้เขียนบทความนั้น ไม่ถือเป็นทัศนะและความรับผิดชอบของบรรณาธิการ