การศึกษาความต้องการจำเป็นและแนวทางในการลดภาวะถดถอย ทางการเรียนรู้ของโรงเรียนขนาดเล็ก สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษากำแพงเพชร เขต 1
คำสำคัญ:
การลดภาวะถดถอยทางการเรียนรู้, แนวทางการลดภาวะถดถอยทางการเรียนรู้บทคัดย่อ
การวิจัยนี้มีจุดประสงค์เพื่อ 1) ศึกษาความต้องการจำเป็นในการลดภาวะถดถอยทางการเรียนรู้ของโรงเรียนขนาดเล็ก และ 2) ศึกษาแนวทางการลดภาวะการถดถอยของการเรียนรู้ของผู้บริหารโรงเรียนขนาดเล็ก ประชากร ได้แก่ ผู้บริหารและครูวิชาการโรงเรียน จำนวน 125 แห่ง ประกอบด้วย ผู้บริหารสถานศึกษา จำนวน 78 คน และครู จำนวน 97 คน เครื่องมือที่ใช้เป็นแบบสอบถาม สถิติที่ใช้ในการวิเคราะห์ข้อมูล ได้แก่ ค่าร้อยละ ค่าเฉลี่ย ค่าส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน และค่าดัชนีลำดับความสำคัญของความต้องการจำเป็น และวิเคราะห์ข้อมูลโดยการวิเคราะห์เนื้อหา
ผลการวิจัยพบว่า
1. การศึกษาความต้องการจำเป็นในการลดภาวะถดถอยทางการเรียนรู้ของโรงเรียนขนาดเล็ก ค่าดัชนีลำดับความสำคัญของความต้องการจำเป็นในการลดภาวะทดถอยทางการเรียนรู้ของโรงเรียนขนาดเล็ก พบว่า ในภาพรวมมีค่า เท่ากับ .23 เมื่อพิจารณารายด้าน พบว่า การออกแบบกระบวนการจัดการเรียนรู้และรูปแบบการสอนใหม่ มีค่าดัชนีลำดับความสำคัญสูงสุดเป็นลำดับแรก เท่ากับ .25
2. แนวทางการลดภาวะการถดถอยของการเรียนรู้ของผู้บริหารโรงเรียนขนาดเล็ก ผู้ทรงคุณวุฒิมีความคิดเห็นสอดคล้องกันสูงสุด คือ (1) ด้านการสร้างการมีส่วนร่วมในการจัดการเรียนรู้ ผู้บริหารสถานศึกษาและครูร่วมมือกับผู้ปกครองและชุมชุนจัดสภาพแวดล้อมที่อำนวยความสะดวก สนับสนุนและส่งเสริมการเรียนรู้ของผู้เรียน (2) ด้านการพัฒนาคลังสื่อดิจิทัลและใช้เทคโนโลยีอย่างเป็นระบบ ผู้บริหารสถานศึกษาและครูออกแบบการสร้างสื่อการเรียนรู้ได้โดยไม่มีข้อจำกัดทางด้านเวลาและสถานที่ (3) ด้านการส่งเสริมและพัฒนาการจัดการเรียนรู้ของครู ผู้บริหารจะต้องเป็นผู้นำแห่งการพัฒนา (4) ด้านการออกแบบกระบวนการจัดการเรียนรู้และรูปแบบการสอนใหม่ ผู้บริหารสถานศึกษาและครูมีรูปแบบการเรียนการสอนที่หลากหลาย ส่งเสริมการสร้างองค์ความรู้แก่ผู้เรียน
เอกสารอ้างอิง
เทื้อน ทองแก้ว. (2563). การออกแบบการศึกษาในชีวิตวิถีใหม่: ผลกระทบจากการแพร่ระบาด COVID-19. คุรุสภาวิทยาจารย์. Journal of Teacher Professional Development, 1(2), 1-9.
บุญชม ศรีสะอาด. (2560). การวิจัยเบื้องต้น. กรุงเทพมหานคร: สุวีริยาสาส์น.
ภูมิพัฒน์ ศรีวชิรพัฒน์. (2565). กลยุทธ์เพื่อลดภาวะถดถอยทางการเรียนรู้ของนักเรียนไทยจากการเรียนออนไลน์ ในสถานการณ์กสนแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโควิด – 19. วารสารสังคมศาสตร์ บูรณาการ มหาวิทยาลัยมหิดล, 9(1), 78.
วิชัย วงษ์ใหญ่ และมารุต พัฒผล. (2563). การออกแบบการเรียนรู้ใน New normal. กรุงเทพมหานคร: บัณฑิตวิทยาลัย มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ.
สำนักงานเลขาธิการสภาการศึกษา. (2564). รายงานผลการศึกษาภาวะถดถอยทางการเรียนรู้ของผู้เรียนระดับการศึกษาขั้นพื้นฐานในสถานการณ์โควิด-19 สภาพการณ์ บทเรียน และแนวทางการพัฒนาคุณภาพการเรียนรู้. เข้าถึงได้จาก https://online.fliphtml5.com/wbpvz/jzub/?search=นวัตกรรม#p=8
สุวิมล ว่องวาณิช. (2562). การวิจัยประเมินความต้องการจำเป็น. (พิมพ์ครั้งที่ 4). กรุงเทพมหานคร: สำนักพิมพ์แห่งจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย.
สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษากำแพงเพชร เขต 1. (2567ก). แผนปฏิบัติการกลุ่มนโยบายและแผน สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษากำแพงเพชร เขต 1. สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน กระทรวงศึกษาธิการ.
สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษากำแพงเพชร เขต 1. (2567ข). แผนบริหารการศึกษาขั้นพื้นฐาน ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2567. เข้าถึงได้จาก https://docs.google.com/spreadsheets/d/
สำนักงานเลขาธิการสภาการศึกษา. (2565ก). มาตรการฟื้นฟูภาวะถดถอยทางการเรียนรู้. เอส. บี. เค. การพิมพ์ จำกัด.
สำนักงานเลขาธิการสภาการศึกษา. (2565ข). ทิศทางและแนวโน้มการจัดการศึกษาในยุคโควิด -19. กรุงเทพมหานคร: พิมพ์ดี จำกัด.
UNICEF Thailand. (2022). รายงานรวบรวมผลกระทบทางเศรษฐกิจและสังคมของการระบาดโรคโควิด-19 ต่อเด็กและเยาวชนในประเทศไทย. เข้าถึงได้จาก https://www.unicef.org/thailand/media/8806/file/COVID19%20Impact%20on%20
ดาวน์โหลด
เผยแพร่แล้ว
รูปแบบการอ้างอิง
ฉบับ
ประเภทบทความ
สัญญาอนุญาต
ลิขสิทธิ์ (c) 2025 วารสารวิชาการ มจร บุรีรัมย์

อนุญาตภายใต้เงื่อนไข Creative Commons Attribution-NonCommercial-NoDerivatives 4.0 International License.
ทัศนะและความคิดเห็นที่ปรากฏในบทความวารสารฉบับนี้ถือเป็นความรับผิดชอบของผู้เขียนบทความนั้น ไม่ถือเป็นทัศนะและความรับผิดชอบของบรรณาธิการ