ปัจจัยที่มีผลต่อความสำเร็จของการดำเนินนโยบายกองทุนการออมแห่งชาติ (กอช.) ในพื้นที่อำเภอสากเหล็ก จังหวัดพิจิตร
คำสำคัญ:
ความสำเร็จของการดำเนินนโยบาย, กองทุนการออมแห่งชาติ (กอช.)บทคัดย่อ
การวิจัยนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อ 1) ศึกษาสภาพการดำเนินนโยบายกองทุนการออมแห่งชาติ (กอช.) ในพื้นที่อำเภอสากเหล็ก จังหวัดพิจิตร 2) ปัจจัยที่มีผลต่อความสำเร็จของการดำเนินนโยบายกองทุนการออมแห่งชาติ (กอช.) ในพื้นที่อำเภอสากเหล็ก จังหวัดพิจิตร และ 3) แนวทางการดำเนินโยบายกองทุนการออมแห่งชาติ (กอช.) ในพื้นที่อำเภอสากเหล็ก จังหวัดพิจิตร ดำเนินการวิจัยตามระเบียบวิธีวิจัยเชิงปริมาณ ประชากร คือ ประชาชนที่สมัครสมาชิกกองทุนการออมแห่งชาติ (กอช.) ในพื้นที่อำเภอสากเหล็ก จังหวัดพิจิตร จำนวน 400 คน และการวิจัยเชิงคุณภาพ การสัมภาษณ์ผู้นำที่สมัครเป็นสมาชิกกองทุนการออมแห่งชาติ (กอช.) ในพื้นที่อำเภอสากเหล็ก จังหวัดพิจิตร จำนวน 10 คน โดยการเก็บข้อมูลจากประชากรทั้งหมด เครื่องมือ คือ แบบสอบถาม วิเคราะห์ข้อมูลโดยการค่าความถี่ ค่าร้อยละ ค่าเฉลี่ย ค่าส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน และการวิเคราะห์โดยใช้สถิติอนุมานในการวิเคราะห์ หาความสัมพันธ์ระหว่างตัวแปร และวิเคราะห์เชิงเนื้อหาแล้วสรุปผลเป็นความเรียง
ผลการวิจัยพบว่า
1. ระดับความคิดเห็นเกี่ยวกับปัจจัยที่มีผลต่อสภาพการดำเนินนโยบาย ในพื้นที่อำเภอสากเหล็ก จังหวัดพิจิตร อยู่ในระดับมาก โดยด้านสภาพสังคม เศรษฐกิจ และการเมือง มีค่าเฉลี่ยสูงสุด รองลงมา ด้านวัตถุประสงค์และมาตรฐานของนโยบาย ตามด้วย ด้านทรัพยากรของนโยบาย ด้านทัศนคติของผู้นำนโยบายไปปฏิบัติ ด้านการติดต่อสื่อสาร และด้านลักษณะขององค์การในการนำนโยบายไปปฏิบัติ ทุกด้านอยู่ในระดับมาก
2. วิเคราะห์ปัจจัยที่มีผลต่อความสำเร็จของการดำเนินนโยบายกองทุนการออมแห่งชาติ (กอช.) ในพื้นที่อำเภอสากเหล็ก จังหวัดพิจิตร พบว่า ปัจจัยด้านลักษณะขององค์การในการนำนโยบายไปปฏิบัติ (B= 0.098, P= 0.049) ทัศนคติของผู้นำนโยบายไปปฏิบัติ (B = -0.099, P= 0.048) และด้านสภาพสังคม เศรษฐกิจ และการเมือง มีผลทางสถิติที่ระดับนัยสำคัญทางสถิติ 0.05 (p < 0.05) มีผลกระทบต่อความสำเร็จของการดำเนินงานอย่างมีนัยสำคัญ
3. ระดับความคิดเห็นเกี่ยวกับสภาพการดำเนินนโยบายกองทุนการออมแห่งชาติ (กอช.) ในพื้นที่อำเภอสากเหล็ก จังหวัดพิจิตร อยู่ในระดับมาก โดยด้านการสนับสนุนจากภาครัฐและนโยบายที่ชัดเจนมีค่าเฉลี่ยสูงสุดที่สุด รองลงมาตามลำดับคือ ด้านการเข้าถึงและการรับรู้ของประชาชน สิทธิประโยชน์และแรงจูงใจ การบริหารจัดการกองทุนอย่างมีประสิทธิภาพ ตามด้วยด้านการส่งเสริมความรู้ทางการเงิน
4. ปัญหา อุปสรรค และข้อเสนอแนะ พบว่า ผู้สูงอายุส่วนใหญ่ไม่สามารถเข้าถึงช่องทางการเข้าถึงข้อมูลของสมาชิก กอช. จึงควรมีการประชาสัมพันธ์เชิงรุก สร้างความเชื่อมั่นต่อการออม เพื่อให้ประชาชนทุกช่วงวัยได้มีโอกาสเข้าถึงการออมเงินเพื่อวัยเกษียณ
เอกสารอ้างอิง
กมลวรรณ วรรณธนัง, ประพันธ์ แสงทองดี, และประกร ฤทธิญาติ. (2563). รูปแบบการส่งเสริมการออมของแรงงานนอกระบบตามปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงในกองทุนการออมแห่งชาติ กรณีศึกษาตำบลบางนมโค อำเภอเสนาจังหวัดพระนครศรีอยุธยา. วารสารการจัดการสมัยใหม่, 18(2), 54-68.
กรมกิจการผู้สูงอายุ. (2566ก). แผนปฏิบัติการด้านผู้สูงอายุ ระยะที่ 3 (พ.ศ. 25666 - 2580). กรุงเทพมหานคร: กรมกิจการผู้สูงอายุ กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์.
กรมกิจการผู้สูงอายุ. (2566ข). สถิติผู้สูงอายุประเทศไทย เดือนธันวาคม 2566. เข้าถึงได้จาก https://www.dop.go.th/th/statistics_page?cat=1&id=2
กฤติยาภรณ์ ประสานสุข. (2562). กลไกการขับเคลื่อนนโยบายส่งเสริมวินัยการออมกับกองทุนการออมแห่งชาติ (กอช.) สู่การปฏิบัติในระดับพื้นที่: กรณีศึกษากระทรวงมหาดไทย. (วิทยานิพนธ์รัฐศาสตรมหาบัณฑิต สาขาบริหารรัฐกิจและกิจการสาธารณะ). คณะรัฐศาสตร์: มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์.
กล้า ทองขาว. (2551). การนำนโยบายและแผนการศึกษาไปปฏิบัติแนวคิด ทฤษฎี และแนวทางการดำเนินงาน. นนทบุรี: มหาวิทยาลัยสุโขทัยธรรมาธิราช.
กองทุนการออมแห่งชาติ. (2567). กองทุนการออมแห่งชาติ. เข้าถึงได้จาก http:// www.nsf.or.th/index.php
ทนงศักดิ์ นิราศ. (2567). นวัตกรรมดิจิทัลของภาครัฐในการบริการด้านสวัสดิการสังคมแก่ แรงงานนอกระบบในประเทศไทย. (วิทยานิพนธ์รัฐประศาสนศาสตรมหาบัณทิต สาขาวิชานโยบายสาธารณะ). มหาวิทยาลัยพะเยา.
วรเดช จันทรศร. (2551). ทฤษฎีการนำนโยบายสาธารณะไปปฏิบัติ. กรุงเทพมหานคร: สมาคมนักวิจัยมหาวิทยาลัยไทย.
วิเชียร วิทยอุดม. (2547). พฤติกรรมองค์กร. กรงเทพมหานคร: ธีระฟิลม์และไซแท็กซ์ จำกัด.
สมบัติ ธำรงธัญวงศ์. (2548). นโยบายสาธารณะ : แนวความคิด การวิเคราะห์และกระบวนการ. กรุงเทพมหานคร: สำนักพิมพ์ เสมาธรรม.
Van Meter, Donald S. & Van Horn, Carl E. (1975). The policy implementation Process: A conceptual framework. Administration and Society, 6(4), 446-484.
ดาวน์โหลด
เผยแพร่แล้ว
รูปแบบการอ้างอิง
ฉบับ
ประเภทบทความ
สัญญาอนุญาต
ลิขสิทธิ์ (c) 2025 วารสารวิชาการ มจร บุรีรัมย์

อนุญาตภายใต้เงื่อนไข Creative Commons Attribution-NonCommercial-NoDerivatives 4.0 International License.
ทัศนะและความคิดเห็นที่ปรากฏในบทความวารสารฉบับนี้ถือเป็นความรับผิดชอบของผู้เขียนบทความนั้น ไม่ถือเป็นทัศนะและความรับผิดชอบของบรรณาธิการ