แนวทางการพัฒนาการบริหารในการจัดการเรียนรู้โดยใช้เทคโนโลยีดิจิทัลแพลตฟอร์มของสถานศึกษา สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษา ประถมศึกษาสุรินทร์ เขต 3
คำสำคัญ:
การพัฒนาการบริหารในการจัดการเรียนรู้, เทคโนโลยีดิจิทัลแพลตฟอร์มบทคัดย่อ
การวิจัยนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อ 1) ศึกษาระดับสภาพปัจจุบัน สภาพที่พึงประสงค์และความต้องการจำเป็นของแนวทางการพัฒนาการบริหารในการจัดการเรียนรู้โดยใช้เทคโนโลยีดิจิทัลแพลตฟอร์มของสถานศึกษา และ 2) ศึกษาแนวทางและประเมินแนวทางการพัฒนาการบริหารในการจัดการเรียนรู้โดยใช้เทคโนโลยีดิจิทัลแพลตฟอร์มของสถานศึกษา สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาสุรินทร์ เขต 3 ดำเนินการวิจัยตามแบบแผนการวิจัยเชิงผสมผสาน ประชากร ได้แก่ ผู้บริหารสถานศึกษาและครู จำนวน 292 คน ปีการศึกษา 2567 กลุ่มตัวอย่างในการวิจัยครั้งนี้ ได้แก่ ผู้บริหารสถานศึกษาจำนวน 146 คน และครู จำนวน 146 คน รวมทั้งสิ้น 292 คน เครื่องมือที่ได้ในการวิจัยได้แก่ แบบสอบถาม ค่าความเชื่อมั่นของแบบสอบถามทั้งฉบับเท่ากับ 0.88 ผู้ทรงคุณวุฒิแบบเจาะจง ในกระบวนการสนทนากลุ่ม จำนวน 9 คน และในการประเมินความเหมาะสม และความเป็นไปได้ของแนวทาง จำนวน 7 คน การวิเคราะห์ข้อมูลได้แก่ ค่าเฉลี่ย ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน ค่าดัชนีความต้องการจำเป็น และการวิเคราะห์เนื้อหา
ผลการวิจัยพบว่า
1. ระดับสภาพปัจจุบันของการพัฒนาการบริหารในการจัดการเรียนรู้โดยใช้เทคโนโลยีดิจิทัลแพลตฟอร์มของสถานศึกษา สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาสุรินทร์ เขต 3 โดยรวมอยู่ในระดับปานกลาง สภาพที่พึงประสงค์ของการพัฒนาการบริหารในการจัดการเรียนรู้โดยใช้เทคโนโลยีดิจิทัลแพลตฟอร์มของสถานศึกษา โดยภาพรวมอยู่ในระดับมากที่สุด ทุกด้าน ความตองการจำเป็นของการพัฒนาการบริหารในการจัดการเรียนรู้โดยใช้เทคโนโลยีดิจิทัลแพลตฟอร์มของสถานศึกษา เรียงลำดับความสำคัญของความตองการจำเป็นจากมากไปหาน้อย ได้แก 1) การพัฒนาทักษะและความสามารถของบุคลากร 2) สื่อการเรียนรู้ดิจิทัล 3) การจัดการเรียนการสอนและการพัฒนาผู้เรียน 4) การวางแผนและกำหนดนโยบาย และ 5) การประเมินผลและการพัฒนาคุณภาพ ตามลำดับ
2. แนวทางการพัฒนาการบริหารในการจัดการเรียนรู้โดยใช้เทคโนโลยีดิจิทัลแพลตฟอร์มของสถานศึกษา สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาสุรินทร์ เขต 3 ที่ได้จากการสนทนากลุ่ม ได้จำนวนทั้งสิ้น 10 แนวทาง ได้แก่ 1) ผู้บริหารต้องกำหนดนโยบายที่ส่งเสริมการพัฒนาการจัดการเรียนรู้อย่างเป็นระบบบผ่านดิจิทัลแพลตฟอร์ม พร้อมวางแผนพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานด้านเทคโนโลยีสารสนเทศ 2) ผู้บริหารต้องมีการวางแผนระดมทรัพยากรเพื่อสนับสนุนการพัฒนาเทคโนโลยีดิจิทัลแพลตฟอร์ม 3) ผู้บริหารควรส่งเสริมให้บุคลากรเข้าร่วมการอบรมพัฒนาอย่างต่อเนื่องโดยผ่านกระบวนการ PLC และสร้างเครือข่ายการเรียนรู้ผ่านศูนย์การเรียนรู้ด้านเทคโนโลยีดิจิทัล 4. ผู้บริหารควรส่งเสริมให้ครูได้รับการพัฒนาทักษะด้านการวิจัย ให้มีความสามารถนำผลการวิจัยไปประยุกต์ใช้และเผยแพร่ในชุมชนวิชาการ 5) ผู้บริหารควรส่งเสริมให้ครูใช้เทคโนโลยีดิจิทัลแพลตฟอร์มในการจัดการเรียนการสอนและพัฒนาให้ผู้เรียนสามารถเรียนรู้ได้ทุกที่ ทุกเวลา 6) ผู้บริหารต้องจัดสภาพแวดล้อมที่เอื้อต่อการจัดการเรียนการสอนผ่านเทคโนโลยีดิจิทัลแพลตฟอร์ม 7) ผู้บริหารต้องส่งเสริมให้มีการจัดระบบฐานข้อมูลออนไลน์ โดยให้ครูพัฒนาสื่อการเรียนรู้ดิจิทัล 8) ผู้บริหารควรจัดอบรมด้านการพัฒนาสื่อการเรียนรู้ดิจิทัลให้กับครู โดยการจัดทำบันทึกข้อตกลง (MOU) กับหน่วยงานที่มีความเชี่ยวชาญด้านการพัฒนาสื่อการเรียนรู้ดิจิทัล 9) ผู้บริหารดำเนินการตรวจสอบระบบประกันคุณภาพผ่านเทคโนโลยีดิจิทัลแพลตฟอร์มโดยใช้บัญชีผู้ใช้ของตนเอง และ 10) ผู้บริหารควรส่งเสริมให้มีระบบการประเมินผลเพื่อพัฒนาคุณภาพด้านการบริหารจัดการโดยผ่านเทคโนโลยีดิจิทัลแพลตฟอร์ม การประเมินแนวทางมีความเหมาะสมอยู่ในระดับมากที่สุด และความเป็นไปได้อยู่ในระดับมาก
เอกสารอ้างอิง
บุญชม ศรีสะอาด. (2560). การวิจัยเบื้องต้น ฉบับปรับปรุงใหม่. (พิมพ์ครั้งที่ 10). กรุงเทพมหานคร: บริษัท สุวีริยาสาส์น จำกัด.
ผ่องพรรณ ตรัยมงคลกูล. (2543). การออกแบบการวิจัย. กรุงเทพมหานคร: มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์.
รัตนะ บัวสนธ์. (2556). การออกแบบการวิจัยเชิงผสมผสาน. วารสารวิจัยและประเมินผลอุบลราชธานี, 2(1), 1-8.
สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาสุรินทร์ เขต 3. (2567). แผนพัฒนาการศึกษาขั้นพื้นฐาน (พ.ศ. 2566 - 2570). สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาสุรินทร์ เขต 3.
สำนักงานเลขาธิการคณะรัฐมนตรี. (2561). ยุทธศาสตร์ชาติ พ.ศ. 2561 - 2580. ฉบับประกาศราชกิจจานุเบกษา. เข้าถึงได้จาก http://www.ratchakitcha.soc.go.th/ DATA/PDF/2561/A/082/T_0001.PDF
สำนักงานเลขาธิการสภาการศึกษา. (2560). แผนการศึกษาแห่งชาติ พ.ศ. 2560 – 2579. (พิมพ์ครั้งที่ 2). สำนักงานเลขาธิการสภาการศึกษา. กระทรวงศึกษาธิการ.
สำนักงานเลขาธิการสภาการศึกษา. (2564). รายงานการวิจัยเรื่องแนวทางการส่งเสริมการเรียนรู้ที่เชื่อมโยงกับ National Digital Learning Platform สำหรับประเทศไทย. กรุงเทพมหานคร: พริกหวานกราฟฟิค.
Krejcie, R. V. & Morgan, D. W. (1970). Determining Sample Size for Research Activities. Educational and Psychological Measurement, 30(3), 607-610.
ดาวน์โหลด
เผยแพร่แล้ว
รูปแบบการอ้างอิง
ฉบับ
ประเภทบทความ
สัญญาอนุญาต
ลิขสิทธิ์ (c) 2025 วารสารวิชาการ มจร บุรีรัมย์

อนุญาตภายใต้เงื่อนไข Creative Commons Attribution-NonCommercial-NoDerivatives 4.0 International License.
ทัศนะและความคิดเห็นที่ปรากฏในบทความวารสารฉบับนี้ถือเป็นความรับผิดชอบของผู้เขียนบทความนั้น ไม่ถือเป็นทัศนะและความรับผิดชอบของบรรณาธิการ