รูปแบบภูมิรัฐศาสตร์ในเขตเมืองเก่า จังหวัดสงขลา
คำสำคัญ:
การปกครอง, ภาวะผู้นำ, ภูมิรัฐศาสตร์บทคัดย่อ
การวิจัยนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อ 1) วิเคราะห์สภาพภูมิรัฐศาสตร์ในเขตเมืองเก่า จังหวัดสงขลา 2) วิเคราะห์การจัดการการปกครองในเขตเมืองเก่า จังหวัดสงขลา และ 3) สร้างองค์ความรู้เกี่ยวกับภูมิรัฐศาสตร์การเมืองการปกครองในเขตเมืองเก่า จังหวัดสงขลา บทความวิจัยในครั้งนี้ เป็นบทความวิจัยเชิงคุณภาพโดยรวบรวมข้อมูลทางเอกสาร สัมภาษณ์เชิงลึก จำนวน 25 รูป/คน และจัดเวทีเสวนากลุ่ม จากผู้เชี่ยวชาญและผู้ทรงคุณวุฒิ จำนวน 10 รูป/คน เครื่องมือที่ใช้ในการวิจัย ได้แก่ แบบสัมภาษณ์ และวิเคราะห์ข้อมูลโดยวิธีพรรณนา
ผลการวิจัยพบว่า
1. สภาพภูมิรัฐศาสตร์ในเขตเมืองเก่า จังหวัดสงขลา มีประวัติมายาวนานกว่า 200 ปี อดีตถือเป็นชุมชนสำคัญอย่างมาก เพราะเป็นแหล่งค้าขายทางเรือที่มีความรุ่งเรืองเป็นอย่างมาก เป็นศูนย์กลางของความเจริญทั้งหลาย ด้วยเป็นเมืองที่มีอาณาเขตติดต่อกับทะเล ทำให้การค้าขายทางเรือนั้นรุ่งเรืองเป็นอย่างมาก อีกทั้งเป็นชุมชนพหุวัฒนธรรมนับตั้งแต่ก่อตั้งเมืองขึ้น โดยมีชาวบ้านเข้ามาตั้งถิ่นฐานอาศัย 3 กลุ่ม คือ ชาวจีน ชาวไทย ชาวมลายู ด้วยความหลากหลายทำให้ชุมชนมีสถาปัตยกรรมหลากหลายที่ยังคงมีให้เห็นในปัจจุบัน อาทิ ตึก อาคาร แบบจีนหรือแบบชิโนโปรตุเกส
2. การจัดการปกครองในเขตเมืองเก่า จังหวัดสงขลา แบ่งออกเป็น 3 ช่วง คือ 1) ยุคซิงกร่า การปกครองในยุคนี้เป็นการปกครองโดยระบบกษัตริย์ ซึ่งมี โต๊ะ โมกุล พ่อค้าชาวชวา ประเทศอินโดนีเซีย เป็นกษัตริย์องค์แรก 2) ยุคแหลมสน การปกครองเป็นแบบเจ้าเมือง โดยมี เหยี่ยง แซ่เฮา ชาวจีน ได้รับการแต่งตั้งเป็นเจ้าเมือง และยังเป็นต้นสกุล ณ สงขลา ทำการปกครองจนถึง 8 รุ่น 3) ยุคบ่อยาง เนื่องจากที่เดิมนั้นเกิดการขาดแคลนน้ำอย่างหนัก จึงมีการย้ายที่อยู่มาที่บริเวณตำบลบ่อยาง (ปัจจุบัน) มีการเปลี่ยนแปลงการปกครองหลายครั้ง ได้แก่ พ.ศ. 2379 มีพระยาวิเชียรคีรี (เถี้ยนเส็ง) ดำรงตำแหน่งเป็นเจ้าเมือง ต่อมา พ.ศ. 2439 มีการเปลี่ยนแปลงผู้ปกครองจากเจ้าเมือง เป็นตำแหน่งผู้ว่าราชการแทน โดยมีพระยาวิเชียรคีรี (ชม ณ สงขลา) ดำรงตำแหน่งผู้ว่าราชการจังหวัด และให้เมืองสงขลานั้นเป็นส่วนหนึ่งของมณฑลนครศรีธรรมราช ต่อจากนั้นใน พ.ศ. 2475 ได้มีการเปลี่ยนแปลงให้เมืองสงขลา มีฐานะเป็น “จังหวัดสงขลา” ของประเทศไทย
3. การนำเสนอรูปแบบภูมิรัฐศาสตร์ในเขตเมืองเก่า จังหวัดสงขลา ผ่านรูปแบบที่เรียกว่า LSCK Model กล่าวคือ L (Leadership) หมายถึง ภาวะผู้นำ S (Sovereignty) หมายถึง ความสมดุลอำนาจทางการเมือง C (Civil) หมายถึง การพัฒนาคุณภาพชีวิตพลเมือง และ K (Knowledge and Budget) หมายถึง การให้ความรู้เกี่ยวกับงบประมาณ
เอกสารอ้างอิง
กลุ่มงานสารสนเทศ และการสื่อสาร สำนักงานจังหวัดสงขลา. (2554). จังหวัดสงขลา. เข้าถึงได้จาก http://www.songkhla.go.th (สืบค้นเมื่อ 28 พฤษภาคม 2566).
คณะกรรมการชุมชนย่านเมืองเก่า เทศบาลนครสงขลา. (2564). แผนพัฒนาชุมชน. เข้าถึงได้จาก http://www.songkhlacity.go.th (สืบค้นเมื่อ 28 พฤษภาคม 2566).
จังหวัดสงขลา. (2567). ย่านเมืองเก่าสงขลา. เข้าถึงได้จาก https://www. songkhla.go.th/travel/detail/98 (สืบค้นเมื่อ 30 พฤษภาคม 2566).
ธิติพงษ์ มีทอง และคณะ. (2563). ภูมิรัฐศาสตร์ของกรุงศรีอยุธยากับนโยบายการค้า. งานประชุมวิชาการระดับชาติ ครั้งที่ 12. มหาวิทยาลัยราชภักนครปฐม.
พระครูอุเทศธรรมสาทิศ. (2565). การบูรณาการหลักพุทธธรรมเพื่อเสริมสร้างภาวะผู้นำในการปกครองสงฆ์ จังหวัดอุทัยธานี. ดุษฎีนิพนธ์พุทธศาสตรดุษฎีบัณฑิต สาขาวิชาการจัดการเชิงพุทธ. บัณฑิตวิทยาลัย: มหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย.
ไพฑูรย์ มีกุศล. (2563). ความเป็นมาของการเมืองการปกครองไทย. วารสารมนุษยศาสตร์และสังคมศาสตร์ มหาวิทยาลัยราชภัฏสุราษฎร์ธานี, 12(1), 275-293.
รังสี รัตนปราการ, จเร สุวรรณชาต และสืบสกุล ศรีสุข. (2560). Heritage Trust กับการพัฒนาย่านเมืองเก่าสงขลา. เข้าถึงได้จาก https://www. slideshare.net/FURD_RSU/heritage-trust (สืบค้นเมื่อ 30 พฤษภาคม 2566).
สำนักงานพาณิชย์จังหวัดสงขลา. (2564). บรรยายสรุปจังหวัดสงขลา. เข้าถึงได้จาก https://songkhla.moc.go.th/ th/content/page/index/id/1055 (สืบค้นเมื่อ 30 พฤษภาคม 2566).
ดาวน์โหลด
เผยแพร่แล้ว
รูปแบบการอ้างอิง
ฉบับ
ประเภทบทความ
สัญญาอนุญาต
ลิขสิทธิ์ (c) 2024 วารสารวิชาการ มจร บุรีรัมย์

อนุญาตภายใต้เงื่อนไข Creative Commons Attribution-NonCommercial-NoDerivatives 4.0 International License.
ทัศนะและความคิดเห็นที่ปรากฏในบทความวารสารฉบับนี้ถือเป็นความรับผิดชอบของผู้เขียนบทความนั้น ไม่ถือเป็นทัศนะและความรับผิดชอบของบรรณาธิการ