ผลของกิจกรรมแนะแนว ความสามารถในการเผชิญและฟันฝ่าอุปสรรค เพื่อพัฒนาการกำกับตนเองด้านการเรียนของนักเรียนชั้นประถมศึกษาตอนปลาย โรงเรียนประสานมิตร จังหวัดปทุมธานี
คำสำคัญ:
แนะแนว, ความสามารถในการเผชิญปัญหาและอุปสรรค, กำกับตนเองบทคัดย่อ
บทความวิจัยนี้ มีวัตถุประสงค์เพื่อ 1) สร้างกิจกรรมแนะแนวความสามารถในการเผชิญและฟันฝ่าอุปสรรค เพื่อพัฒนาการกำกับตนเองด้านการเรียน ของนักเรียนชั้นประถมศึกษาตอนปลาย โรงเรียนประสานมิตร จังหวัดปทุมธานี 2) เปรียบเทียบการกำกับตนเองด้านการเรียนก่อนและหลังการเข้าร่วมกิจกรรมแนะแนวความ สามารถในการเผชิญและฟันฝ่าอุปสรรค เพื่อพัฒนาการกำกับตนเองด้านการเรียนของนักเรียนชั้นประถมศึกษาตอนปลาย โรงเรียนประสานมิตร จังหวัดปทุมธานี
การวิจัยครั้งนี้เป็นการวิจัยกึ่งทดลอง กลุ่มตัวอย่าง คือ นักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 5 ที่ศึกษาอยู่ในภาคเรียนที่ 2 ปีการศึกษา 2564 โรงเรียนประสานมิตร จังหวัดปทุมธานี จำนวน 10 คน โดยผู้วิจัยใช้การเลือกแบบเจาะจง เข้าร่วมกิจกรรม 10 ครั้ง ครั้งละ 50 นาที เครื่องมือที่ใช้ในการทดลอง คือ กิจกรรมแนะแนว ความสามารถในการเผชิญและฟันฝ่าอุปสรรค เพื่อพัฒนาการกำกับตนเองด้านการเรียนของนักเรียนชั้นประถมศึกษาตอนปลาย โรงเรียนประสานมิตร จังหวัดปทุมธานี เครื่องมือที่ใช้ในการเก็บรวบรวมข้อมูล 1) แบบวัดการกำกับตนเองด้านการเรียน มีค่าความเชื่อมั่นเท่ากับ .87 2)แบบบันทึกการเรียนรู้ของนักเรียนเมื่อเสร็จสิ้นกิจกรรมแต่ละครั้ง และ 3)แบบสอบถามความคิดเห็นของนักเรียนที่มีต่อกิจกรรมแนะแนวฯและต่อผู้วิจัย วิเคราะห์ข้อมูลโดยใช้ค่าเฉลี่ย ค่าเบี่ยงเบนมาตรฐาน การทดสอบค่าสถิติ Wilcoxon Signed Ranks Test
ผลการวิจัยพบว่า
กิจกรรมแนะแนวความสามารถในการเผชิญและฟันฝ่าอุปสรรค เพื่อพัฒนาการกำกับตนเองด้านการเรียน ส่งผลต่อคะแนนจากแบบวัดการกำกับตนเองด้านการเรียนของนักเรียนสูงกว่าก่อนการทดลอง อย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .05 และนักเรียนกลุ่มทดลองมีความเห็นว่าการเข้าร่วมกิจกรรมแนะแนว ความสามารถในการเผชิญและฟันฝ่าอุปสรรค เพื่อพัฒนาการกำกับตนเองด้านการเรียน ช่วยให้นักเรียนมีการพัฒนาการกำกับตนเองด้านการเรียนได้
เอกสารอ้างอิง
กรมสุขภาพจิต ออนไลน์. (2561). ชีวิตดีได้ด้วย AQ. https://www.dmh.go.th/news-dmh/view.asp?id=28163. (Accessed 30 April 2022).
จรัญญา ประสิทธิ์สุนทร และมนัสนันท์ หัตถศักดิ์. (2561). ผลของโปรแกรมความสามารถในการเผชิญและฟันฝ่าอุปสรรคเพื่อพัฒนาความมีวินัยในตนเองของนักศึกษาชั้นปีที่ 1 มหาวิทยาลัยหอการค้าไทย. วารสารศึกษาศาสตร์ มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ วิทยาเขตปัตตานี, 29(1), 45-55.
จินดา น้าเจริญ. (2556). การพัฒนารูปแบบการฝึกอบรมเพื่อเสริมสร้างความสามารถในการเผชิญอุปสรรคในการปฏิบัติการสอนของนักศึกษาสาขาวิชาการศึกษาปฐมวัย.ปริญญานิพนธ์ สาขาวิชาการศึกษาปฐมวัย. มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ.
มัทนา เกษมจิตต์ กรกฏา นักคิ้มและมฤษฏ์ แก้วจินดา. (2564). ผลของการใช้กิจกรรมแนะแนวตามตัวแบบ เพื่อพัฒนาแรงจูงใจใฝ่สัมฤทธิ์ของนักเรียนระดับชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 1 (แขวงบางบอน เขตบางบอน กรุงเทพมหานคร). วารสารวิชาการ มจรบุรีรัมย์, 6(2) 213-225.
วชิรวิทย์ มาลาทองและจิตตินันท์ บุญสถิรกุล. (2558). ผลของกิจกรรมแนะแนวตามทฤษฏีการเลือกอาชีพเพื่อพัฒนาการเข้าใจตนเองและการเลือกอาชีพของนักเรียนระดับชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 5 โรงเรียนประเทืองทิพย์วิทยา. วารสารสาขามนุษยศาสตร์ สังคมศาสตร์และศิลปะ. มหาวิทยาลัยศิลปากร, 8(1), 1: 108-1: 119.
วรัฐา นพพรเจริญกุล. (2562). ผลของการใช้โปรแกรมพัฒนาลักษณะมุ่งอนาคตที่มีต่อความสามารถในการเผชิญและฟันฝ่าอุปสรรคของนักเรียนประถมศึกษาปีที่ 5. วารสารมนุษยศาสตร์ สังคมศาสตร์และศิลปะ. มหาวิทยาลัยศิลปากร, 12(3), 681-693.
สำนักงานเลขาธิการสภาการศึกษา กระทรวงศึกษาธิการ. (2564). รายงานการศึกษาไทย พ.ศ. 2562-2564 (Education in Thailand 2019-2021). บริษัท พริกหวานกราฟฟิค จำกัด. กรุงเทพฯ.
สำนักงานคณะกรรมการพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ. (2561). ยุทธศาสตร์ชาติ พ.ศ. 2561-2580 (ฉบับประกาศราชกิจจานุเบกษา). กรุงเทพฯ.
สำนักวิชาการและมาตรฐานการศึกษา. (2561). แผนพัฒนาการแนะแนวและแนวทางการจัดกิจกรรมแนะแนว ระดับการศึกษาขั้นพื้นฐาน (พ.ศ. 2561-2565) ตามแผนยุทธศาสตร์ชาติ 20 ปี (พ.ศ. 2561- 2580). กรุงเทพมหานคร: ห้างหุ้นส่วนจำกัด โรงพิมพ์อักษรไทย (น.ส.พ.ฟ้าเมืองไทย).
Bandura,A. (1986). Social foundations of thought and action: A social cognitive Theory. Englewood Cliffs, New Jersey: Prentice-Hall.
Stoltz, P. G. (1997). Adversity Quotient: Turning Obstacles into Opportunities. New York: John Wiley & Sons, Inc.
ดาวน์โหลด
เผยแพร่แล้ว
รูปแบบการอ้างอิง
ฉบับ
ประเภทบทความ
สัญญาอนุญาต
ลิขสิทธิ์ (c) 2022 วารสารวิชาการ มจร บุรีรัมย์

อนุญาตภายใต้เงื่อนไข Creative Commons Attribution-NonCommercial-NoDerivatives 4.0 International License.
ทัศนะและความคิดเห็นที่ปรากฏในบทความวารสารฉบับนี้ถือเป็นความรับผิดชอบของผู้เขียนบทความนั้น ไม่ถือเป็นทัศนะและความรับผิดชอบของบรรณาธิการ