ภววิทยาค่านิยมความสัมพันธ์คู่นอนคืนเดียวของวัยรุ่นยุคใหม่ในจังหวัดบุรีรัมย์

ผู้แต่ง

  • อุทิศ ทาหอม -
  • สุจิตรา ยางนอก สาขาวิชาการพัฒนาสังคม คณะมนุษยศาสตร์และสังคมศาสตร์ มหาวิทยาลัยราชภัฏบรีรัมย์

คำสำคัญ:

ภววิทยา, ค่านิยม, ความสัมพันธ์คู่นอนคืนเดียว, วัยรุ่นยุคใหม่

บทคัดย่อ

             บทความวิจัยนี้ มีวัตถุประสงค์ คือ 1) เพื่อศึกษาค่านิยมความสัมพันธ์แบบคู่นอนคืนเดียวของวัยรุ่นยุคใหม่ในจังหวัดบุรีรัมย์ 2) เพื่อศึกษาผลกระทบของค่านิยมความสัมพันธ์คู่นอนคืนเดียวของวัยรุ่นยุคใหม่ในจังหวัดบุรีรัมย์ เก็บรวบรวมข้อมูลสัมภาษณ์เจาะลึก การสนทนากลุ่ม การลงพื้นที่ภาคสนาม และการศึกษาข้อมูลจากเอกสารและงานวิจัยที่เกี่ยวข้อง

             ผลการวิจัยพบว่า

            ภววิทยาค่านิยมความสัมพันธ์คู่นอนคืนเดียว (On night Stand) เกิดจากสาเหตุ 4 ประการ คือ 1) ค่านิยมการอบรมเลี้ยงดูจากครอบครัว 2) ค่านิยมจากการคบเพื่อน 3) ค่านิยมจากสถานบันเทิง 4) ค่านิยมจากเทคโนโลยี สำหรับผลกระทบของค่านิยมความสัมพันธ์คู่นอนคืนเดียวนั้น พบว่า มี 3 ประการ คือ ประการแรก ผลกระทบต่อตนเอง ได้แก่ การตั้งครรภ์ไม่พร้อม การทำแท้ง และปัญหาผลการเรียน ประการที่สอง ผลกระทบต่อครอบครัว ได้แก่ ปัญหาการหย่าร้าง ปัญหาการเลี้ยงดู การทอดทิ้งเด็กทารก และประการที่สาม ผลกระทบต่อสังคม ได้แก่ โรคติดต่อทางเพศ ปัญหาความรุนแรง ปัญหาทำร้ายร่างกาย ดังนั้นภววิทยาค่านิยมวัยรุ่นยุคใหม่ต้องวางมาตรการที่เหมาะสมกับเหตุการณ์เกิดขึ้นในปัจจุบัน ตลอดจนหาแนวทางการป้องกันแก้ไขในอนาคต 3 แนวทาง ได้แก่ 1. สร้างพื้นที่ให้คำปรึกษาแนะนำกับวัยรุ่นในทุกระดับ 2. ใช้สื่อสร้างความตระหนัก 3. พัฒนาความสัมพันธ์ของครอบครัว

เอกสารอ้างอิง

เกษตรชัย และหีม และ ประไพ สุวรรณสุนทร. (2558). ผลกระทบทางสังคมจากการตั้งครรภ์ก่อนวัยอันควรของหญิงวัยรุ่นในอำเภอนาหม่อม จังหวัดสงขลา. วารสารพัฒนบริหารศาสตร์, 55 (1), 130-152.

ชญานิศวร์ กุลรัตนมณีพร และคณะ. (2555). การเสริมสร้างค่านิยม: การทบทวนองค์ความรู้และแนวทางการวิจัยด้านค่านิยมไทยในอนาคต. ได้รับงบประมาณอุดหนุนการวิจัยจากกรมส่งเสริมวัฒนธรรม กระทรวงวัฒนธรรม ประจำปีงบประมาณ 2555.

ธีระ สินเดชารักษ์ และ ผกามาศ เลียงธนะฤกษ์. (2557). วัยรุ่น: หลายทัศนคติและพฤติกรรมบนความเหมือนและความต่างของวัยรุ่นปัจจุบัน กรณีศึกษานักศึกษาในสถาบันอุดมศึกษาของรัฐและเอกชน. วารสารธรรมศาสตร์, 33 (1), 98-121.

บุหงา ชัยสุวรรณ และ พรพรรณ ประจักษ์เนตร (2558).พฤติกรรมการใช้สื่อใหม่ของวัยรุ่นอายุระหว่าง 10-19 ปี. วารสารการสื่อสารและการจัดการ นิด้า, 1 (1), 31-57.

ปัทมาภรณ์ สุขสมโสด และ ปฐมพงษ์ พุ่มพฤกษ์. (2563). ผลกระทบของการใช้สื่อสังคมออนไลน์ต่อการเปลี่ยนแปลงค่านิยมวัยรุ่นในพระนครศรีอยุธยา. วารสารวิชาการอยุธยาศึกษา, 13 (1), 119-137.

ปัญจนาฏ วรวัฒนชัย. (2563). พฤติกรรมที่เป็นปัญหาของสังคม. วารสารสารสนเทศ, 19 (2), 1-16.

ผาสุข แก้วเจริญตา. (2555). กรณีศึกษา ความร่วมมือระหว่างโรงเรียนและหน่วยบริการในการป้องกันและแก้ไขปัญหาการตั้งครรภ์ในวัยรุ่น ในการสร้างภูมิคุ้มกันสำหรับเด็ก เยาวชน และครอบครัว. กรุงเทพฯ: สำนักงานวิจัยและพัฒนาระบบสุขภาพชุมชน (สพช.) สถาบันพัฒนาสุขภาพอาเซียน มหาวิทยาลัยมหิดล.

พัชราภา ตันติชูเวช. (2552). การเห็นคุณค่าในตนเองของนักศึกษาที่มีประสบการณ์เพศสัมพันธ์แบบข้ามคืน. สุทธิปริทัศน์, 26 (78), 7-18.

พิชาย รัตนดิลก ณ ภูเก็ต. (2559). ปรัชญาสังคมศาสตร์: การอธิบายทางสังคม รากฐานสำหรับการวิจัยทางสังคมศาสตร์. พิมพ์ครั้งที่ 2 กรุงเทพฯ: บางกอกบล็อก.

เพ็ญนภา กุลนภาดล. (2563). การเสริมสร้างการควบคุมอารมณ์ของนักเรียนวัยรุ่นด้วยชุดกิจกรรมเชิงจิตวิทยา. วารสารสังคมศาสตร์, 9 (2), 86-96.

รศรินทร์เกรย์ อุมาภรณ์ ภัทรวาณิชย์ อักษราภัค หลักทอง และ เจตพล แสงกล้า. (2559). คุณภาพชีวิตต่างวัยของผู้มีงานทำ. สถาบันวิจัยประชากรและสังคม มหาวิทยาลัยมหิดล.

วนัญญา แก้วแก้วปาน. (2560). สัมพันธภาพครอบครัวกับปัญหาการกระทำความผิดในวัยรุ่น. Veridian E-Journal, Silpakorn University ฉบับภาษาไทย สาขามนุษยศาสตร์ สังคมศาสตร์ และศิลปะ, 10 (1), 361-371.

วริศ ลิขิตอนุสรณ์. (2560). สู่ภววิทยาการสื่อสารของมนุษย์กระบวนทัศน์. วารสาร สหวิทยาการ วิทยาลัยสหวิทยาการ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์, 14 (2),183-224.

วีนัส ภักดิ์นรา. (2559). การพัฒนาจริยธรรมทางเพศวิถีของนักศึกษาโดยการปรึกษากลุ่มเชิงบูรณาการ. ดุษฏีนิพนธ์หลักสูตรปรัชญาดุษฎีบัณฑิต สาขาวิชาจิตวิทยาการปรึกษา. คณะศึกษาศาสตร์: มหาวิทยาลัยบูรพา.

ศรีเรือน แก้วกังวาล. (2553). จิตวิทยาพัฒนาการชีวิตทุกช่วงวัย. พิมพ์ครั้งที่ 9 ฉบับที่ 2. มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์.

Aaron, L. L. (2008). The influence of alcohol and drug use on one-night stands among adolescents. Iowa State University.

Garcia, J. R., Reiber, C., Massey, S. G., & Merriwether, A. M. (2012). Sexual hookup culture: A review. Review of General Psychology, 16(2), 161-176.

Heldman, C., & Wade, L. (2010). Hook-up culture: Setting a new research agenda. Sexuality Research and Social Policy, 7(4), 323-333.

Lanz, M., Scabini, E., Vermulst, A. A., & Gerris, J. R. (2001). Congruence on child rearing in families with early adolescent and middle adolescent children. International Journal of Behavioral Development, 25 (2), 133-139.

Pedersen, W., Tutenges, S., & Sandberg, S. (2017). The pleasures of drunken one-night stands: Assemblage theory and narrative environments. International journal of drug policy, 49, 160-167.

Smith, T. S. (2016). Personality, Attitudes, and demographics as predictors of One-night stands. A Thesis Presented to the (Doctoral dissertation, California State University, Fullerton).

Siraj, R., Najam, B., & Ghazal, S. (2021). Sensation seeking, peer influence, and risk-taking behavior in adolescents. Education Research International, 2021.

Supphatkul, P., &Suttiwan, P. (2009). Self-Esteem, Aids Knowledge, and Reasons of Late Adolescents with One-Night Stand Behavior. Journal of Health Research, 23(4), 197-203.

Webb, S. (2015). Communication in the Modern Hookup Culture: A Literature Review. Lexia: Undergraduate Journal in Writing, Rhetoric & Technical Communication, 4(1), 3; 1-13

Wentland, J. J., &Reissing, E. (2014). Casual sexual relationships: Identifying definitions for one night stands, booty calls, fuck buddies, and friends with benefits. The Canadian Journal of Human Sexuality, 23(3), 167-177.

Wintre, M. G., &Yaffe, M. (2000). First-year students’ adjustment to university life as a function of relationships with parents.Journal of adolescent research, 15(1), 9-37.

ดาวน์โหลด

เผยแพร่แล้ว

2022-12-21

รูปแบบการอ้างอิง

ทาหอม อ., & ยางนอก ส. . (2022). ภววิทยาค่านิยมความสัมพันธ์คู่นอนคืนเดียวของวัยรุ่นยุคใหม่ในจังหวัดบุรีรัมย์. วารสารวิชาการ มจร บุรีรัมย์, 7(2), 1–18. สืบค้น จาก https://so06.tci-thaijo.org/index.php/ambj/article/view/256623

ฉบับ

ประเภทบทความ

Research Articles