การพัฒนาผ้าไทยลายกระธูปเชิงสร้างสรรค์ อำเภอหนองบัวแดง จังหวัดชัยภูมิ
คำสำคัญ:
การพัฒนา, ผ้าไทยลายกระธูป , เชิงสร้างสรรค์บทคัดย่อ
การวิจัยนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อ 1) ศึกษาประวัติความเป็นมาและอัตลักษณ์การทอผ้าไทยของชุมชน ในอำเภอหนองบัวแดง จังหวัดชัยภูมิ 2) ออกแบบและพัฒนาผ้าไทยลายกระธูปเชิงสร้างสรรค์ อำเภอหนองบัวแดง จังหวัดชัยภูมิ และ 3) สร้างองค์ความรู้เกี่ยวกับการออกแบบและผลิตผ้าไทยลายกระธูป อำเภอหนองบัวแดง จังหวัดชัยภูมิ โดยใช้ระเบียบวิธีวิจัยแบบผสมผสานระหว่างวิธีวิจัยเชิงเอกสารและวิจัยเชิงคุณภาพ ใช้การวิเคราะห์สังเคราะห์เชิงคุณภาพและนำเสนอแบบบรรยาย ปฏิบัติการร่วมแบบผสมผสานด้วยการลงพื้นที่ ได้แก่ การสัมภาษณ์เชิงลึก การสนทนากลุ่ม และการร่วมทำกิจกรรมกับชุมชนในพื้นที่ชุมชนบ้านลาดวังม่วง อำเภอหนองบัวแดง จังหวัดชัยภูมิ จำนวน 15 คน แบบเจาะจงเลือกผู้มีความรู้สามารถด้านการทอผ้า
ผลการวิจัยพบว่า
1. จังหวัดชัยภูมิมีประวัติศาสตร์การทอผ้าไทยโดยเฉพาะอย่างยิ่งคือผ้าไหม ที่มีมาพร้อม ๆ กับการก่อตั้งเมืองชัยภูมิ ในราว พ.ศ.2360 และสืบทอดกันต่อ ๆ มา ผ้าไหมลายหมี่คั่นขอนารี เป็นลายผ้ามัดหมี่เอกลักษณ์ ของจังหวัดชัยภูมิ เกิดจากการนำ หมี่คั่นลายโบราณ มารวมกับลายมัดหมี่ขอนารี ซึ่งสมเด็จพระบรมราชชนนีพันปีหลวง ได้มีพระราชดำริให้อนุรักษ์ไว้ และโปรดพระราชทานชื่อให้ว่า “ลายขอนารี”
2. ได้ออกแบบโดยการใช้กราฟในการเขียนร่างลายรูปภาพตามหลักเรขาคณิตและพัฒนาผ้าไทยลายกระธูปเชิงสร้างสรรค์ ที่แสดงออกถึงเอกลักษณ์เฉพาะชุมชนบ้านลาดวังม่วง อำเภอหนองบัวแดง จังหวัดชัยภูมิ จำนวน 1 ลาย เพื่อเป็นต้นแบบให้ชาวชุมชนเป็นเจ้าของลิขสิทธิ์ลาย
3. ได้จัดทำองค์ความรู้เกี่ยวกับการออกแบบและผลิตผ้าไทยลายกระธูป ให้เห็นกระบวนการการออกแบบผ้าไทยของชุมชนบ้านลาดวังม่วง อำเภอหนองบัวแดง จังหวัดชัยภูมิ แสดง ณ ศูนย์จำหน่ายสินค้าของชุมชนเพื่อให้ประชาชนและนักท่องเที่ยวได้ศึกษาหาความรู้
เอกสารอ้างอิง
จังหวัดชัยภูมิ. (2565). ข้อมูลด้านการท่องเที่ยว จังหวัดชัยภูมิ. เข้าถึงได้จาก http://www. chaiyaphum.go.th./page_about/about4.3.php (สืบค้นเมื่อ 1 พฤษภาคม 2565).
จินตนา ลินโพธิ์ศาล. (2556). คุณค่าอัตลักษณ์ศิลปวัฒนธรรมของท้องถิ่นกับการ นำมาประยุกต์เป็นผลิตภัณฑ์ท้องถิ่นเพื่อเพิ่มมูลค่าทางเศรษฐกิจ และการท่องเที่ยวเชิงศิลปวัฒนธรรม กรณีศึกษากลุ่มทอผ้าพื้นเมือง จังหวัดสกลนคร. วารสารมหาวิทยาลัยราชภัฏสกลนคร, 5(9), 1-16.
ชัยสิทธิ์ คุณสวัสดิ์ และคณะ. (2558). การพัฒนากระบวนการสืบทอดภูมิปัญญาการทอผ้าไหมพื้นบ้านในกลุ่มชาวไทยกูย อีสานใต้. วารสารการศึกษาและการพัฒนาสังคม, 11(1), 246.
ชยาภรณ์ สุขประเสริฐ และคณะ. (2565). การพัฒนาชุมชนเพื่อรองรับการท่องเที่ยวตามเส้นทางการท่องเที่ยวทางธรรมชาติและวัฒนธรรม ในจังหวัดชัยภูมิ. รายงานการวิจัย. สกสว. และสถาบันวิจัยพุทธศาสตร์ มจร.
ดวงเด่น บุญปก. (2562). อัตลักษณ์และสัญลักษณ์ของผ้าไหมพื้นเมืองกลุ่มเขมรถิ่นไทย. วารสารวิชาการคณะมนุษยศาสตรและสังคมศาสตร์, 10(1), 100.
เพ็ญสุภา สุขคตะ ใจอินทร์. (2553). วิวัฒนาการของผ้าทอมือลำพูน. เอกสารประกอบการประชุมเสวนา. เนื่องในวันสตรีสากลปี 2553 พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติหิริภุญไชย สำนักศิลปากรที่ 8 เชียงใหม่.
พระมหาวิฑูรย์ สิทธิเมธี. (2567). เมืองโบราณชัยภูมิ: แหล่งเรียนรู้ทางประวัติศาสตร์ ศาสนาและวัฒนธรรม. กรุงเทพมหานคร: บริษัท ดีเซมเมอรี่ จำกัด.
พระมหาสังคม ชยานนโท. (2562). กระบวนการอนุรักษ์ประเพณีท้องถิ่นอีสาน: ศึกษากรณีบุญแห่งกระธูปของชุมชน อำเภอหนองบัวแดง จังหวัดชัยภูมิ. รายงานการวิจัย. สถาบันวิจัยพุทธศาสตร์ มจร.
แพรภัทร ยอดแก้ว. (2565). การประยุกต์แนวคิดเศรษฐกิจสร้างสรรค์ในการพัฒนาผลิตภัณฑ์ผ้าทอตีนจกของกลุ่มทอผ้าโพรงมะเดื่อ อำเภอเมือง จังหวัดนครปฐม. การประชุมวิชาการนานาชาติครั้งที่ 14. มหาวิทยาลัยราชภัฏนครปฐม ระหว่างวันที่ 7-8 กรกฎาคม 2565.
มานะ รักวิทยาศาสตร์. (2527). ประวัติการทำผ้าลายไทย. หนังสือที่ระลึกในงานพระราชทานเพลิงศพ นางประณีต รักวิทยาศาสตร์. กรุงเทพมหานาคร:สำนักพิมพ์ปลาตะเพียน.
ระบบฐานข้อมูลศิลปะและวัฒนธรรม จังหวัดชัยภูมิ. (2565). ประเพณีบุญกระธูป. เข้าถึงได้จาก http://culture.cpru.ac.th/2022/08/15/ประเพณีบุญกระธูป/ (สืบค้นเมื่อ 10 มกราคม 2565).
สำนักอนุรักษ์และตรวจสอบมาตรฐานหม่อนไหม กรมหม่อนไหม กระทรวงเกษตรและสหกรณ์. (ม.ป.ป.). ผ้าไหมลายหมี่คั่นขอนารี. เข้าถึงได้จาก https://qsds.go.th/silkcotton/ k_18.php (สืบค้นเมื่อ 1 กรกฎาคม 2567).
ดาวน์โหลด
เผยแพร่แล้ว
รูปแบบการอ้างอิง
ฉบับ
ประเภทบทความ
สัญญาอนุญาต
ลิขสิทธิ์ (c) 2024 วารสารวิชาการ มจร บุรีรัมย์

อนุญาตภายใต้เงื่อนไข Creative Commons Attribution-NonCommercial-NoDerivatives 4.0 International License.
ทัศนะและความคิดเห็นที่ปรากฏในบทความวารสารฉบับนี้ถือเป็นความรับผิดชอบของผู้เขียนบทความนั้น ไม่ถือเป็นทัศนะและความรับผิดชอบของบรรณาธิการ