ผลการจัดการเรียนรู้จากประสบการณ์ตรง (ELT) เพื่อพัฒนาผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนและผลของความคงทนในการเรียนรู้เรื่อง การรักษาดุลยภาพร่างกายมนุษย์ ของนักเรียนระดับชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 4
คำสำคัญ:
การจัดการเรียนรู้จากประสบการณ์ตรง, ผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน, ความคงทนการเรียนรู้บทคัดย่อ
การวิจัยนี้ มีวัตถุประสงค์เพื่อ 1) เปรียบเทียบผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนของนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 4 ก่อนเรียนและหลังเรียนโดยการใช้รูปแบบการจัดการเรียนรู้จากประสบการณ์การตรง (ELT) เรื่องการรักษาสมดุลยภาพร่างกายมนุษย์ 2) ศึกษาผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนของนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่4 หลังการใช้รูปแบบการจัดการเรียนรู้จากประสบการณ์ตรง (ELT) เรื่อง การรักษาดุลยภาพร่างกายมนุษย์ เทียบเกณฑ์ร้อยละ 70 และ 3) ศึกษาความคงทนในการเรียนรู้ของนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 4 จำนวน 30 คน (ห้อง ม.4/5) หลังใช้รูปแบบการจัดการเรียนรู้จากประสบการณ์ (ELT) เรื่องการรักษาสมดุลยภาพร่างกายมนุษย์ ประชากรกลุ่มตัวอย่าง เป็นนักเรียนระดับชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 4 จำนวน 340 คน ของโรงเรียนกาญจนาภิเษกวิทยาลัย นครปฐม (พระตำหนักสวนกุหลาบมัธยม) ภาคเรียนที่ 2 ปีการศึกษา 2566 โดยใช้วิธีการสุ่มตัวอย่างแบบกลุ่ม (Cluster sampling ) เครื่องมือที่ใช้เก็บรวบรวมข้อมูล ได้แก่ แบบวัดผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนเรื่อง การรักษาสมดุลยภาพร่างกายมนุษย์ วิเคราะห์ข้อมูลโดยใช้หาค่าดัชนีความสอดคล้อง (IOC) หาค่าความยากง่าย (p) และอำนาจจำแนก (r) ค่าความเชื่อมั่น โดยใช้สูตร KR-20 ทดสอบสมมติฐานโดยใช้ค่า T (t-test)
ผลการวิจัยพบว่า
1. นักเรียนที่ได้ใช้การจัดการเรียนรู้จากประสบการณ์ตรง (ELT) เรื่อง การรักษาดุลยภาพร่างกายมนุษย์ มีคะแนนเฉลี่ยจากการทำแบบทดสอบวัดผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนก่อนทดลองและหลังการทดลองมีความแตกต่างกันอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .05
2. นักเรียนที่ได้ใช้การจัดการเรียนรู้จากประสบการณ์ตรง (ELT) เรื่อง การรักษาดุลยภาพร่างกายมนุษย์ มีคะแนนเฉลี่ยจากการทำแบบทดสอบวัดผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนหลังการเรียน สูงกว่าเกณฑ์ร้อยละ 70
3. นักเรียนที่ได้ใช้การจัดการเรียนรู้จากประสบการณ์ตรง (ELT) เรื่อง การรักษาดุลยภาพร่างกายมนุษย์ มีความคงทนการเรียนรู้ ไม่แตกต่างกันอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .01
เอกสารอ้างอิง
กันต์กนิษฐ์ พลพิพัฒน์. (2560). การศึกษาผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนและทักษะการแก้โจทย์ปัญหาคณิตศาสตร์ของนักเรียนโดยใช้กลวิธี STAR. วิทยานิพนธ์ครุศาสตรมหาบัณฑิต สาขาวิชาหลักสูตรและการสอน. บัณฑิตวิทยาลัย: มหาวิทยาลัยราชภัฏรำไพพรรณี.
ชลธิชา เก็นซ์. (2560). การศึกษาผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนรู้และความคงทนในการเรียนรู้วิชาวิทยาศาสตร์ของนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 5/2 โรงเรียนสาธิตมหาวิทยาลัยราชภัฏสวนสุนันทา โดยใช้วิธีการเรียนแบบสรุปเนื้อหา. รายงานการวิจัย. มหาวิทยาลัยราชภัฏสวนสุนันทา.
เรียมพร แสนซุ้ง. (2558). การจัดกิจกรรมการเรียนรู้ตามแนวคิดการจัดการเรียนรู้เชิงประสบการณ์ เพื่อส่งเสริมผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนและความสามารถในการแก้ปัญหาทางคณิตศาสตร์ เรื่อง อัตราส่วนและร้อยละ สำหรับนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 2. วิทยานิพนธ์การศึกษามหาบัณฑิต สาขาวิชาวิทยาศาสตร์ศึกษา. บัณฑิตวิทยาลัย: มหาวิทยาลัยนเรศวร.
สิริวัฒน์ พงศ์แพทย์พินิจ. (2562). หนังสือเรียนรายวิชาพื้นฐานวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี (การออกแบบและเทคโนโลยี) ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 5. กรุงเทพมหานคร: แม็คเอ็ดดูเคชั่น.
สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน. (2560). ตัวชี้วัดและสาระการเรียนรู้แกนกลาง กลุ่มสาระการเรียนรู้วิทยาศาสตร์ (ฉบับปรับปรุง พ.ศ. 2560) ตามหลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน พุทธศักราช 2551. พิมพ์ครั้งที่ 1. กรุงเทพมหานคร: กระทรวงศึกษาธิการ.
ศุภศักดิ์ อ่อนสันต์. (2566). การพัฒนากระบวนการจัดกิจกรรมแนะแนวตามแนวคิดกระบวนการคิดเชิงออกแบบร่วมกับการจัดการเรียนรู้ด้วยกรณีศึกษาเพื่อส่งเสริมความสามารถในการแก้ปัญหาอย่างสร้างสรรค์สำหรับนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 4. วารสารการวิจัยการศึกษาขั้นพื้นฐาน, 3(2), 1-19.
อารีย์ ศรีสุกอง. (2562). ผลการจัดการเรียนรู้แบบประสบการณ์ ที่มีต่อผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน เรื่องความน่าจะเป็น สำหรับนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3. การค้นคว้าอิสระ การศึกษามหาบัณฑิต สาขาวิชาหลักสูตรและการสอน. มหาวิทยาลัยนเรศวร.
Christy Visaggi and Jeffrey Young. (2020). Experiential Learning Theory. Senior Faculty Associates for Signature Experiences. Retrieved from https:// myexperience.gsu.edu/faculty/resources/theory/ (Accessed April 18, 2024).
ดาวน์โหลด
เผยแพร่แล้ว
รูปแบบการอ้างอิง
ฉบับ
ประเภทบทความ
สัญญาอนุญาต
ลิขสิทธิ์ (c) 2024 วารสารวิชาการ มจร บุรีรัมย์

อนุญาตภายใต้เงื่อนไข Creative Commons Attribution-NonCommercial-NoDerivatives 4.0 International License.
ทัศนะและความคิดเห็นที่ปรากฏในบทความวารสารฉบับนี้ถือเป็นความรับผิดชอบของผู้เขียนบทความนั้น ไม่ถือเป็นทัศนะและความรับผิดชอบของบรรณาธิการ