วรรณกรรมเพลงของจังหวัดเพชรบูรณ์ ประเทศไทยและวรรณกรรมเพลงแขวงเวียงจันทน์ ประเทศสาธารณรัฐประชาธิปไตย ประชาชนลาว: การศึกษาภาพสะท้อนทางสังคม

ผู้แต่ง

  • สุรธอม พาแก้ว หลักสูตรปรัชญาดุษฎีบัณฑิต สาขาวิชาภาษาไทย มหาวิทยาลัยราชภัฎลำปาง
  • บุญเหลือ ใจมโน หลักสูตรปรัชญาดุษฎีบัณฑิต สาขาวิชาภาษาไทย มหาวิทยาลัยราชภัฎลำปาง
  • ขนิษฐา ใจมโน หลักสูตรปรัชญาดุษฎีบัณฑิต สาขาวิชาภาษาไทย มหาวิทยาลัยราชภัฎลำปาง

คำสำคัญ:

เพลง, วรรณกรรม, ภาพสะท้อน

บทคัดย่อ

             บทความวิจัยนี้ มีวัตถุประสงค์เพื่อการศึกษาวรรณกรรมเพลงของ จังหวัดเพชรบูรณ์ประเทศไทย และวรรณกรรมเพลงแขวงเวียงจันทน์ ประเทศสาธารณรัฐประชาธิปไตย ประชาชนลาว การศึกษาภาพสะท้อนทางสังคม และได้รวบรวมเอกสารเนื้อหาของบทเพลง จากสื่อออนไลน์ โดยเลือกจำนวนเพลงเท่าที่สืบค้นได้ ประเทศละ 100 เพลง ตั้งแต่ปี พ.ศ. 2558 ถึง พ.ศ. 2562 ระยะเวลาประมาณ 5 ปี จากนั้นนำข้อมูลที่สืบค้นมาพิจารณา เพื่อคัดเลือกเพลงที่จะใช้สำหรับการวิจัย โดยเลือกเฉพาะเพลงที่มีเนื้อหาสะท้อนภาพสังคม ของจังหวัดเพชรบูรณ์ ประเทศไทย และแขวงเวียงจันทน์ ประเทศสาธารณรัฐประชาธิปไตย ประชาชนลาว เหลือประเทศละ 50 เพลง รวมจำนวน 100 เพลง ด้วยวิธีสุ่มตัวอย่างแบบง่าย (Simple Random Sampling: SRS) จากนั้นนำบทเพลงที่ได้รับการคัดเลือกตามจำนวนที่กำหนด  แล้วมาวิเคราะห์หากลวิธีการใช้ภาษาในบทเพลง โดยใช้กรอบแนวคิดด้านภาพสะท้อนทางสังคม

             ผลการวิจัยพบว่า

             วรรณกรรมเพลงของจังหวัดเพชรบูรณ์ ประเทศไทย และวรรณกรรมเพลงแขวงเวียงจันทน์ ประเทศสาธารณรัฐประชาธิปไตย ประชาชนลาว ได้มีเนื้อหาสะท้อนภาพสังคมทั้ง 8 ด้าน โดยมีเนื้อหาของบทเพลงสะท้อนภาพสังคมด้านภูมิศาสตร์และวิถีชีวิต มากที่สุด รองลงมาคือ ด้านความเชื่อและศาสนา ด้านภาษา ด้านประเพณี  ด้านเศรษฐกิจ ด้านการเมืองการปกครอง ด้านการศึกษา และด้านครอบครัว ตามลำดับ จากการศึกษาได้เห็นว่าการศึกษาภาพสะท้อนทางสังคมระหว่างประเทศไทยและประเทศสาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาว จากวรรณกรรมเพลงนั้น มีส่วนที่คล้ายคลึงและแตกต่างกัน ระหว่างวรรณกรรมเพลงทั้งสองประเทศ ซึ่งนอกจากจะเป็นประเทศที่มีเขตแดนติดกันแล้ว ยังฝังแน่นด้วยมิติความสัมพันธ์ทางด้านต่าง ๆ ดังกล่าวข้างต้น ของทั้งสองประเทศ

เอกสารอ้างอิง

กุสุมา รักษมณี. (2559). เนื้อหาและแนวคิดของวรรณคดีไทย. ในเอกสารการสอนชุดวิชาวรรณคดีไทย. นนทบุรี: มหาวิทยาลัยสุโขทัยธรรมาธิราช.

ชัยวัฒน์ ไชยสุข. (2558). กลวิธีการใช้ภาษาและภาพสะท้อนสังคมในวรรณกรรมบันเทิงคดีของมกุฏ อรฤดี. วิทยานิพนธ์ศิลปะศาสตรมหาบัณฑิต สาขาภาษาไทย. มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์.

จันทิมา อังคพณิชกิจ. (2561). การวิเคราะห์ข้อความ. พิมพ์ครั้งที่ 2. กรุงเทพมหานคร: สำนักพิมพ์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์.

บุญยงค เกศเทศ. (2562). มอญซอนสยาม: จากสาละวินถึงถิ่นแมกลอง. มหาสารคาม: กากะเยีย.

ปรานี วงษ์เทศ. (2556). พื้นบ้านพื้นเมือง. กรุงเทพมหานคร: เรือนแก้วการพิมพ์.

ปิ่นอนงค์ อำปะละ. (2558). ภาพสะท้อนสังคมในนวนิยายของโบตั๋น ตามแนววาทกรรมวิเคราะห์. วิทยานิพนธ์ศึกษาศาสตรมหาบัณฑิต สาขาการสอนภาษาไทย. มหาวิทยาลัยเชียงใหม่.

พัชรินทร์ บูรณะกร. (2558). ภาพสะท้อนสังคมไทยในวรรณกรรมของงามพรรณ เวชชาชีวะ. วิทยานิพนธ์ศิลปศาสตรมหาบัณฑิต สาขาการสื่อสารภาษาไทยเป็นภาษาที่สอง. มหาวิทยาลัยหัวเฉียวเฉลิมพระเกียรติ.

ลักขณา ศกุนะสิงห์. (2556). ความเชื่อและประเพณี: เกิด แต่งงาน ตาย. กรุงเทพฯ: พราวเพรส.

วสันต์ รัตนโภคา. (2561). วรรณกรรมกับสังคม. ใน เอกสารการสอนชุดวิชาศิลปะกับสังคมไทย. นนทบุรี: มหาวิทยาลัยสุโขทัยธรรมาธิราช.

วิไลศักดิ์ กิ่งคำ. (2562). ภาษาไทยถิ่น. กรุงเทพมหานคร: มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์.

สุวิไล เปรมศรีรัตน์. (2560). ความรู้ทั่วไปเกี่ยวกับภาษา ชาติพันธุ์ และ การจัดการศึกษา. นครปฐม: ศูนย์ศึกษาและฟื้นฟูภาษาและวัฒนธรรมในภาวะวิกฤต สถาบันวิจัยภาษาและวัฒนธรรมเอเชีย มหาวิทยาลัยมหิดล.

Abbott, A. (2013). On the concept of turning point. Comparative social research.

https://www.youtube.com/results?search_query: Vientiane Song.

https://www.youtube.com/results?search_query: Phetchabun Song.

Smith S and Hamon R. (2015). Exploring Family Theories. 3rd ed. New York: Oxford UniversityPress.

Vogel N. (2012). Analysis of Performance Excellence Evaluations of Regional Natural Resource Managemen.

ดาวน์โหลด

เผยแพร่แล้ว

2022-12-21

รูปแบบการอ้างอิง

พาแก้ว ส. ., ใจมโน บ. ., & ใจมโน ข. . (2022). วรรณกรรมเพลงของจังหวัดเพชรบูรณ์ ประเทศไทยและวรรณกรรมเพลงแขวงเวียงจันทน์ ประเทศสาธารณรัฐประชาธิปไตย ประชาชนลาว: การศึกษาภาพสะท้อนทางสังคม. วารสารวิชาการ มจร บุรีรัมย์, 7(2), 52–64. สืบค้น จาก https://so06.tci-thaijo.org/index.php/ambj/article/view/254306

ฉบับ

ประเภทบทความ

Research Articles