รูปแบบการพัฒนาคุณภาพชีวิตของผู้สูงวัย ตามโครงการหมู่บ้านรักษาศีล 5 อำเภอลำปลายมาศ จังหวัดบุรีรัมย์

ผู้แต่ง

  • พระครูสุนทรวีรบัณฑิต วิทยาลัยสงฆ์บุรีรัมย์ มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย
  • ธนันต์ชัย พัฒนะสิงห์ วิทยาลัยสงฆ์บุรีรัมย์ มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย
  • ทิพย์ ขันแก้ว วิทยาลัยสงฆ์บุรีรัมย์ มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย
  • บุญรัตน์ อุตส่า วิทยาลัยสงฆ์บุรีรัมย์ มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย

คำสำคัญ:

รูปแบบการพัฒนา, คุณภาพชีวิตผู้สูงวัย, หมู่บ้านรักษาศีล 5

บทคัดย่อ

          การวิจัยนี้ มีวัตถุประสงค์เพื่อ 1) ศึกษาระดับพฤติกรรมการนำศีล 5 ไปใช้ในชีวิตประจำวันของผู้สูงวัย อำเภอลำปลายมาศ จังหวัดบุรีรัมย์ 2) ศึกษาแนวทางการพัฒนาคุณภาพชีวิตของผู้สูงวัย ตามโครงการหมู่บ้านรักษาศีล 5 อำเภอลำปลายมาศ จังหวัดบุรีรัมย์  และ3) พัฒนารูปแบบการพัฒนาคุณภาพชีวิตของผู้สูงวัย โดยใช้การวิจัยแบบเชิงคุณภาพและปริมาณ โดยวิธีสร้างแบบสอบถามและสัมภาษณ์
          ผลการวิจัยพบว่า
          1. ศึกษาระดับพฤติกรรมการนำศีล 5 ไปใช้ในชีวิตประจำวันของผู้สูงวัย อำเภอลำปลายมาศ จังหวัดบุรีรัมย์พบทัศนคติที่มีต่อพฤติกรรมการนำศีล 5 ไปใช้ในชีวิตประจำวันของผู้สูงวัย อำเภอลำปลายมาศ จังหวัดบุรีรัมย์ อยู่ในระดับมาก ร้อยละ 3.55 ระดับพฤติกรรมการรักษาศีล 5 ของสูงวัย ตามโครงการหมู่บ้านรักษาศีล 5 อำเภอลำปลายมาศ จังหวัดบุรีรัมย์ โดยรวมอยู่ในระดับปานกลาง อยู่ที่ร้อยละ 2.3
          2. แนวทางการพัฒนาคุณภาพชีวิตของผู้สูงวัย ตามโครงการหมู่บ้านรักษาศีล 5 อำเภอลำปลายมาศ จังหวัดบุรีรัมย์คือควรปลูกฝังตั้งแต่เด็กให้พูดแต่ความจริงไม่โกหกหลอกลวง ร้อยละ 59.33 และสองควรมีการจัดกิจกรรมรณรงค์ให้คนหันมาสนใจในพระพุทธศาสนามากขึ้น คิดเป็นร้อยละ 52 และออกกฎหมายที่มีบทลงโทษอย่างหนัก และบังคับใช้อย่างจริงจัง ร้อยละ 1.67
          3. รูปแบบการพัฒนาคุณภาพชีวิตของผู้สูงวัย ตามโครงการหมู่บ้านรักษาศีล 5 อำเภอลำปลายมาศ จังหวัดบุรีรัมย์ ประกอบด้วย 1) การจัดกิจกรรมออกกำลังกายที่หลากหลายเหมาะสมกับคนทุกกลุ่มเพศวัย 2) มีการอบรมให้ความรู้เกี่ยวกับการดูแลรักษาสุขภาพร่างกายและตรวจสุขภาพเป็นประจำ 3) การดูแลรักษาสุขอนามัยด้านสิ่งแวดล้อม สถานที่สาธารณูปโภค และโภชนาการที่ดี 4)การจัดกิจกรรมที่ส่งเสริมให้เกิดความสามัคคีในชุมชน 5) การจัดกิจกรรมที่ส่งเสริมให้ประชาชนรู้จักเสียสละเพื่อส่วนรวม 6) การสร้างแหล่งรายได้เสริมให้กับชาวบ้าน 7) ควรจัดให้มีการเปิดสอนวิชาหรือความรู้ที่ไม่มีสอนในโรงเรียน โดยใช้วัดเป็นศูนย์กลางการเรียนรู้ โดยรวมกลุ่มผู้สูงอายุที่มีความรู้ มาเป็นครูถ่ายทอดความรู้

เอกสารอ้างอิง

นริสา วงศ์พนารักษ์. (2556). การสร้างเสริมสุขภาวะทางจิตในสังคมผู้สูงอายุ. วารสารวารสารวิจัยสาธารณสุขศาสตร์ มหาวิทยาลัยขอนแก่น, 6(2), 160-164.

รัตนา คัมภิรานนท์ และ ฐิติมา เดียววัฒนวิวัฒน์. (2555). ความผาสุกทางจิตวิญญาณแลความสุขของผู้สูงอายุ: กรณีศึกษาศูนย์พัฒนาการจัดสวัสดิการทางสังคมผู้สูงอายุบ้านบางละมุง อำเภอบางละมุง จังหวัดชลบุรี. รายงานวิจัย. วิทยาลัยการสาธารณสุข สิรินธร จังหวัดชลบุรี: สถาบันพระบรมราชชนก สำนักงานปลัดกระทรวงสาธารณสุข.

ภินันท์ สิงห์กฤตยา. (2553). ศึกษาการประยุกต์ใช้กระบวนทัศน์และกระบวนการสร้างเสริมสุขภาพตามแนวพระพุทธศาสนา. บัณฑิตวิทยาลัย: มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย.

สมเด็จพระญาณสังวร (เจริญ สุวฑฺฒโน). (2538). ความจริงที่ต้องเข้าใจ. กรุงเทพมหานคร: โรงพิมพ์มหามกุฏราชวิทยาลัย.

โสวิทย์ บำรุงศักดิ์. (2549). ศึกษาวิเคราะห์ศีล 5 ในพระไตรปิฎก. สารนิพนธ์พุทธศาสตรดุษฎีบัณฑิต. บัณฑิตวิทยาลัย: มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย.

ดาวน์โหลด

เผยแพร่แล้ว

2023-08-28

รูปแบบการอ้างอิง

พระครูสุนทรวีรบัณฑิต, พัฒนะสิงห์ ธ. ., ขันแก้ว ท. ., & อุตส่า บ. . (2023). รูปแบบการพัฒนาคุณภาพชีวิตของผู้สูงวัย ตามโครงการหมู่บ้านรักษาศีล 5 อำเภอลำปลายมาศ จังหวัดบุรีรัมย์ . วารสารวิชาการ มจร บุรีรัมย์, 8(2), 367–378. สืบค้น จาก https://so06.tci-thaijo.org/index.php/ambj/article/view/266363

ฉบับ

ประเภทบทความ

Research Articles