การประยุกต์ใช้หลักไตรสิกขาเพื่อเสริมสร้างความเข้มแข็งของ ชุมชนกะพังสุรินทร์ อำเภอเมือง จังหวัดตรัง
คำสำคัญ:
การประยุกต์, หลักไตรสิกขา, เสริมสร้างความเข้มแข็งของชุมชนบทคัดย่อ
การวิจัยนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อ 1) ศึกษาแนวคิดเกี่ยวกับการเสริมสร้างความเข้มแข็งของชุมชนกะพังสุรินทร์ อำเภอเมือง จังหวัดตรัง 2) ศึกษาหลักไตรสิกขาที่ปรากฏในคัมภีร์ทางพระพุทธศาสนาเถรวาท และ 3) การประยุกต์หลักไตรสิกขาเพื่อเสริมสร้างความเข้มแข็งของชุมชนกะพังสุรินทร์ อำเภอเมือง จังหวัดตรัง เป็นการวิจัยเชิงคุณภาพ ซึ่งผู้วิจัยได้สำรวจและเก็บข้อมูลโดยการสัมภาษณ์เชิงลึก การวิเคราะห์ข้อมูลและสรุปผล โดยนำข้อมูลจากที่ได้ทั้งหมดมาวิเคราะห์ ประมวลความ สรุปผล และนำเสนอในรูปแบบการเขียนบรรยายเชิงพรรณนา
ผลการวิจัยพบว่า
1. ชุมชนเข้มแข็ง คือ ชุมชนที่มีศักยภาพในการพึ่งตนเองได้ เป็นชุมชนที่มีความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สิน สามารถพัฒนาศักยภาพของคนในชุมชนและตอบสนองความต้องการอันแท้จริงของคนในชุมชน มีการบริการจัดการอย่างมีประสิทธิภาพและถูกต้องตามทำนองคลองธรรม
2. ไตรสิกขา คือ หลักธรรมทางพระพุทธศาสนา ว่าด้วยเรื่องการศึกษา ฝึกฝนอบรมตน ประกอบด้วย 3 อย่าง คือ 1) ศีล 2) สมาธิ และ 3) ปัญญา เป็นข้อปฏิบัติสำหรับฝึกอบรมพัฒนากาย วาจา จิตใจ และปัญญา ให้เจริญงอกงามยิ่งขึ้นไปจนบรรลุจุดหมายสูงสุด คือ ความหลุดพ้นหรือนิพพาน
3. การประยุกต์หลักไตรสิกขาเพื่อเสริมสร้างความเข้มแข็งของชุมชนกะพังสุรินทร์ อำเภอเมือง จังหวัดตรัง ใน 3 ด้าน ดังนี้ 1) ด้านพฤติกรรม ได้แก่ การฝึกฝนพัฒนาพฤติกรรมทางกายและทางวาจา โดยนำหลักศีลธรรม จริยธรรม มาเป็นแนวทางในการประพฤติปฏิบัติ รักษากายและวาจาให้สงบ ไม่ก่อให้เกิดทุกข์และโทษขึ้นทางกายและวาจาทั้งตนเองและผู้อื่น ส่งผลให้ลดปัญหาด้านพฤติกรรมภายในชุมชนจนเกิดความมั่นคงเข้มแข็งและยังเป็นส่วนในการพัฒนาชุมชนต่อไป 2) ด้านจิตใจ ได้แก่ การมีสติและสมาธิ การรู้จักแก้ปัญหารับฟังเหตุผลของผู้อื่นด้วยจิตใจที่ตั้งมั่น คิดหาทางแก้ไขปัญหาก็จะลุล่วงไปได้ด้วยดี เพราะสติและสมาธิเป็นหลักธรรมที่ช่วยให้ไม่เกิดความประมาทในการใช้ชีวิต เป็นตัวช่วยในการยกระดับจิตใจให้สูงขึ้นชีวิตก็จะได้รับการพัฒนาไปด้วยสังคมชุมชนเองก็เช่นกัน 3) ด้านปัญญา เป็นเรื่องของการฝึกหรือพัฒนาในด้านการรู้ความจริง เริ่มตั้งแต่ความเชื่อ ความเห็น ความรู้ ความเข้าใจ และสามารถนำความรู้ที่มีอยู่มาเชื่อมโยมสร้างเป็นเครือข่ายความรู้และสร้างความคิดใหม่เพื่อใช้ในการแก้ปัญหาอย่างสร้างสรรค์ จะช่วยนำพาให้ชุมชนที่อยู่อาศัยร่วมกันนั้นเกิดความแข็งแกร่ง และเป็นการเสริมสร้างในการพัฒนาชุมชนให้เป็นชุมชนที่เข้มแข็งและอยุ่ร่วมกันได้อย่างสันติสุขสืบไป
เอกสารอ้างอิง
โคทม อารียา. (2548). การใช้สันติวิธีเพื่อแก้ไขความขัดแย้งในจังหวัดชายแดนภาคใต้ในสันติวิธีจากมุมมองศาสนา. นครปฐม: สังคมศาสตร์และมนุษย์ศาสตร์มหาวิทยาลัยมหิดล.
หอจดหมายเหตุแห่งชาติ เฉลิมพระเกียรติ สมเด็จพระนางเจ้าฯ ตรัง. (ม.ป.ป.). ประวัติศาสตร์จังหวัดตรัง (ฉบับย่อ). เข้าถึงได้จาก https://www.finearts.go.th /trangarchives (สืบค้นเมื่อ 22 มีนาคม 2567).
ประเวศ วะสี. (2541). ประชาคมตำบล ยุทธศาสตร์เพื่อเศรษฐกิจพอเพียง ศีลธรรมและสุขภาพ. กรุงเทพมหานคร: สำนักพิมพ์มติชน.
พระธรรมกิตติวงศ์ (ทองดี สุรเตโซ). (2553). พจนานุกรมเพื่อการศึกษาพุทธศาสน์ คำวัด. พิมพ์ครั้งที่ 4. กรุงเทพมหานคร: ธรรมสภาและสถาบันบันลือธรรม.
พระธรรมปิฎก (ป. อ. ปยุตฺโต). (2539). นิติศาสตร์แนวพุทธ. กรุงเทพมหานคร: โรงพิมพ์บริษัทสหธรรมิกจำกัด.
พระศรายุทธ วชิรปญฺโญ, ละเอียด จงกลนี และพระฮอนด้า วาทสทฺโท. (2564). การพัฒนามนุษย์ตามหลักไตรสิกขาเพื่อสร้างสังคมเข้มแข็งอุดมปัญญา. วารสารธรรมวัตร, 2(1), 23-30.
ดาวน์โหลด
เผยแพร่แล้ว
รูปแบบการอ้างอิง
ฉบับ
ประเภทบทความ
สัญญาอนุญาต
ลิขสิทธิ์ (c) 2024 วารสารวิชาการ มจร บุรีรัมย์

อนุญาตภายใต้เงื่อนไข Creative Commons Attribution-NonCommercial-NoDerivatives 4.0 International License.
ทัศนะและความคิดเห็นที่ปรากฏในบทความวารสารฉบับนี้ถือเป็นความรับผิดชอบของผู้เขียนบทความนั้น ไม่ถือเป็นทัศนะและความรับผิดชอบของบรรณาธิการ