การพัฒนาหมู่บ้านท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรมโดยการมีส่วนร่วมของชุมชน: กรณีศึกษาบ้านกุดโง้ง อำเภอเมือง จังหวัดชัยภูมิ
คำสำคัญ:
การพัฒนาหมู่บ้านท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรม, การมีส่วนร่วมของชุมชนบทคัดย่อ
บทความวิจัยนี้มีวัตถุประสงค์ 1) เพื่อศึกษาสภาพทั่วไปและวิเคราะห์สภาพแวดล้อมของหมู่บ้านท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรมบ้านกุดโง้ง 2) เพื่อศึกษาความพึงพอใจของนักท่องเที่ยวต่อการจัดการสภาพแวดล้อมชุมชนในการพัฒนาหมู่บ้านท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรม 3) เพื่อหาแนวทางที่เหมาะสมในการพัฒนาหมู่บ้านท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรมโดยการมีส่วนร่วมของชุมชน การวิจัยครั้งนี้เป็นการวิจัยผสมผสาน ประชากรที่ทำการศึกษาคือชาวบ้านกุดโง้ง อำเภอเมือง จังหวัดชัยภูมิ การวิจัยเชิงปริมาณกลุ่มตัวอย่างที่ใช้คือตัวแทนนักท่องเที่ยวที่เดินทางมาเที่ยวชมใบเสมาบ้านกุดโง้ง จำนวน 380 คน ใช้วิธีการสุ่มตัวอย่างแบบบังเอิญ (Accidental Sampling) เครื่องมือที่ใช้คือแบบสอบถามความพึงพอใจของนักท่องเที่ยว สถิติที่ใช้ในการวิเคราะห์ข้อมูลคือ ค่าร้อยละ ค่าเฉลี่ย และส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน ส่วนการวิจัยเชิงคุณภาพกลุ่มตัวอย่างคือบุคคลสำคัญของชุมชน (Key informant) ได้แก่ ผู้นำชุมชน ปราชญ์ชาวบ้าน ผู้ทรงคุณวุฒิ คณะกรรมการหมู่บ้าน กลุ่มชาวบ้าน
ผลการวิจัยพบว่า
- สภาพทั่วไปของชุมชนบ้านกุดโง้งมีความอุดมสมบูรณ์ ภายในหมู่บ้านมีกุดลักษณะเป็นเกาะคดโค้งมากจึงเรียกว่าบ้านกุดโง้ง สันนิษฐานว่าดินแดนแห่งนี้เป็นที่อยู่อาศัยของชนชาติลาวมาก่อน จากหลักฐานใบเสมาหินที่มีขนาดใหญ่มีอยู่เป็นจำนวนมากภายในหมู่บ้าน บ้านกุดโง้งเป็นหมู่บ้านที่ต่างจากหมู่บ้านอื่น ๆ เนื่องจากมีลำห้วยล้อมรอบหมู่บ้าน ในปี พ.ศ. 2442 ชาวบ้านอพยพจากบ้านผือ ตำบลกุดตุ้ม อำเภอเมืองชัยภูมิ มาตั้งถิ่นฐานจนเจริญรุ่งเรืองมาถึงปัจจุบัน ส่วนการวิเคราะห์สภาพแวดล้อมของหมู่บ้าน พบว่า จุดเด่นของหมู่บ้านคือมีทรัพยากรธรรมชาติที่อุดมสมบูรณ์ มีวัฒนธรรมสืบทอดกันมานาน มีใบเสมาหินศิลปะสมัยทวารดีเป็นศูนย์กลางของชุมชน เป็นหมู่บ้านต้นแบบ จุดอ่อนของหมู่บ้านคือมีรายได้น้อยและมีค่านิยมการใช้จ่ายฟุ่มเฟือย โอกาสของชุมชนคือ นโยบายรัฐส่งเสริมการจัดการท่องเที่ยวโดยชุมชน ส่วนอุปสรรคคือขาดแคลนงบประมาณและหน่วยงานให้การสนับสนุนการพัฒนาหมู่บ้าน
- ความพึงพอใจของนักท่องเที่ยวต่อการจัดการสภาพแวดล้อมชุมชนในการพัฒนาหมู่บ้านท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรมบ้านกุดโง้ง พบว่า นักท่องเที่ยวมีความพึงพอใจที่มีค่าเฉลี่ยสูงสุดคือด้านอัธยาศัยไมตรีของคนในชุมชน มีค่าเฉลี่ยอยู่ในระดับมาก ( = 4.38) รองลงมาคือด้านสวัสดิการและความปลอดภัย มีค่าเฉลี่ยอยู่ในระดับมาก ( = 4.06) ด้านการนำเที่ยวและความน่าสนใจของชุมชน มีค่าเฉลี่ยอยู่ในระดับมาก ( = 3.76) ด้านสาธารณูปโภคและสิ่งอำนวยความสะดวก มีค่าเฉลี่ยอยู่ในระดับมาก ( = 3.68) ด้านการเดินทางมาท่องเที่ยว มีค่าเฉลี่ยอยู่ในระดับปานกลาง ( = 3.55) และด้านร้านขายอาหาร-เครื่องดื่มและของทีระลึก มีค่าเฉลี่ยอยู่ในระดับปานกลาง ( = 3.39)
3. ส่วนแนวทางที่เหมาะสมสำหรับการพัฒนาหมู่บ้านท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรม พบว่า ควรจัดหมู่บ้านท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรมให้เกิดความพร้อมมากขึ้น ได้แก่ พื้นที่จำหน่ายสินค้าหรือผลิตภัณฑ์ในชุมชน พัฒนาอาคารสถานที่ให้เหมาะสม การจัดพื้นที่แหล่งเรียนรู้และศูนย์บริการนักท่องเที่ยว เพิ่มเส้นทางท่องเที่ยวทั้งทางบกและทางน้ำ การพัฒนาคนในชุมชนให้มีศักยภาพและมีความพร้อมสำหรับบริการนักท่องเที่ยว
ดาวน์โหลด
เผยแพร่แล้ว
รูปแบบการอ้างอิง
ฉบับ
ประเภทบทความ
สัญญาอนุญาต
ทัศนะและความคิดเห็นที่ปรากฏในบทความวารสารฉบับนี้ถือเป็นความรับผิดชอบของผู้เขียนบทความนั้น ไม่ถือเป็นทัศนะและความรับผิดชอบของบรรณาธิการ