ปัจจัยที่ส่งผลต่อคุณภาพชีวิตผู้สูงอายุหลังเกษียณ โดยใช้หลักพุทธธรรมนำชีวิต
คำสำคัญ:
ปัจจัยที่ส่งผลต่อคุณภาพชีวิต, ผู้สูงอายุหลังเกษียณ, หลักพุทธธรรมนำชีวิตบทคัดย่อ
การวิจัยนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อ 1) ศึกษาองค์ประกอบของปัจจัยที่ส่งผลต่อคุณภาพชีวิตผู้สูงอายุหลังเกษียณโดยใช้หลักพุทธธรรมนำชีวิต 2) พัฒนาปัจจัยที่ส่งผลต่อคุณภาพชีวิตผู้สูงอายุหลังเกษียณโดยใช้หลักพุทธธรรมนำชีวิตจากข้อมูลเชิงประจักษ์ และ 3) ถ่ายทอดองค์ความรู้การพัฒนาคุณภาพชีวิตผู้สูงอายุหลังเกษียณโดยใช้หลักพุทธธรรมนำชีวิต กลุ่มตัวอย่าง ได้แก่ กลุ่มผู้สูงอายุหลังเกษียณที่อาศัยอยู่ในเขตอำเภอเมืองร้อยเอ็ด จังหวัดร้อยเอ็ด จำนวน 364 คน เครื่องมือที่ใช้ในการวิจัย คือ 1) แบบสัมภาษณ์ 2) แบบสอบถาม 3) แบบสนทนากลุ่ม มีความเที่ยงตรงอยู่ในเกณฑ์มาตรฐานตั้งแต่ 0.80 ถึง 1.00 และค่าความเชื่อมั่นทั้งฉบับเท่ากับ .93
ผลการวิจัยพบว่า
1. องค์ประกอบของปัจจัยที่ส่งผลต่อคุณภาพชีวิตผู้สูงอายุหลังเกษียณโดยใช้หลักพุทธธรรมนำชีวิต 6 ด้าน ประกอบด้วย 6 องค์ประกอบ 74 ตัวบ่งชี้ ได้แก่ 1) ด้านการรวมกลุ่มทางสังคม 10 ตัวบ่งชี้ 2) ด้านความสัมพันธ์ระหว่างบุคคล 10 ตัวบ่งชี้ 3) ด้านสภาพร่างกายที่ดี 15 ตัวบ่งชี้ 4) ด้านการตัดสินใจด้วยตนเอง 10 ตัวบ่งชี้ 5. ด้านสภาพความเป็นอยู่ที่ดี 9 ตัวบ่งชี้ 6) ด้านสภาพอารมณ์ที่ดี12 ตัวบ่งชี้ ซึ่งมีระดับความคิดเห็นโดยรวมอยู่ในระดับมากที่สุด
2. การพัฒนาปัจจัยที่ส่งผลต่อคุณภาพชีวิตผู้สูงอายุหลังเกษียณโดยใช้หลักพุทธธรรมนำชีวิต ได้แก่ 1) ด้านการรวมกลุ่มทางสังคม (หลักสัปปุริสธรรม 7) มี 10 ตัวชี้วัด 2) ด้านความสัมพันธ์ระหว่างบุคคล (พรหมวิหาร 4) มี 8 ตัวชี้วัด 3) ด้านสภาพร่างกายที่ดี (สัปปุริสธรรม 7) มี12 ตัวชี้วัด 4) ด้านการตัดสินใจด้วยตนเอง (สัปปุริสธรรม 7) มี 4 ตัวชี้วัด 5) ด้านสภาพความเป็นอยู่ที่ดี (อริยสัจ 4) มี 6 ตัวชี้วัด 6) ด้านสภาพอารมณ์ที่ดี (อริยสัจ 4) มี 12 ตัวชี้วัด
3. การถ่ายทอดองค์ความรู้การพัฒนาคุณภาพชีวิตผู้สูงอายุหลังเกษียณโดยใช้หลักพุทธธรรมนำชีวิต ผ่านคู่มือการพัฒนาคุณภาพชีวิตผู้สูงอายุหลังเกษียณโดยใช้หลักพุทธธรรมนำชีวิต พบว่า คู่มือการพัฒนาคุณภาพชีวิตผู้สูงอายุหลังเกษียณโดยใช้หลักพุทธธรรมนำชีวิต คู่มือฉบับนี้ประกอบด้วย ส่วนประกอบต่าง ๆ และเนื้อหาสาระ ด้านรูปแบบและการใช้ภาษา ด้านการออกแบบ ด้านรูปเล่ม ด้านประโยชน์ความเป็นไปได้จากการนำคู่มือไปใช้
เอกสารอ้างอิง
กรมกิจการผู้สูงอายุ. (2563). สถิติจำนวนผู้สูงอายุ. เข้าถึงได้จาก http://www.dop.go.th/th (สืบค้นเมื่อ 1 ตุลาคม 2565).
เกสร สำเภาทอง. (2556). โครงการวิจัยการรับรู้ความตระหนักระดับกิจกรรมทางกายของบุคลากรด้านสาธารณสุขในเขตกรุงเทพมหานคร. วารสารการพยาบาลและการดูแลสุขภาพ, 34(2), 132-141.
ธนาคารแห่งประเทศไทย. (2561). ธนาคารแห่งประเทศไทยกับการแก้ปัญหาหนี้ครัวเรือน. รายงานประจำปี2561. เข้าถึงได้จาก https://www.bot.or.th/Thai/ ResearchAndPublications/Report/ (สืบค้นเมื่อ 20 เมษายน 2565).
ปัทมาพร เกิดแจ้ง และสวรรยา ธรรมอภิพล. (2561). รูปแบบการดำเนินชีวิตและการปรับตัวของข้าราชการครูหลังเกษียณ ในสังกัดกลุ่มโรงเรียนมาลัยแมน จังหวัดนครปฐม. วารสารศิลปศาสตร์มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ วิทยาเขตหาดใหญ่, 10(2), 395-410.
มูลนิธิสถาบันวิจัยเพื่อการพัฒนาแห่งประเทศไทย. (2559). รายงานฉบับสมบูรณ์การขยายกำหนดเกษียณอายุและการออมสำหรับวัยเกษียณอายุ โครงการสร้างและขยายโอกาสในการเข้าถึงหลักประกัน ทางสังคมขั้นพื้นฐานสำหรับผู้สูงอายุ. กรุงเทพมหานคร: มูลนิธิสถาบันวิจัยและพัฒนาผู้สูงอายุไทย.
วีรวรรณ แก้วใส. (2563). ปัจจัยที่ส่งผลต่อความต้องการทำงานต่อในระบบราชการของข้าราชการที่ใกล้เกษียณอายุราชการ. วิทยานิพนธ์บริหารธุรกิจมหาบัณฑิต สาขาวิชาบริหารธุรกิจมหาบัณฑิต. บัณฑิตวิทยาลัย: มหาวิทยาลัยศิลปากร.
Krejcie, R. V., & Morgan, D. W. (1970). Determination sample size for research activities. Education and Psychology Measurement, 30(3), 607-610.
Schalock, L. R. (2004). The concept of quality of life: what we know and do not know. Journal of Intellectual Disability Research, 48(3), 203-216.
World Health Organization. (1978). Declaration of Alma Ata, international conference on primary health care. Alma Ata, 6-12 September. Geneva: World Health Organization.
ดาวน์โหลด
เผยแพร่แล้ว
รูปแบบการอ้างอิง
ฉบับ
ประเภทบทความ
สัญญาอนุญาต
ลิขสิทธิ์ (c) 2024 วารสารวิชาการ มจร บุรีรัมย์

อนุญาตภายใต้เงื่อนไข Creative Commons Attribution-NonCommercial-NoDerivatives 4.0 International License.
ทัศนะและความคิดเห็นที่ปรากฏในบทความวารสารฉบับนี้ถือเป็นความรับผิดชอบของผู้เขียนบทความนั้น ไม่ถือเป็นทัศนะและความรับผิดชอบของบรรณาธิการ