ผลการจัดการเรียนรู้แบบโครงงานเป็นฐานร่วมกับแอพพลิเคชัน เรื่องการสร้างภาพเคลื่อนไหวและการนำเสนองาน ของนักเรียนระดับประกาศนียบัตรวิชาชีพ
คำสำคัญ:
การสร้างภาพเคลื่อนไหว, โครงงานเป็นฐาน, ผลการจัดการเรียน, แอพพลิเคชันบทคัดย่อ
การวิจัยนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อ 1) เปรียบเทียบผลการจัดการเรียนรู้แบบโครงงานเป็นฐานร่วมกับแอพพลิเคชัน เรื่องการสร้างภาพเคลื่อนไหวและการนำเสนองานของนักเรียนระดับประกาศนียบัตรวิชาชีพ ก่อนและหลังการเรียน 2) เปรียบเทียบผลการจัดการเรียนรู้แบบโครงงานเป็นฐานร่วมกับแอพพลิเคชัน เรื่องการสร้างภาพเคลื่อนไหวและการนำเสนองาน ของนักเรียนระดับประกาศนียบัตรวิชาชีพ หลังการเรียนกับเกณฑ์ร้อยละ 80 3) ศึกษาระดับคุณภาพชิ้นงาน หลังเรียนรู้แบบโครงงานเป็นฐานร่วมกับแอพพลิเคชัน ของนักเรียนระดับประกาศนียบัตรวิชาชีพ และ 4) เพื่อศึกษาระดับความพึงพอใจของนักเรียนระดับประกาศนียบัตรวิชาชีพ ที่มีต่อการจัดการเรียนรู้แบบโครงงานเป็นฐานร่วมกับแอพพลิเคชัน เรื่องการสร้างภาพเคลื่อนไหวและการนำเสนองาน กลุ่มตัวอย่างที่ใช้ในการวิจัยในครั้งนี้ คือ นักเรียนระดับประกาศนียบัตรวิชาชีพ วิทยาลัยเกษตรและเทคโนโลยีชัยภูมิ ประจำปีการศึกษา 2567 จำนวน 33 คน โดยใช้วิธีการสุ่มแบบกลุ่ม เครื่องมือที่ใช้ในการวิจัย คือ แผนการจัดการเรียนรู้ แบบทดสอบวัดผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน แบบประเมินคุณภาพชิ้นงาน แบบวัดความพึงพอใจ วิเคราะห์ข้อมูล โดยใช้ค่าเฉลี่ย ร้อยละ ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน t-test for dependent sample และ t-test for one sample
ผลการวิจัยพบว่า
1. ผลการจัดการเรียนรู้แบบโครงงานเป็นฐานร่วมกับแอพพลิเคชัน เรื่องการสร้างภาพเคลื่อนไหวและการนำเสนองาน ของนักเรียนระดับชั้นประกาศนียบัตรวิชาชีพ พบว่า ผลการจัดการเรียนรู้หลังเรียนสูงกว่าก่อนเรียน อย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ 0.05
2. ผลการจัดการเรียนรู้แบบโครงงานเป็นฐานร่วมกับแอพพลิเคชัน เรื่อง การสร้างภาพเคลื่อนไหวและการนำเสนองาน ของนักเรียนระดับชั้นประกาศนียบัตรวิชาชีพ หลังเรียนสูงกว่าเกณฑ์ร้อยละ 80 อย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ 0.05
3. ระดับคุณภาพชิ้นงานของนักเรียนระดับชั้นประกาศนียบัตรวิชาชีพ อยู่ในระดับดี
4. ความพึงพอใจของนักเรียนระดับชั้นประกาศนียบัตรวิชาชีพ ที่มีต่อการจัดการเรียนรู้แบบโครงงานเป็นฐานร่วมกับแอพพลิเคชัน อยู่ในระดับมาก
เอกสารอ้างอิง
กนกอร สะภา. (2559). การพัฒนาแผนการจัดการเรียนรู๎ตามแนวคิดของกาเย่ประกอบบทเรียนบน เว็บรายวิชางานธุรกิจ ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3. (วิทยานิพนธ์ปริญญาครุศาสตรมหาบัณฑิต สาขาวิชาหลักสูตรและการเรียนการสอน). คณะครุศาสตร์: มหาวิทยาราชภัฏมหาสารคาม.
ณัฐพล เฟื่องฟุ้ง. (2560). การจัดการเรียนรู้วิชาคณิตศาสตร์ โดยใช้สมองเป็นฐานเพื่อส่งเสริมความสามารถในการคิดอย่างมีวิจารณญาณสำหรับนักเรียน ชั้นประถมศึกษาปีที่ 6. (วิทยานิพนธ์ปริญญาศึกษาศาสตรมหาบัณฑิต สาขาวิชาหลักสูตรและการเรียนการสอน). บัณฑิตวิทยาลัย: มหาวิทยาลัยธุรกิจบัณฑิตย์.
ดุษฎี โยเหลา. (2557). การศึกษาการจัดการเรียนรู้แบบ PBL ที่ได้จากโครงการสร้างชุดความรู้เพื่อสร้างเสริม ทักษะแห่งศตวรรษที่ 21 ของเด็กและเยาวชนจากประสบการณ์ความสำเร็จของโรงเรียนไทย. กรุงเทพมหสนคร: ทิพยวิสุทธิ์.
ทิศนา แขมมณี. (2560). ศาสตร์การสอน: องค์ความรู้เพื่อการจัดกระบวนการเรียนรู้ที่มีประสิทธิภาพ. (พิมพ์ครั้งที่ 21). กรุงเทพมหานคร: โรงพิมพ์แห่งจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย.
นริศรา เคนแสง. (2560). รูปแบบการจัดการเรียนรู้โดยใช้โครงงานเป็นฐานในรายวิชาคอมพิวเตอร์และสารสนเทศเพื่องานอาชีพระดับประกาศนียบัตรวิชาชีพชั้นปีที่ 1 สาขาออกแบบนิเทศศิลป์. (วิทยานิพนธ์ครุศาสตรอุตสาหกรรมมหาบัณฑิต สาขาวิชาคอมพิวเตอร์และเทคโนโลยีสารสนเทศ). บัณฑิตวิทยาลัย: มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าธนบุรี.
ประวีณา สันป่าแก้ว. (2559). ความพึงพอใจของนักเรียนระดับมัธยมศึกษาตอนต้นที่มีต่อการจัด สภาพแวดล้อมทางการเรียนของโรงเรียนบ้านเนินพลับหวาน สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่ การศึกษาประถมศึกษาชลบุรี เขต 3. (วิทยานิพนธ์ปริญญาการศึกษามหาบัณฑิต). บัณฑิตวิทยาลัย: มหาวิทยาลัยบูรพา.
ประสาท เนืองเฉลิม. (2558). การเรียนรู้วิทยาศาสตร์ในศตวรรษที่ 21. กรุงเทพมหานคร: สำนักพิมพ์แห่งจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย.
พงศกร แพ่งสองคร. (2562). การพัฒนาผลการเรียนรู้ เรื่อง การประกอบคอมพิวเตอร์โดยใช้กิจกรรมการเรียนรู้แบบโครงงานเป็นฐาน ของนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 5. (วิทยานิพนธ์ครุศาสตรมหาบัณฑิต สาขาวิชาหลักสูตรและการเรียนการสอน). บัณฑิตวิทยาลัย: มหาวิทยาลัยราชภัฏมหาสารคาม.
พรรณนิภา สุขคี้. (2559). ความพึงพอใจของนักเรียนที่มีต่อการใช้บริการห้องสมุดโรงเรียนวัดล่าง (บวรวิทยายน 3) สังกัดสานักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาฉะเชิงเทรา เขต 1. (วิทยานิพนธ์ปริญญาการศึกษามหาบัณฑิต สาขาวิชาการบริหารการศึกษา). บัณฑิตวิทยาลัย: มหาวิทยาลัยบูรพา.
พิชิต ฤทธิ์จรูญ. (2562). เกณฑ์การให้คะแนน: เครื่องมือสำหรับครูเพื่อประเมินผลลัพธ์การเรียนรู้ที่เที่ยงตรงและยุติธรรม. วารสารศึกษาศาสตร์มหาวิทยาลัยสุโขทัยธรรมาธิราช, 12(1), 13.
ไพศาล หวังพานิช. (2563). สถิติเพื่อการวิจัย. เอกสารประกอบการบรรยาย. คณะศึกษาศาสตร์: มหาวิทยาลัยวงษ์ชวลิตกุล.
เมธาวี โสรเนตร, รุ่งฟ้า กิติญาณุสันต และมนเทียร ชมดอกไม้. (2563). การจัดการเรียนรู้แบบโครงงานเพื่อพัฒนาผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนคอมพิวเตอร์และความสามารถในการทำโครงงานของนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3. วารสารการศึกษาและการพัฒนาสังคม, 13(1), 96.
รังศิมา ชูเทียน. (2558). การพัฒนาการสอนผ่านเว็บบล็อกด้วยการเรียนรู้แบบโครงงานเป็นฐาน วิชาเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร สำหรับนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 1. (วิทยานิพนธ์ปริญญามหาบัณฑิต สาขาวิชาเทคโนโลยีและสื่อสารการศึกษา). บัณฑิตวิทยาลัย: มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลธัญบุรี.
วิญญู อุตระ และคณะ. (2559). การส่งเสริมครูพัฒนาแอพพลิเคชันเพื่อการเรียนรู้บนคอมพิวเตอร์แท็บเล็ตด้วยเทคนิคเพื่อนคู่คิด. (วิทยานิพนธ์ปริญญาดุษฎีบัณฑิต สาขาวิชาคอมพิวเตอร์ศึกษา). บัณฑิตวิทยาลัย: มหาวิทยาลัยราชภัฏมหาสารคาม.
สำนักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษา. (2562). หลักสูตรประกาศนียบัตรวิชาชีพ พุทธศักราช 2562. เข้าถึงได้จาก https://bsq.vec.go.th/Portals/9/ Course/20/2562/newv1.pdf
อานนท์ พัสดร. (2560). การพัฒนาบทเรียนบนเว็บโดยใช๎โครงานเป็นฐานที่ส่งเสริมการคิดวิเคราะห์วิชาระบบจัดการฐานข้อมูล สำหรับนักศึกษารัชะดับประกาศนียบัตรวิชาชีพชั้นสูง. (วิทยานิพนธ์ปริญญาครุศาสตรมหาบัณฑิต สาขาวิชาคอมพิวเตอร์ศึกษา). บัณฑิตวิทยาลัย: มหาวิทยาลัยราชภัฏมหาสารคาม.
Greenwood, N. L. (2004). The Culture Fair: Reinventing Project - based Learning to meet Current Standards. Masters Abstracts International, 42(2), 377.
Pleumsamrankit, P. (2017). Factors Affecting Learners' 21st Century Skills. Journal Valaya Alongkorn Review (Humanities and Social Sciences), 7(3), 141-158.
ดาวน์โหลด
เผยแพร่แล้ว
รูปแบบการอ้างอิง
ฉบับ
ประเภทบทความ
สัญญาอนุญาต
ลิขสิทธิ์ (c) 2025 วารสารวิชาการ มจร บุรีรัมย์

อนุญาตภายใต้เงื่อนไข Creative Commons Attribution-NonCommercial-NoDerivatives 4.0 International License.
ทัศนะและความคิดเห็นที่ปรากฏในบทความวารสารฉบับนี้ถือเป็นความรับผิดชอบของผู้เขียนบทความนั้น ไม่ถือเป็นทัศนะและความรับผิดชอบของบรรณาธิการ