การสร้างนวัตกรรมและเพิ่มมูลค่าพญานาคจากปูนปั้นผสมตามหลักพุทธศิลป์ของหมู่บ้าน OTOP เพื่อส่งเสริมอัตลักษณ์ท้องถิ่นในจังหวัดนครราชสีมา
คำสำคัญ:
การสร้างนวัตกรรม, พญานาค, หลักพุทธศิลป์, หมู่บ้าน OTOPบทคัดย่อ
การวิจัยนี้ มีวัตถุประสงค์เพื่อ 1) ศึกษาวิธีการผสมปูนปั้นตามหลักพุทธศิลป์ของหมู่บ้าน OTOP ในจังหวัดนครราชสีมา 2) การออกแบบนวัตกรรมผลิตภัณฑ์พญานาคจากปูนปั้นผสมตามหลักพุทธศิลป์ของหมู่บ้าน OTOP อัตลักษณ์ท้องถิ่นในจังหวัดนครราชสีมา และ 3) ศึกษาการเพิ่มมูลค่าพญานาคจากปูนปั้นผสมตามหลักพุทธศิลป์ของหมู่บ้าน OTOP เพื่อส่งเสริมอัตลักษณ์ท้องถิ่นในจังหวัดนครราชสีมา กลุ่มตัวอย่างมี 4 กลุ่ม ได้แก่ 1) ผู้นำชุมชน 2) กลุ่มประธานและคณะกรรมการหมู่บ้าน OTOP 3) กลุ่มผู้ประกอบการ 4) กลุ่มผู้บริโภค 5) กลุ่มหน่วยงานภาครัฐ รวมจำนวนทั้งสิ้น 40 ราย ได้มาโดยวิธีการเลือกแบบเจาะจง เครื่องมือที่ใช้เก็บรวบรวมข้อมูล ได้แก่ แบบสัมภาษณ์ วิเคราะห์ข้อมูลโดยการพรรณาวิเคราะห์เนื้อหา
ผลการวิจัยพบว่า
1. วิธีการผสมปูนปั้นตามหลักพุทธศิลป์ ต้องมีความชัดเจนและวัสดุที่นำมาใช้ เช่น วัตถุดิบที่ในการผลิตเท่านั้น ซึ่งได้แก่ เหล็กเส้น ปูนซีเมนต์ ปูนขาว อิฐมอญแดงทราย น้ำมันพืช น้ำมันละหุ่ง กระจก/เซรามิค กาวอีพอกซี่ และสี ซึ่งที่ผ่านมาพบว่าการใช้ปูนปั้นก็ยังมีความไม่คงทนและแตกง่าย คิดค้นสูตรผสมที่ลงตัว และผู้ประกอบการก็ไม่สามารถที่จะทำต่อได้ เพราะมีวัสดุ และราคาที่สูงขึ้น
2. การออกแบบนวัตกรรมผลิตภัณฑ์พญานาคจากปูนปั้นผสม เน้นการใช้ฝีมือและลวดลายที่มีความเป็นศิลปะ การลงสี และการสร้างเกล็ดของพญานาคให้มีความเหมือนมากที่สุดจึงเป็นที่นิยมของผู้บริโภคหรือลูกค้าได้รูปแบบที่สร้างขึ้นจากภูมิปัญญาท้องถิ่นที่มีความเชื่อเรื่องพญานาคโดยการผสมกับปูนปั้นเพื่อให้เกิดความทันสมัยและวัสดุที่หาง่ายในท้องตลาด
3. การเพิ่มมูลค่าพญานาคจากปูนปั้นผสม สนองความต้องการของลูกค้าทั้งในและต่างประเทศ ผู้ประกอบการคิดค้นรูปแบบที่ตรงตามหลักพุทธศิลป์และสร้างรายได้ รวมถึงเป็นการส่งเสริมอัตลักษณ์เพิ่มรายได้ให้ชุมชนอย่างยั่งยืน
เอกสารอ้างอิง
กิติพัฒน์ เพชรทอง. (2546). ศึกษาวิเคราะห์พญานาคในคัมภีร์พระพุทธศาสนาเถรวาทกับในวัฒนธรรมอีสาน. (วิทยานิพนธ์อักษรศาสตรมหาบัณฑิต สาขาวิชาอักษรศาสตร์). บัณฑิตวิทยาลัย: มหาวิทยาลัยมหิดล.
จิตรกร เอมพันธ์. (2545). พญานาคเจ้าแห่งแม่น้ำโขง : พิธีกรรมกับระบบความเชื่อพื้นบ้านแห่งวัฒนธรรมอีสาน. (วิทยานิพนธ์ศิลปศาสตรมหาบัณฑิต สาขาวิชาศิลปศาสตร์). จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย.
จิราพร ศิริรักษ์. (2561). อัตลักษณ์ท้องถิ่นกับการพัฒนาเศรษฐกิจสร้างสรรค์. วารสารศิลปกรรมศาสตร์, 10(2), 45-58.
ดนัย ไชยโยธา. (2538). ลัทธิศาสนาและระบบความเชื่อกับประเพณีนิยมในท้องถิ่น. กรุงเทพมหานคร: โอ.เอส. พริ้นติ้ง เฮาส์.
นันทนา ขุนภักดี. (2530). รายงานการวิเคราะห์ความเชื่อของชาวไทยในสวัสดิรักษา. (พิมพ์ครั้งที่ 2). นครปฐม: โรงพิมพ์มหาวิทยาลัยศิลปากร วิทยาเขตพระราชวังสนามจันทร์.
ปรีชา พิณทอง. (2560). พญานาคในคติความเชื่อไทยและลาว. ขอนแก่น: มหาวิทยาลัยขอนแก่น.
วิษณุ ยะโสภา. (2567). ประวัติพญานาค. เข้าถึงได้จาก http://blogspot.com
Porter, Michael E. (1985). Competitive Advantage: Creating and Sustaining Superior Performance. New York: Free Press.
Bourdieu, P. (1986). The forms of capital. In J. Richardson (Ed.), Handbook of theory and research for the sociology of education (pp. 241–258). New York: Greenwood.
ดาวน์โหลด
เผยแพร่แล้ว
รูปแบบการอ้างอิง
ฉบับ
ประเภทบทความ
สัญญาอนุญาต
ลิขสิทธิ์ (c) 2025 วารสารวิชาการ มจร บุรีรัมย์

อนุญาตภายใต้เงื่อนไข Creative Commons Attribution-NonCommercial-NoDerivatives 4.0 International License.
ทัศนะและความคิดเห็นที่ปรากฏในบทความวารสารฉบับนี้ถือเป็นความรับผิดชอบของผู้เขียนบทความนั้น ไม่ถือเป็นทัศนะและความรับผิดชอบของบรรณาธิการ