การพัฒนาหน่วยการเรียนรู้ฐานสมรรถนะการฟังและการพูดภาษาอังกฤษเพื่อการสื่อสาร เรื่อง ฟังและพูดผ้ามัดหมี่ ของดีเมืองลพบุรี สำหรับนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 5
คำสำคัญ:
หน่วยการเรียนรู้ฐานสมรรถนะ, สมรรถนะการฟังและการพูดภาษาอังกฤษเพื่อการสื่อสาร, ผ้ามัดหมี่ ของดีเมืองลพบุรีบทคัดย่อ
การวิจัยนี้ มีวัตถุประสงค์เพื่อ 1) สร้างและประเมินคุณภาพหน่วยการเรียนรู้ฐานสมรรถนะการฟังและการพูดภาษาอังกฤษเพื่อการสื่อสาร เรื่องฟังและพูดผ้ามัดหมี่ ของดีเมืองลพบุรี สำหรับนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 5 2) ศึกษาผลการใช้หน่วยการเรียนรู้ฐานสมรรถนะ โดยเปรียบเทียบสมรรถนะการฟังและการพูดภาษาอังกฤษของนักเรียนหลังเรียนที่พัฒนาขึ้นกับเกณฑ์ร้อยละ 70 และ 3) ศึกษาความคิดเห็นที่มีต่อการเรียนการสอนตามหน่วยการเรียนรู้ฐานสมรรถนะ ดำเนินการโดยใช้กระบวนการวิจัยและพัฒนา กลุ่มตัวอย่างเป็นนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 5 ภาคเรียนที่ 2 ปีการศึกษา 2566 โรงเรียนวัดหนองเมือง สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาลพบุรี เขต 1 จำนวน 19 คน ได้มาโดยการเลือกแบบเจาะจง (Purposive Sampling) เครื่องมือที่ใช้ในการวิจัย ได้แก่ หน่วยการเรียนรู้ฐานสมรรถนะ แบบวัดสมรรถนะการฟังและการพูดภาษาอังกฤษเพื่อการสื่อสาร แบบสอบถามความคิดเห็นที่มีต่อการเรียนการสอนตามหน่วยการเรียนรู้ฐานสมรรถนะวิเคราะห์ข้อมูลโดยใช้ ค่าเฉลี่ย ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน ร้อยละ และการทดสอบที
ผลการวิจัยพบว่า
1. หน่วยการเรียนรู้ฐานสมรรถนะ มี 9 ส่วน ผลการประเมินภาพรวมมีความเหมาะสมอยู่ในระดับมากที่สุด (= 4.58, S.D.= 0.30) ผลการศึกษานำร่อง พบว่า หน่วยการเรียนรู้ฐานสมรรถนะมีความเป็นไปได้ในการนำไปปฏิบัติใช้จริง
2. ผลการศึกษาการใช้หน่วยการเรียนรู้ฐานสมรรถนะ พบว่า นักเรียนมีสมรรถนะการฟังและการพูดภาษาอังกฤษเพื่อการสื่อสารหลังเรียนสูงกว่าเกณฑ์ร้อยละ 70 อย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .05
3. ผลการศึกษาความคิดเห็นของนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 5 ที่มีต่อหน่วยการเรียนรู้ฐานสมรรถนะ โดยภาพรวมมีค่าเฉลี่ย 4.83 แสดงว่านักเรียนเห็นด้วยต่อการเรียนการสอนในระดับมากที่สุด
เอกสารอ้างอิง
กระทรวงศึกษาธิการ. (2548). หลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน กระทรวงศึกษาธิการ. กรุงเทพมหานคร: ชุมนุมสหกรณ์การเกษตรแห่งประเทศไทย.
กระทรวงศึกษาธิการ. (2551). หลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน กระทรวงศึกษาธิการ. กรุงเทพมหานคร: ชุมนุมสหกรณ์การเกษตรแห่งประเทศไทย.
กระทรวงศึกษาธิการ. (2557). แนวปฏิบัติตามประกาศกระทรวงศึกษาธิการ เรื่องนโยบายการปฏิรูปการศึกษา. กรุงเทพมหานคร: จามจุรีโปรดักส์.
จุฑามาศ พิมพ์สินธ์. (2565). การพัฒนาความสามารถด้านการฟังและด้านการพูดภาษาอังกฤษเพื่อการสื่อสารโดยใช้สถานการณ์จำลอง (Simulation) สำหรับนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 5. วารสารมหาวิทยาลัยราชภัฏมหาสารคาม, 17(1), 127-138.
ทิศนา แขมมณี. (2551). รูปแบบการเรียนการสอน. กรุงเทพมหานคร: สำนักพิมพ์แห่งจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย.
นีนา อิสมิง. (2560). ผลของการจัดการเรียนการสอนตามแนวคิดวิธีธรรมชาติที่เน้นการกระตุ้นความใส่ใจและการสังเกตที่มีต่อความสามารถในการฟังและการพูดภาษาอังกฤษของนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 1. วิทยานิพนธ์ศึกษาศาสตรมหาบัณฑิต สาขาวิชาหลักสูตรและการสอน. บัณฑิตวิทยาลัย: มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์.
พัชราภรณ์ พิลาสมบัติ. (2559). การพัฒนากระบวนการเรียนการสอนตามแนวคิดการสืบสอบและการเรียนรู้เชิงสถานการณ์เพื่อส่งเสริมความสามารถในการทำวิจัยสำหรับนักศึกษาครู. ดุษฎีนิพนธ์ครุศาสตรดุษฎีบัณฑิต สาขาวิชาหลักสูตรและการสอน. คณะครุศาสตร์: จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย.
ภัทราวดี ยวนชื่น. (2556). การเปรียบเทียบความสามารถด้านการฟัง การพูดภาษาอังกฤษและ ความสนใจในการเรียนการสอนภาษาอังกฤษของ ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 2 ที่ได้รับการสอนโดยใช้กิจกรรมการเรียนแบบศูนย์การเรียน ตามแนวทฤษฎีธรรมชาติกับแนว การสอนแบบเดิม. วารสารวิจัยทางการศึกษา คณะศึกษาศาสตร์ มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ, 7(2), 184-194.
วรางคณา เค้าอ้น. (2560). การพัฒนาทักษะการสื่อสารภาษาอังกฤษของนักเรียนชั้นประถมศึกษาปี 4 โดยใช้สถานการณ์เป็นฐานการเรียนรู้. วิทยานิพนธ์ศึกษาศาสตรมหาบัณฑิต. วิทยาลัยครุศาสตร์: มหาวิทยาลัยธุรกิจบัณฑิตย์.
สถาบันทดสอบทางการศึกษาแห่งชาติ. (2565). รายงานผลการทดสอบทางการศึกษาระดับชาติขั้นพื้นฐาน (O-NET) ชั้นประถมศึกษาปีที่ 6 ปีการศึกษา 2565. เข้าถึงได้จาก http://www.niet.or.th (สืบค้นเมื่อ 5 มกราคม 2567).
สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน. (ม.ป.ป). (ร่าง) กรอบหลักสูตรการศึกษาขั้นพื้นฐาน พุทธศักราช....ระดับประถมศึกษา. สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน.
สำนักงานเลขาธิการสภาการศึกษา. (2562). เข้าใจสมรรถนะอย่างง่าย ๆ ฉบับประชาชน และเข้าใจ หลักสูตรฐานสมรรถนะอย่างง่าย ๆ ฉบับครู ผู้บริหาร และบุคลากรทางการศึกษา. กรุงเทพมหานคร: 21 เซ็นจูรี่ จำกัด.
สำนักงานเลขาธิการสภาการศึกษา. (2563). การจัดการเรียนรู้ฐานสมรรถนะเชิงรุก. กรุงเทพมหานคร: พริกหวานกราฟฟิค.
สำนักงานเลขาธิการสภาการศึกษา. (2564). คู่มือ การนำกรอบสมรรถนะหลักของผู้เรียนระดับ ประถมศึกษาปีที่ 4-6 ไปใช้ในการพัฒนาผู้เรียน. สำนักงานเลขาธิการสภาการศึกษา.
สำนักงานเลขาธิการสภาการศึกษา. (2564). แนวทางการพัฒนาสมรรถนะหลักของผู้เรียนระดับการศึกษาขั้นพื้นฐาน ในช่วงเปลี่ยนผ่านสู่หลักสูตรฐานสมรรถนะ. กรุงเทพมหานคร: พริกหวานกราฟฟิค.
ออมสิน จตุพร. (2562). การพัฒนาหลักสูตรประวัติศาสตร์ท้องถิ่นตามแนวคิดการศึกษาอิงถิ่นฐานสําหรับนักเรียนระดับประถมศึกษา: กรณีชุมชนลุ่มแม่น้ำเจ้าพระยาตอนบน จังหวัดนครสวรรค์. วารสารศึกษาศาสตร์ มหาวิทยาลัยนเรศวร, 21(4), 342-356.
Anderson, K., & Lynch, T. (1998). Listening. Oxford: Oxford University Press.
Herrington, Jan & Oliver, Ron & Reeves, T. (2002). Patterns of Engagement in Authentic Online Learning Environments. Australian Journal of Educational Technology, 19(1), 279-286.
Morley, J. (2001). Aural comprehension instruction: Principles and practices. In M. Celce Murcia (Ed.), Teaching English as a second or foreign language (3rd ed., pp. 69-85). Boston: Heinle & Heinle Publishers.
ดาวน์โหลด
เผยแพร่แล้ว
รูปแบบการอ้างอิง
ฉบับ
ประเภทบทความ
สัญญาอนุญาต
ลิขสิทธิ์ (c) 2024 วารสารวิชาการ มจร บุรีรัมย์

อนุญาตภายใต้เงื่อนไข Creative Commons Attribution-NonCommercial-NoDerivatives 4.0 International License.
ทัศนะและความคิดเห็นที่ปรากฏในบทความวารสารฉบับนี้ถือเป็นความรับผิดชอบของผู้เขียนบทความนั้น ไม่ถือเป็นทัศนะและความรับผิดชอบของบรรณาธิการ