การพัฒนาหลักสูตรการอ่านภาษาอังกฤษเพื่อความเข้าใจ โดยใช้วิธีการสอนแบบ โฟร์บล็อกร่วมกับแผนภาพโครงเรื่อง สำหรับนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 6
คำสำคัญ:
การพัฒนาหลักสูตร, การอ่านเพื่อความเข้าใจ, วิธีกสอนแบบโฟร์บล็อก, แผนภาพโครงเรื่องบทคัดย่อ
การวิจัยนี้ มีวัตถุประสงค์เพื่อ 1) สร้างและตรวจสอบคุณภาพหลักสูตรการอ่านภาษาอังกฤษเพื่อความเข้าใจ โดยใช้วิธีการสอนแบบโฟร์บล็อกร่วมกับแผนภาพโครงเรื่องสำหรับนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 6 และ 2) ศึกษาผลการใช้หลักสูตรการอ่านภาษาอังกฤษเพื่อความเข้าใจ โดยใช้วิธีการสอนแบบโฟร์บล็อกร่วมกับแผนภาพโครงเรื่องสำหรับนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 6 ซึ่งเป็นการวิจัยเชิงทดลองเบื้องต้น แบบแผนที่ใช้ในการทดลองครั้งนี้ คือ แบบกลุ่มเดียวทดสอบก่อน-หลังการทดลอง กลุ่มตัวอย่าง ได้แก่ นักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 6 ภาคเรียนที่ 2 ปีการศึกษา 2566 โรงเรียนบ้านแม่จั๊วะ (ประชาราษฎร์รังสรรค์) อำเภอเด่นชัย จังหวัดแพร่ สำนักงานการศึกษาประถมศึกษาแพร่เขต 2 จำนวน 18 คน ซึ่งได้มาจากการสุ่มแบบกลุ่ม เครื่องมือที่ใช้ในการวิจัย ได้แก่ หลักสูตร คู่มือการใช้หลักสูตร แบบทดสอบวัดความสามารถการอ่านภาษาอังกฤษเพื่อความเข้าใจ สถิติที่ใช้ในการวิเคราะห์ข้อมูล ได้แก่ ค่าเฉลี่ย ค่าร้อยละ ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐานและการทดสอบค่าทีแบบไม่อิสระ (t-test dependent)
ผลการวิจัยพบว่า
1. หลักสูตรการอ่านภาษาอังกฤษเพื่อความเข้าใจ โดยใช้วิธีการสอนแบบโฟร์บล็อกร่วมกับแผนภาพโครงเรื่อง สำหรับนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 6 มีองค์ประกอบ ได้แก่ 1) ความเป็นมาและความสำคัญของหลักสูตร 2) หลักการของหลักสูตร 3) จุดมุ่งหมายของหลักสูตร 4) โครงสร้างเนื้อหาของหลักสูตร ประกอบด้วย 4 หน่วย ได้แก่ หน่วยที่ 1 Aesop’s fables หน่วยที่ 2 Moral Tales หน่วยที่ 3 Story หน่วยที่ 4 News 5) กระบวนการจัดกิจกรรมการเรียนการสอน 6) สื่อ/แหล่งเรียนรู้ 7) การวัดและประเมินผล มีค่าเฉลี่ยความเหมาะสมของหลักสูตรในภาพรวมอยู่ในระดับมากที่สุด
2. นักเรียนที่เข้าร่วมหลักสูตรการอ่านภาษาอังกฤษเพื่อความเข้าใจ โดยใช้วิธีการสอนแบบโฟร์บล็อกร่วมกับแผนภาพโครงเรื่องมีคะแนนเฉลี่ยความสามารถการอ่านภาษาอังกฤษเพื่อความเข้าใจหลังเรียนสูงกว่าก่อนเรียนอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .05
เอกสารอ้างอิง
กรมวิชาการ. (2546). การเรียนรู้แบบเน้นผู้เรียนเป็นสำคัญ. กรุงเทพมหานคร: คุรุสภาลาดพร้าว.
กลุ่มงานนิเทศติดตามและประเมินผล. (2565). รายงานผลการดำเนินงาน ปีการศึกษา 2565. แพร่: สำนักงานการศึกษาประถมศึกษาแพร่ เขต 2.
กลุ่มงานวิชาการโรงเรียนบ้านแม่จั๊วะ (ประชาราษฎร์รังสรรค์). (2565). บันทึกการ PLC ของครูและบุคคลากรทางการศึกษา ประจำปีการศึกษา 2565. แพร่: โรงเรียนบ้านแม่จั๊วะ (ประชาราษฎร์รังสรรค์).
กิ่งกมล บางศรี. (2565). ผลของ Story Maps ต่อการพัฒนาทักษะการอ่านเพื่อความเข้าใจของนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 6 ของ EFL ภาษาไทยโรงเรียนขยายโอกาสทางภาคตะวันออกเฉียงเหนือของประเทศไทย. รายงานการวิจัย. หลักสูตรมหาบัณฑิต สาขาวิชาหลักสูตรและการสอน: มหาวิทยาลัยราชภัฏร้อยเอ็ด.
จันทร์ฟอง ปัญญาวงค์. (2565). การจัดการเรียนรู้โดยใช้กลวิธีแบบโฟร์บล็อกร่วมกับเทคนิค 5W1H เพื่อเสริมสร้างความสามารถในการอ่านจับใจความสำคัญและการเขียนสรุปใจความสำคัญ ภาษาอังกฤษสำหรับนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 6. รายงานการวิจัย. หลักสูตรมหาบัณฑิต สาขาวิชาหลักสูตรและการสอน: มหาวิทยาลัยพะเยา.
พรรณทิพย์ภา ปาลวัฒน์. (2562). การพัฒนาหลักสูตรส่งเสริมทักษะการอ่านภาษาอังกฤษเพื่อความเข้าใจ โดยใช้เทคนิค เค ดับเบิลยู แอล พลัส สำหรับนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 6 โรงเรียนมัธยมวิทยา. วิทยานิพนธ์ศึกษาศาสตร์มหาบัณฑิต สาขาวิชาหลักสูตรและการสอน. บัณฑิตวิทยาลัย: มหาวิทยาลัยราชภัฏลำปาง.
สงัด อุทรานันท์. (2532). พื้นฐานและหลักการพัฒนาหลักสูตร. กรุงเทพมหานคร: คณะครุศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย.
สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน. (2563, 2564, 2565). สทศ. NIETS สถาบันทดสอบทางการศึกษาแห่งชาติ (องค์การมหาชน). เข้าถึงได้จาก http://www.niets.or.th (สืบคนเมื่อ 12 พฤศจิกายน 2566).
สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน. (2551). หลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน พุทธศักราช 2551. กรุงเทพมหานคร: โรงพิมพ์ชุมนุมสหกรณ์การเกษตร แห่งประเทศไทย.
Clark, B. C. (1997). Growing Up Gifted 5th ed. Upper Saddle River. New Jersey: Pretica-Hall.
Taba, H. (1962). Curriculum Development Theory and Practice. New York: Harcourt, Brace.
ดาวน์โหลด
เผยแพร่แล้ว
รูปแบบการอ้างอิง
ฉบับ
ประเภทบทความ
สัญญาอนุญาต
ลิขสิทธิ์ (c) 2024 วารสารวิชาการ มจร บุรีรัมย์

อนุญาตภายใต้เงื่อนไข Creative Commons Attribution-NonCommercial-NoDerivatives 4.0 International License.
ทัศนะและความคิดเห็นที่ปรากฏในบทความวารสารฉบับนี้ถือเป็นความรับผิดชอบของผู้เขียนบทความนั้น ไม่ถือเป็นทัศนะและความรับผิดชอบของบรรณาธิการ