ศึกษาวิเคราะห์โทษจากการล่วงละเมิดสิกขาบทเสขิยวัตร

ผู้แต่ง

  • พระสุขเกษม กิตฺติธโร เมืองสันเทียะ มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย วิทยาเขตสุรินทร์

คำสำคัญ:

โทษ, ล่วงละเมิด, เสขิยวัตร

บทคัดย่อ

          การวิจัยเรื่อง “ศึกษาวิเคราะห์โทษจากการล่วงละเมิดสิกขาบทเสขิยวัตร” มีวัตถุประสงค์ 3 ประการ คือ 1) เพื่อศึกษาต้นบัญญัติของการบัญญัติสิกขาบทเสขิยวัตร 2) เพื่อศึกษาหลักการเหตุผลในการบัญญัติสิกขาบทเสขิยวัตร 3) เพื่อศึกษาโทษที่เกิดจากการล่วงละเมิดในสิกขาบทเสขิยวัตร ผลการวิจัยพบว่า เสขิยวัตรสิกขาบท มีต้นบัญญัติจากภิกษุฉัพพัคคีย์ได้แก่พระปัณฑุกะ พระโลหิตกะ พระเมตติยะ พระภุมมชกะ พระอัสสชิ และพระปุนัพพสุกะ เดิมที เป็นสหายกันตั้งแต่ก่อนบวช อาศัยอยู่ในกรุงสาวัตถี เมื่อบวชแล้วได้มีสมัญญานามปรากฏในพระพุทธศาสนาว่า “ฉัพพัคคีย์” หมายถึง ภิกษุที่มีพวก 6 รูป ซึ่งพวกท่านทั้ง 6 รูป เป็นภิกษุกลุ่มหนึ่งที่ประพฤติตนไม่เหมาะสม เหตุเนื่องจากอาศัยความคึกคะนองและความดื้อรั้นอันเป็นอุปนิสัยส่วนตัวและความไม่ละอายต่อความผิด ไม่มีความเอื้อเฟื้อต่อพระวินัย ได้สร้างความเสียหายให้เกิดขึ้นแก่พระพุทธศาสนาอย่างมาก เป็นกลุ่มภิกษุที่เป็นต้นเหตุให้พระพุทธองค์ทรงบัญญัติสิกขาบทมากที่สุด ซึ่งจัดเป็นอาทิกัมมิกะ คือ ต้นบัญญัติและอนุบัญญัติจำนวน 227 สิกขาบทได้แก่ ปาราชิก 4 สิกขาบท, สังฆาทิเสส 13 สิกขาบท, นิสสัคคิยปาจิตตีย์ 30 สิกขาบท, ปาจิตตีย์ 92 สิกขาบท, ปาฏิเทสนียะ 4 สิกขาบท และเสขิยวัตร 75 สิกขาบท นอกจากนี้ยังเป็นต้นบัญญัติแห่งสิกขาบทนอกพระปาฏิโมกข์อีกจำนวนมาก พระพุทธบัญญัติเป็นกฎระเบียบข้อบังคับที่พระพุทธเจ้าตั้งไว้เพื่อปกครองภิกษุให้ประพฤติเรียบร้อยดีงาม ถือเป็นรากแก้วของพระพุทธศาสนาเรียกว่า “พระวินัย หรือ ศีล 227 ข้อ” ซึ่งเกิดขึ้นจากการที่มีภิกษุประพฤติไม่ถูกต้องเหมาะสมหรือประพฤติเสียหายขึ้น จนชาวบ้านพากันตำหนิโพนทะนา ทรงรับทราบแล้วจึงให้ประชุมสงฆ์ ไต่สวนได้ความจริงแล้วจึงทรงบัญญัติเป็นข้อห้ามไว้

          หลักการและเหตุผลที่ทรงบัญญัติขึ้นมานั้น เพราะพุทธองค์ได้ทรงเล็งเห็นแล้วว่าจะเกิดผลดีในภายภาคหน้าแก่ศาสนาของพระองค์ เมื่อภิกษุและภิกษุณีเกิดขึ้นในพระพุทธศาสนาและกระทำความผิดพระพุทธเจ้าได้ทรงบัญญัติสิกขาบท โดยทรงตั้งเป้าหมายไว้ 10 ประการ คือ

  1. ให้เป็นที่ยอมรับของสังคม  6. กำจัดอาสวะอันจะเกิดขึ้นในอนาคต
  2. ให้สังคมมีความสุข 7. ความเลื่อมใสของคนที่ยังไม่เลื่อมใส
  3. ข่มบุคคลผู้สอนยาก 8. ความเลื่อมใสยิ่งของคนที่เลื่อมใสแล้ว
  4. ความผาสุกแห่งภิกษุ 9. ความตั้งมั่นแห่งพระสัทธรรม
  5. ปิดกั้นอาสวะที่จะบังเกิดขึ้นในปัจจุบัน 10. เอื้อเฟื้อพระวินัย

          ถ้าหากภิกษุและภิกษุณีประพฤติเสียหายจากการแสดงพฤติกรรมต่าง ๆ ที่เรียกว่าความผิด พระพุทธเจ้าทรงประชุมสงฆ์บัญญัติสิกขาบท โดยมีวัตถุประสงค์ คือ เพื่อสำรอกราคะ สร่างความเมา ดับกระหาย ถอนอาลัย ตัดวัฏฏะ สิ้นตัณหา คลายกำหนัด ดับ นิพพาน พระพุทธเจ้าได้ทรงบัญญัติสิกขาบทในส่วนที่เป็นเสขิยวัตร ซึ่งเป็นสิกขาบทที่ให้พระภิกษุสงฆ์พึงสำเหนียกไว้ มีจำนวน 75 สิกขาบทสิกขาบทเสขิยวัตรแบ่งเป็น 4 กลุ่มตามสาระสำคัญดังนี้กลุ่มที่ 1 ว่าด้วยธรรมเนียมควรประพฤติในเวลาเข้าหมู่บ้าน เริ่มตั้งแต่การนุ่งห่มเรียบร้อยในขณะที่อยู่ชุมชนการสำรวมระวังอิริยาบถ การพูดคุยกันให้อยู่ในลักษณะที่เหมาะสมเมื่ออยู่ในชุมชน กลุ่มที่ 2 ว่าด้วยธรรมเนียมในการรับบิณฑบาต เริ่มตั้งแต่อิริยาบถในการรับบิณฑบาตการขบฉันอย่างเป็นระเบียบเรียบร้อย กลุ่มที่ 3 ว่าด้วยธรรมเนียมในการแสดงธรรม เริ่มตั้งแต่การแสดงธรรมอย่างถูกกาลเทศะ ไม่แสดงธรรมแก่บุคคลผู้อยู่ในอาการไม่เคารพธรรม กลุ่มที่ 4 ว่าด้วยธรรมเนียมในการถ่ายอุจจาระปัสสาวะและบ้วนน้ำลาย

ดาวน์โหลด

เผยแพร่แล้ว

2016-06-28

รูปแบบการอ้างอิง

เมืองสันเทียะ พ. . ก. . . (2016). ศึกษาวิเคราะห์โทษจากการล่วงละเมิดสิกขาบทเสขิยวัตร . วารสารวิชาการ มจร บุรีรัมย์, 1(1), 1–9. สืบค้น จาก https://so06.tci-thaijo.org/index.php/ambj/article/view/241639

ฉบับ

ประเภทบทความ

Research Articles