การศึกษาวิเคราะห์จริยศาสตร์ในหลักมัชฌิมาปฏิปทาของพุทธปรัชญาเถรวาท
คำสำคัญ:
วิเคราะห์, จริยศาสตร์, มัชฌิมาปฏิปทา, พุทธปรัชญาบทคัดย่อ
การวิจัยนี้ มีวัตถุประสงค์เพื่อ คือ 1) ศึกษาหลักมัชฌิมาปฏิปทาในพุทธปรัชญาเถรวาท 2) ศึกษาหลักจริยศาสตร์ในพุทธปรัชญาเถรวาท และ 3) ศึกษาวิเคราะห์จริยศาสตร์ในหลักมัชฌิมาปฏิปทาของพุทธปรัชญาเถรวาท เป็นการศึกษาวิจัยเชิงเอกสาร และนำเสนอข้อมูลในรูปแบบการเขียนเชิงพรรณนา
ผลการวิจัยพบว่า
มัชฌิมาปฏิปทาในพุทธปรัชญาเถรวาท คือ ทางสายกลาง มีความสำคัญต่อการดำเนินชีวิต เป็นทางปฏิบัติสายกลาง เพื่อให้ถึงความดับทุกข์ด้วยปัญหาแห่งทุกข์ด้วยปัญญา คือการดำเนินชีวิตที่ดีเพื่อกำหนดรู้ทุกข์และปัญหาแห่งทุกข์ หรือปฏิปทาเพื่อกำหนดรู้ทุกข์ เมื่อปฏิบัติตามหลักมัชฌิมาปฏิปทาจะก่อให้เกิดจักษุ ก่อให้เกิดญาณ ซึ่งเป็นไปเพื่อความสงบ เพื่อความรู้ยิ่ง เพื่อความตรัสรู้ และเพื่อนิพพาน จริยศาสตร์ในพุทธปรัชญาเถรวาท คือ เป็นศาสตร์ที่ว่าด้วยความประพฤติของมนุษย์ว่าสิ่งในควรประพฤติและสิ่งไหนไม่ควรประพฤติ และสิ่งไหนไม่ควรประพฤติและการปฏิบัติ เพื่อให้เข้าถึงความดีสูงสุด พุทธจริยศาสตร์มี 3 ระดับ คือ 1) จริยศาสตร์ระดับต้น ได้แก่ เบญจศีล 2) จริยศาสตร์ระดับกลาง ได้แก่ กุศลกรรมบถ 10 และ 3) จริยศาสตร์ระดับสูง ได้แก่ อริยมรรคมีองค์ 8 พุทธจริยศาสตร์นั้นเป็นแนวทางปฏิบัติเพื่อนิพพาน
วิเคราะห์จริยศาสตร์ในหลักมัชฌิมาปฏิปทาในพุทธปรัชญาเถรวาทนั้น เป็นหลักปฏิบัติเพื่อละความชั่ว กระทำความดี เพื่อให้เข้าถึงเป้าหมายสูงสุดคือนิพพาน มัชฌิมาปฏิปทาหรือทางสายกลาง มี 2 คือ 1) ธรรมสายกลางในการปฏิบัติเรียกว่ามัชเฌนธรรมเทศนา และ 2) ทางสายกลางในการปฏิบัติเรียกว่ามัชฌิมาปฏิปทา ซึ่งเป็นหนทางไปสู่ความดับทุกข์คือเข้าสู่พระนิพพาน
เอกสารอ้างอิง
กีรติ บุญเจือ. (2542). จริยศาสตร์. กรุงเทพมหานคร: ไทยวัฒนาพานิช.
บุญมี แท่นแก้ว. (2550). จริยศาสตร์. กรุงเทพมหานคร: โอ เอส พริ้นติ้ง เฮาส์.
มหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย. (2500). พระไตรปิฎกภาษาบาลี ฉบับมหาจุฬาเตปิฎกํ 2500. กรุงเทพมหานคร: โรงพิมพ์มหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย.
มหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย. (2539). พระไตรปิฎกภาษาบาลี ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย. กรุงเทพมหานคร: โรงพิมพ์มหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย.
ดาวน์โหลด
เผยแพร่แล้ว
รูปแบบการอ้างอิง
ฉบับ
ประเภทบทความ
สัญญาอนุญาต
ลิขสิทธิ์ (c) 2023 วารสารวิชาการ มจร บุรีรัมย์

อนุญาตภายใต้เงื่อนไข Creative Commons Attribution-NonCommercial-NoDerivatives 4.0 International License.
ทัศนะและความคิดเห็นที่ปรากฏในบทความวารสารฉบับนี้ถือเป็นความรับผิดชอบของผู้เขียนบทความนั้น ไม่ถือเป็นทัศนะและความรับผิดชอบของบรรณาธิการ