กลยุทธ์การบริหารจัดการสถานศึกษาเพื่อคุ้มครองและช่วยเหลือเด็กนักเรียน ในสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (COVID-19) ของโรงเรียนในสังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาบุรีรัมย์
คำสำคัญ:
โควิด 19, การคุ้มครองนักเรียน, กลยุทธ์บทคัดย่อ
การวิจัยนี้ มีวัตถุประสงค์เพื่อ 1) พัฒนากลยุทธ์การบริหารจัดการสถานศึกษา 2) คุ้มครองและช่วยเหลือเด็กนักเรียน ในสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (COVID-19) ของโรงเรียนในสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาบุรีรัมย์ แบ่งการวิจัยเป็น 4 ระยะ คือ ระยะที่ 1 การศึกษาความต้องการบริหารจัดการสถานศึกษา 3) คุ้มครองและช่วยเหลือเด็กนักเรียน โดยการระดมความคิด จำนวน 18 คน การศึกษาความต้องการบริหารจากผู้บริหารสถานศึกษา จำนวน 201 คน ระยะที่ 2 การสร้างกลยุทธ์การบริหารจัดการสถานศึกษา 4) คุ้มครองและช่วยเหลือเด็กนักเรียน โดยผู้เชี่ยวชาญ จำนวน 5 คน ระยะที่ 3 การทดลองใช้กลยุทธ์การบริหารจัดการสถานศึกษาเพื่อคุ้มครองและช่วยเหลือเด็กนักเรียน โดยประเมินระดับการปฏิบัติของสถานศึกษา จำนวน 201 แห่ง การพัฒนากลยุทธ์โดยการสัมมนาอิงผู้เชี่ยวชาญ จำนวน 9 คน ระยะที่ 4 การประเมินกลยุทธ์การบริหารจัดการสถานศึกษาเพื่อคุ้มครองและช่วยเหลือเด็กนักเรียนในสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (COVID-19)
ผลการวิจัยพบว่า
1. ผู้บริหารสถานศึกษามีความต้องการบริหารจัดการสถานศึกษาเพื่อคุ้มครองและช่วยเหลือเด็กนักเรียน ในสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (COVID-19) ภาพรวมอยู่ในระดับมากที่สุด
2. กลยุทธ์การบริหารจัดการสถานศึกษาเพื่อคุ้มครองและช่วยเหลือเด็กนักเรียน ในสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (COVID-19) สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาบุรีรัมย์ มี 5 กลยุทธ์หลัก คือ 1) การบริหารจัดการแบบมีส่วนร่วม 2) การสร้างความปลอดภัยให้กับนักเรียน 3) การจัดกิจกรรมการเรียนรู้ที่สอดคล้องกับสถานการณ์ 4) การคุ้มครองนักเรียน 5) การติดตามเด็กกลับมาเรียน มี 19 กลยุทธ์ย่อยและ 78 รายการ
3. ผลการทดลองใช้กลยุทธ์ พบว่า 1) สถานศึกษา จำนวน 201 แห่ง ปฏิบัติตามกลยุทธ์การบริหารจัดการสถานศึกษาเพื่อคุ้มครองและช่วยเหลือเด็กนักเรียนในสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (COVID-19) อยู่ในระดับมากที่สุดทุกกลยุทธ์ 2) มีการปรับปรุงข้อความรายการที่มีการปฏิบัติต่ำและข้ออื่น ๆ ที่ผู้เชี่ยวชาญเห็นว่ายังบกพร่อง จำนวน 14 รายการ
4. ผลการประเมินกลยุทธ์ พบว่า 1) ผู้บริหารสถานศึกษา ครู คณะกรรมการสถานศึกษาขั้นพื้นฐานและนักเรียน มีความพึงพอใจต่อกลยุทธ์การบริหารจัดการสถานศึกษาเพื่อคุ้มครองและช่วยเหลือเด็กนักเรียน ในสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (COVID-19) สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาบุรีรัมย์ ในระดับมากที่สุด 2) นักเรียนปลอดภัยจากการติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 จำนวน 32,141 คน คิดเป็นร้อยละ 99.76 3) โรงเรียนติดตามนักเรียนกลับเข้าสู่ระบบการศึกษาได้ จำนวน 172 คน คิดเป็นร้อยละ 98.28 4) คุณภาพชีวิตของนักเรียนในสถานการณ์การระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (COVID-19) อยู่ในระดับสูง
เอกสารอ้างอิง
กล้า ทองขาวและนคร ตังคะพิภพ. (2558). การบริหารจัดการการศึกษาเชิงพื้นที่. สารานุกรมการศึกษาร่วมสมัยเฉลิมพระเกียรติ สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ในโอกาสพระชมมายุ 5 รอบ 2 เมษายน 2558. กรุงเทพฯ: สำนักงานเลขาธิการคุรุสภา.
เก็จกนก เอื้อวงศ์. (2562). การสนทนากลุ่ม: เทคนิคการเก็บข้อมูลเชิงคุณภาพที่มีประสิทธิภาพ. วารสารศึกษาศาสตร์ มสธ, 12(1), 20).
พิสมัย ขวัญมา. (2562). การพัฒนารูปแบบการพัฒนาคุณภาพชีวิตนักเรียนสังกัดสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน. วิทยานิพนธ์ปรัชญาดุษฎีบัณฑิต. มหาวิทยาลัยบูรพา.
โยธิน ศรีโสภา. (2550). การพัฒนาระบบการประเมินผลด้วยวิธีดุลยภาพสำหรับคณะครุศาสตร์ มหาวิทยาลัยราชภัฏ. ปริญญานิพนธ์ดุษฎีบัณฑิต. มหาวิทยาลัย ศรีนครินทรวิโรฒ.
สมุทร ชำนาญ. (2556). ภาวะผู้นำทางการศึกษาทฤษฎีและปฏิบัติ. ระยอง: พี.เอส. การพิมพ์.
สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน. (2563). ประกาศนโยบายสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน ปีงบประมาณ 2564-2565. เข้าถึงได้จาก https://www.kruachieve.com/ (สืบค้นเมื่อ 15 มีนาคม 2564).
สำนักงานเลขาธิการสภาการศึกษา. (2563). รายงานเรียนออนไลน์ยุคโควิด-19: วิกฤตหรือโอกาสการศึกษาไทย. กรุงเทพฯ: สำนักงานเลขาธิการสภาการศึกษา.
อภินันทิชัย แกระหัน .(2562). กลยุทธ์การบริหารโรงเรียนประถมศึกษาขนาดเล็ก สังกัดสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐานในภาคตะวันออกเฉียงเหนือตามแผนการศึกษาแห่งชาติ (พ.ศ. 2560 -2578). วิทยานิพนธ์ครุศาสตรดุษฎีบัณฑิต. มหาวิทยาลัยราชภัฏสกลนคร.
Conrad, C. F. and Wilson, R. F. (1985). Academic Program Review. Washington D.C.: Kogan Page.
ดาวน์โหลด
เผยแพร่แล้ว
รูปแบบการอ้างอิง
ฉบับ
ประเภทบทความ
สัญญาอนุญาต
ลิขสิทธิ์ (c) 2023 วารสารวิชาการ มจร บุรีรัมย์

อนุญาตภายใต้เงื่อนไข Creative Commons Attribution-NonCommercial-NoDerivatives 4.0 International License.
ทัศนะและความคิดเห็นที่ปรากฏในบทความวารสารฉบับนี้ถือเป็นความรับผิดชอบของผู้เขียนบทความนั้น ไม่ถือเป็นทัศนะและความรับผิดชอบของบรรณาธิการ