การศึกษาการใช้โครงสร้างภาษาอังกฤษแบบคู่ขนานเพื่อพัฒนาทักษะการเขียนของนักศึกษาระดับปริญญาตรี
คำสำคัญ:
โครงสร้างภาษาอังกฤษแบบคู่ขนาน, ทักษะการเขียน, นักศึกษาปริญญาตรีบทคัดย่อ
การวิจัยนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อ 1) ศึกษาโครงสร้างภาษาอังกฤษแบบคู่ขนานของนักศึกษาระดับปริญญาตรี 2) วิเคราะห์โครงสร้างภาษาอังกฤษแบบคู่ขนานของนักศึกษาระดับปริญญาตรี และ 3) ค้นหาผลการใช้โครงสร้างภาษาอังกฤษแบบคู่ขนานของนักศึกษาระดับปริญญาตรี เป็นการศึกษาวิจัยเชิงคุณภาพและเชิงปริมาณ กลุ่มตัวอย่างประกอบด้วยนิสิตชั้นปีที่ 1-4 ที่กำลังศึกษาในหลักสูตรการสอนภาษาอังกฤษ มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย วิทยาลัยสงฆ์บุรีรัมย์และวิทยาเขตสุรินทร์ จำนวน 60 คน การเก็บข้อมูลประกอบด้วยแบบสอบถาม การทดสอบก่อนและหลัง การอภิปรายกลุ่ม การสัมภาษณ์เชิงลึก และการสังเกตผู้เข้าร่วม งานวิจัยนี้ใช้วิธีการหาค่าเฉลี่ยและร้อยละในการวิเคราะห์ข้อมูล
ผลการวิจัยพบว่า
1. โครงสร้างประโยคในภาษาอังกฤษแบบคู่ขนานเป็นองค์ประกอบสำคัญในการเขียนที่ถูกต้อง คำ วลี และประโยคทั้งหมดควรเป็นแบบคู่ขนานเมื่อเชื่อมโยงกันเป็นชุดหรือเชื่อมโยงกันด้วยคำสันธานประสาน คำสันธานคู่ขนาน วลีและประโยคเปรียบเทียบ การผสมคำและรูปแบบของคำควรสอดคล้องกับประธาน โครงสร้างประโยคประกอบด้วยคำ กลุ่มคำที่ทำหน้าที่เดียวกัน หากคำเหล่านี้เป็นส่วนหนึ่งของคำพูด จะต้องเป็นประเภทเดียวกัน โดยใช้คำเชื่อม เช่น and, but, or เป็นต้น
2. การพัฒนาทักษะการเขียนของนิสิตที่ได้รับการฝึกฝนทักษะการเขียนแบบคู่ขนานในแบบฝึกหัดก่อนเรียน กล่าวคือ จากการสังเกตผลการฝึกทักษะการเขียนภาษาอังกฤษของนิสิต พบว่ามีการพัฒนาขึ้นอย่างเห็นได้ชัด ซึ่งทำให้นิสิตพัฒนาทักษะในการสังเกตคำในประโยค ตำแหน่งของคำในประโยค คำเชื่อมที่ใช้ในโครงสร้างคู่ขนาน และรูปแบบประโยคต่าง ๆ เป็นต้น
3. การทดสอบความรู้ความเข้าใจของกลุ่มตัวอย่าง แบ่งเป็น 3 โครงสร้าง คือ 1) ด้านการจดจำ กลุ่มตัวอย่างสามารถจดคำศัพท์และจำแนกคำได้ รวมถึงแปลประโยคสั้น ๆ ได้ 2) ด้านการเข้าใจ กลุ่มตัวอย่างสามารถเข้าใจโครงสร้างประโยคสั้น ๆ ไม่ซับซ้อน และ 3) ด้านการนำไปใช้ กลุ่มตัวอย่างสามารถใช้ความจำและความเข้าใจโครงสร้าง ทำแบบฝึกหัดตามโครงสร้างประโยคที่ไม่ซับซ้อนมากในระดับเริ่มต้นถึงปานกลางได้อย่างถูกต้อง ตามลำดับ
เอกสารอ้างอิง
Rivers. (1970). Teaching Foreign Language Skills, Tokyo: Toppan.
Boonsiri Phong-Aksorn. (1981). Writing for the program. Journal of Pasaa Paritat, 2(1), 42-55.
Saisunee Termsinsuk. (2006). The development of a teaching model by using strategic transfer to improve English writing ability of tertiary students. KKU Research Journal (Graduate Studies), 6(1), 85-105.
Nuanyai Numee. (1986). Construction of difficult spelling exercises for repair in mathayom suksa two students in Chong Pranwittaya School, Ratchaburi Province. Master of Art. Graduate School: Kasetsart University.
Pitsinee Khaow-Urai. (2021). A study of English essay writing errors, a case study of English Major students in Nakhon Pathom Rajabhat Institute, Journal of Humanities and Social Sciences Nakhon Pathom Rajabhat University, 11(2), 1-12.
Wanida Phenkongkarn. (1987). Techniques for Teaching English Writing at Secondary Level. Research Report. Department of Secondary Education. Faculty of Education: Chiang Mai University.
Wilaiporn Thanasuwan. (1987). Techniques for teaching English. Research Report. Faculty of Education: Chiang Mai University.
ดาวน์โหลด
เผยแพร่แล้ว
รูปแบบการอ้างอิง
ฉบับ
ประเภทบทความ
สัญญาอนุญาต
ลิขสิทธิ์ (c) 2024 วารสารวิชาการ มจร บุรีรัมย์

อนุญาตภายใต้เงื่อนไข Creative Commons Attribution-NonCommercial-NoDerivatives 4.0 International License.
ทัศนะและความคิดเห็นที่ปรากฏในบทความวารสารฉบับนี้ถือเป็นความรับผิดชอบของผู้เขียนบทความนั้น ไม่ถือเป็นทัศนะและความรับผิดชอบของบรรณาธิการ