การปลูกฝังค่านิยม 9 ดี : การทบทวน การสร้างองค์ความรู้และแนวทางการวิจัยด้านค่านิยม 9 ดีของสังคมไทยในอนาคต

ผู้แต่ง

  • Phrakhru Sumethchandhasiri วิทยาลัยสงฆ์บุรีรัมย์ มจร

คำสำคัญ:

ค่านิยม 9 ดี, การเสริมสร้างองค์ความรู้, สังคมไทย

บทคัดย่อ

          การวิจัยนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อ 1) ศึกษาบททวนองค์ความรู้เกี่ยวกับค่านิยม 9 ดี ในสังคมไทย 2) ศึกษาแนวทางเสริมสร้างค่านิยมในสังคมไทย และ 3) การปลูกฝังและหาแนวทางการวิจัยด้านค่านิยม 9 ดี ของสังคมไทยในอนาคต
          ผลการวิจัยพบว่า
          1. บุรีรัมย์ได้วางระบบการมีส่วนร่วมในการสร้างเครื่องมือที่ใช้ในการทำงานให้ กม./กชช. คือ การใช้ธรรมนูญหมู่บ้าน/ชุมชนเมืองสันติสุข ๙ ดี คัมภีร์สร้างอนาคตที่ดีให้ลูกหลาน นำมาเป็นกรอบกำหนดความรับผิดชอบ หน้าที่ กรอบการปฏิบัติร่วมกันของทุกคนในหมู่บ้าน/ชุมชน เนื่องจาก มีอัตลักษณ์ร่วมกัน มีกิจกรรมร่วมกัน ผ่านกิจกรรมของครอบครัว ชุมชน โรงเรียน วัด คณะกรรมการชุมชน สมาชิกชุมชน โดยเฉพาะอย่างยิ่งวัดที่เป็นศูนย์รวมจิตใจในการจัดกิจกรรมต่าง ๆ การขับเคลื่อนธรรมนูญ 9 ดีด้วยพลังบวร โดยบ้าน วัด โรงเรียน องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น โดยต้องมีองค์ประกอบคือ ผู้นำดี คนมีส่วนร่วม มีประเพณียึดเหนี่ยวร่วมกัน มีจิตสำนึกรักชุมชน
          2. ครอบครัว มีการสร้างความตระหนักในธรรมนูณ 9 ดี การสร้างความสัมพันธ์ทางเครือญาติ ทุกครอบครัวเขียนผังครอบครัวของตัวเอง สอนให้ลูกมีความรับผิดชอบต่องานที่ได้รับมอบหมาย รู้จักหน้าที่ของตนเอง มีแบบอย่างที่ดี มีแรงบันดาลใจ มีความรักความผูกพันในครอบครัว ชุมชน วัด มีบทบาทในการส่งเสริมคุณธรรมและเป็นศูนย์รวมจิตใจ ไม่ว่าจะเป็นความเชื่อพิธีกรรม มีการปฏิบัติธรรม ในทุก ๆ วันพระของทุกเดือน ตลอดจนเป็นศูนย์กลางการทำกิจกรรมในชุมชนและเป็นแบบอย่างที่ดีในชุมชน และองค์กรภาครัฐในชุมชน
          3. มีการรณรงค์ธรรมนูญ 9 ดี อย่างสม่ำเสมอ รณรงค์ให้มีการจัดตั้งธนาคารหมู่บ้าน หรือกลุ่มออมทรัพย์อื่นๆ  ส่งเสริมให้มีการตั้งสหกรณ์หรือร้านค้าชุมชนประจำหมู่บ้าน เพื่อเป็นศูนย์กลางในการจำหน่ายสินค้าในราคาที่เป็นธรรม และสร้างรายได้ให้กับสมาชิก หรือครอบครัวในหมู่บ้านและให้คณะกรรมการหมู่บ้านกำหนดระเบียบหลักเกณฑ์ในการดำเนินการ ส่งเสริมให้มีอาชีพทางเลือก หรืออาชีพเสริมเพื่อยกระดับสินค้าผลิตภัณฑ์ชุมชน (OTOP)อาชีพเชิงเศรษฐกิจการตลาด สนับสนุนให้มีการรวมกลุ่มอาชีพพัฒนาสู่วิสาหกิจชุมชนเพื่อสร้างรายได้ให้กับครอบครัวและชุมชนและสร้างเครือข่ายวิสาหกิจชุมชน เพื่อการแลกเปลี่ยนผลิตภัณฑ์ การแปรรูปผลิตภัณฑ์ และการเรียนรู้ร่วมกัน ส่งเสริมให้มีการทำเกษตรอินทรีย์วิถีชาวบ้าน เพื่อลดต้นทุนทางการผลิตของเกษตรกรภายในหมู่บ้าน และส่งเสริมให้มีการใช้พลังงานทางเลือกและพลังงานทดแทน เพื่อการใช้วัสดุที่เป็นเชื้อเพลิงอย่างคุ้มค่า ส่งเสริมและจัดให้มีศูนย์เรียนรู้ปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียงในหมู่บ้าน

เอกสารอ้างอิง

Chulabhorn Sota. (2000). Human behavior and self-development. Department of Health Education. Faculty of Public Health, Khon Kaen University.

Kanchana Kaewthep. (2011). Synthesizing knowledge on using and strengthening communication for community development. Bangkok.

Kittipong Kiatwatcharachai, Jira Prateep and Isaret Sansaneewittayakul. Developing a city constitution towards a strong, sustainable community: A case study of the Santisuk 9D Village Constitution, Buriram Province. Journal of Politics, Administration and Law, 11(1), 139-162.

Kriangsak Charoenwongsak. (2000). Network Management: Important Strategies for the Success of Educational Reform. Bangkok: Success Media.

Office of the National Economic and Social Development Board. (2017). National Economic and Social Development Plan, No. 12, 2017-2021. Bangkok: Office of the Prime Minister.

ดาวน์โหลด

เผยแพร่แล้ว

2025-04-29

รูปแบบการอ้างอิง

Phrakhru Sumethchandhasiri. (2025). การปลูกฝังค่านิยม 9 ดี : การทบทวน การสร้างองค์ความรู้และแนวทางการวิจัยด้านค่านิยม 9 ดีของสังคมไทยในอนาคต. วารสารวิชาการ มจร บุรีรัมย์, 10(1), 340–353. สืบค้น จาก https://so06.tci-thaijo.org/index.php/ambj/article/view/283571

ฉบับ

ประเภทบทความ

Research Articles