การป้องกันและแก้ไขพฤติกรรม การกระทำความผิดซ้ำของผู้ต้องขัง คดีลักทรัพย์ในเรือนจำกลางนครศรีธรรมราช
คำสำคัญ:
การกระทำผิดซ้ำ, คดีลักทรัพย์, การป้องกันและแก้ไขพฤติกรรมบทคัดย่อ
การวิจัยนี้ มีวัตถุประสงค์เพื่อ 1) ศึกษาการป้องกันและแก้ไขพฤติกรรม การกระทำความผิดซ้ำของผู้ต้องขังคดีลักทรัพย์ในเรือนจำกลางนครศรีธรรมราชและ 2) วิเคราะห์ปัญหาและแนวทางการป้องกันและแก้ไขการกระทำความผิดซ้ำของผู้ต้องขังคดีลักทรัพย์ในเรือนจำกลางนครศรีธรรมราช จำนวนประชากร 112 คน เป็นการวิจัยแบบผสมผสาน (Mixed Method) สถิติที่ใช้ในการวิเคราะห์การวิจัยเชิงปริมาณได้แก่ ร้อยละ ค่าเฉลี่ย และส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน และข้อมูลเชิงคุณภาพ โดยใช้การวิเคราะห์เชิงพรรณนา
ผลการวิจัยพบว่า
1. การป้องกันและแก้ไขพฤติกรรม การกระทำความผิดซ้ำของผู้ต้องขัง คดีลักทรัพย์ในเรือนจำกลางนครศรีธรรมราช โดยรวม ค่าเฉลี่ย ( = 3.59) อยู่ในระดับมาก เมื่อพิจารณาเป็นรายด้านโดยเรียงลำดับตามค่าเฉลี่ยจากสูงสุดไปต่ำสุด พบว่า ด้านที่มีค่าเฉลี่ยสูงสุดคือ ด้านปัจจัยทางสังคม ค่าเฉลี่ย (
= 3.81) อยู่ในระดับมาก รองลงมาคือ ด้านการอบรมวิชาชีพ ค่าเฉลี่ย (
= 3.74) อยู่ในระดับมาก และด้านที่มีค่าเฉลี่ยต่ำสุดคือ ด้านปัจจัยทางจิตวิทยา ค่าเฉลี่ย (
= 3.22) อยู่ในระดับปานกลาง ตามลำดับ
2. การวิเคราะห์ปัญหาและแนวทางการป้องกันและแก้ไขการกระทำความผิดซ้ำของผู้ต้องขัง พบว่า การอบรมด้านการฝึกวิชาชีพ ไม่สอดคล้องกับตลาดแรงงานและยังไม่ตรงกับความต้องการของผู้ต้องขัง เมื่อพ้นโทษออกไปก็ยังไม่สามารถนำความรู้ที่ได้ไปประกอบอาชีพได้
ส่วนแนวทางการป้องกันและแก้ไขการทำความผิดซ้ำ พบว่า ควรมีการจัดหลักสูตร โดยมีผู้เชียวชาญหรือผู้ทรงคุณวุฒิเฉพาะด้านมาให้ความรู้ด้านปัจจัยทางสังคม ประกอบด้วย 1) ความสัมพันธ์ภายในครอบครัว ผู้ต้องขังมีความคาดหวังว่าบุคคลในครอบครัวจะไม่ตำหนิเกี่ยวกับการกระทำผิดให้อับอายและเป็นบาดแผลทางใจต่อครอบครัว 2) ภาวะทางเศรษฐกิจ ผู้ต้องขังกังวลว่าภายหลังพ้นโทษจะมีภาระและหนี้สินมาก และด้านการถูกชักจูงให้กระทำผิด ผู้ต้องขังต้องการให้มีสถานประกอบการรองรับภายหลังพ้นโทษ และคนในสังคมจะให้โอกาสในการปรับปรุงตัวเพื่ออยู่ร่วมกันในสังคมต่อไป
เอกสารอ้างอิง
กรมราชทัณฑ์. (2565). รายงานสถิติผู้ต้องขังเรือนจำกลางนครศรีธรรมราช. เข้าถึงได้จาก http://www.correct.go.th (สืบค้นเมื่อ 1 สิงหาคม 2565).
ฉัตรกุล พงษ์ธรรม. (2556). ปัจจัยที่มีความสัมพันธ์กับพฤติกรรมการกระทำผิดเกี่ยวกับทรัพย์. วิทยานิพนธ์รัฐประศาสนศาสตรมหาบัณฑิต. สถาบันบัณฑิตพัฒนบริหารศาสตร์.
นริศรา พลอยเพ็ชร์. (2562). พุทธบูรณาการในการป้องกันและแก้ไขพฤติกรรมการใช้ยาเสพติดของเด็กและเยาวชนในสถานพินิจและคุ้มครองเด็กและเยาวชนจังหวัดนครสวรรค์. วารสารวิจัยวิชาการ, 2(3), 53.
รัฐบาลไทย. (2565). คำแถลงประกอบงบประมาณรายจ่าย ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2566. เข้าถึงได้จาก https://www.thaigov.go.th (สืบค้นเมื่อ 1 สิงหาคม 2565).
ศิริวรรณ กมลสุขสถิต. (2563). แนวทางในการป้องกันและแก้ไขการกระทำผิดซ้ำของเด็กและเยาวชนในคดีความผิดเกี่ยวกับยาเสพติดโดยอาศัยปัจจัยที่เป็นตัวทำนายทางด้านอาชญาวิทยา. วารสารวิชาการคณะมนุษยศาสตร์และสังคมศาสตร์ มหาวิทยาลัยราชภัฏนครสวรรค์, 7(1), 1.
อัจฉราพรรณ เทศะปุรณะ. (2524). การวิเคราะห์สาเหตุการกระทำผิดซ้ำของเด็กและเยาวชน. วิทยานิพนธ์สังคมศาสตรมหาบัณฑิต. มหาวิทยาลัยมหิดล.
ดาวน์โหลด
เผยแพร่แล้ว
รูปแบบการอ้างอิง
ฉบับ
ประเภทบทความ
สัญญาอนุญาต
ลิขสิทธิ์ (c) 2023 วารสารวิชาการ มจร บุรีรัมย์

อนุญาตภายใต้เงื่อนไข Creative Commons Attribution-NonCommercial-NoDerivatives 4.0 International License.
ทัศนะและความคิดเห็นที่ปรากฏในบทความวารสารฉบับนี้ถือเป็นความรับผิดชอบของผู้เขียนบทความนั้น ไม่ถือเป็นทัศนะและความรับผิดชอบของบรรณาธิการ