การพัฒนาการเรียนรู้พื้นที่สาธารณะเขตภูเขาไฟกระโดงในจังหวัดบุรีรัมย์
คำสำคัญ:
การพัฒนาการเรียนรู้, พื้นที่สาธารณะ, ภูเขาไฟกระโดง, เครือข่ายบทคัดย่อ
การวิจัยนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อ 1) ศึกษาบริบทสภาพปัจจุบัน ปัญหากระบวนการจัดการเรียนรู้พื้นที่สาธารณะภูเขาไฟกระโดงในจังหวัดบุรีรัมย์ 2) พัฒนากระบวนการจัดการเรียนรู้พื้นที่สาธารณะภูเขาไฟกระโดงตามแนวปฏิรูปในศตวรรษที่ 21 ในจังหวัดบุรีรัมย์ และ 3) สร้างเครือข่ายส่งเสริมกระบวนการจัดการเรียนรู้พื้นที่สาธารณะภูเขาไฟกระโดงอย่างยั่งยืนในจังหวัดบุรีรัมย์ การวิจัยนี้เป็นการวิจัยเพื่อพัฒนา (Research and Development) โดยใช้กระบวนการวิจัยเชิงปฏิบัติการ (Action Research) มาเป็นส่วนหนึ่งของการดำเนินการวิจัย
ผลการวิจัยพบว่า
1. บริบท สภาพปัจจุบัน ปัญหากระบวนการจัดการเรียนรู้พื้นที่สาธารณะภูเขาไฟกระโดงในจังหวัดบุรีรัมย์ พบว่า 1) กิจกรรมการเรียนรู้ในพื้นที่อุทยานเขากระโดงยังไม่เชื่อมโยงกับทรัพยากรธรรมชาติและโบราณสถานที่สำคัญ เช่น ปากปล่องภูเขาไฟ และวัดพระพุทธบาทเขากระโดง ทำให้ผู้เรียนไม่เข้าใจคุณค่าทางธรรมชาติและวัฒนธรรมอย่างลึกซึ้ง 2) การจัดการพื้นที่ยังไม่รองรับผู้เรียนที่หลากหลายกลุ่ม เช่น นักเรียน นักท่องเที่ยวเชิงศึกษา และชุมชนท้องถิ่น 3) การประสานงานระหว่างโรงเรียน มหาวิทยาลัย องค์กรท้องถิ่น และหน่วยงานที่ดูแลอุทยานยังไม่เป็นระบบ ทำให้กิจกรรมขาดทิศทางและความต่อเนื่อง
2. การพัฒนากระบวนการจัดการเรียนรู้พื้นที่สาธารณะภูเขาไฟกระโดงตามแนวปฏิรูปในศตวรรษที่ 21 พบว่าส่งเสริมการเรียนรู้แบบบูรณาการ เชื่อมโยงธรรมชาติ ประเพณี ศาสนา และวัฒนธรรมเข้ากับชุมชน มุ่งพัฒนาทักษะการตัดสินใจ การทำงานร่วมกัน และการสร้างความสามัคคีในสังคม ผ่านกิจกรรมและประเพณีท้องถิ่น
3. สร้างเครือข่ายส่งเสริมกระบวนการจัด การเรียนรู้พื้นที่สาธารณะภูเขาไฟกระโดงอย่างยั่งยืนในจังหวัดบุรีรัมย์ พบว่าเน้นกระบวนการเรียนรู้ร่วมกันอย่างต่อเนื่อง โดยใช้ศักยภาพของทรัพยากร ภูมิปัญญา วิถีชีวิต และวัฒนธรรมท้องถิ่น ร่วมกันวิเคราะห์ปัญหา ค้นหาทางออก และปฏิบัติจริง มีการศึกษาดูงานและแลกเปลี่ยนเรียนรู้ ใช้แหล่งทุนในชุมชนเพื่อต่อยอดเป็นแผนชุมชน เชื่อมโยงกับแผนพัฒนาท้องถิ่น จังหวัด และยุทธศาสตร์ที่เกี่ยวข้อง
เอกสารอ้างอิง
กาญจนา แสงลิ้มสุวรรณ. (2555). การท่องเที่ยวเชิงมรดกทางวัฒนธรรมอย่างยั่งยืน. วารสารนักบริหาร, 13(2), 236-248.
ขนิษฐา กาตั้ง. (2561). การบริหารจัดการแหล่งเรียนรู้ เพื่อสนับสนุนการเรียนรู้ตามหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง โรงเรียนบ้านแม่แดดน้อย อำเภอกัลยาณิวัฒนา จังหวัดเชียงใหม่. (รายงานการวิจัย) .มหาวิทยาลัยราชภัฏเชียงใหม่.
ชมพูนุท คงพุนพิน. (2561). การสรรค์สร้างพื้นที่สาธารณะชุมชนเมืองเพื่อส่งเสริมอัตลักษณ์เชิงสังคมอย่างยั่งยืน. (วิทยานิพนธ์ปรัชญาดุษฎีบัณฑิต สหวิทยาการสภาพแวดล้อมสรรค์สร้างสถาปัตยกรรมศาสตร์และการผังเมือง). มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์.
ชุติมา ถวัลย์ปรีดา และคณะ. (2564). ชุมชนแห่งการเรียนรู้กับการพัฒนาชุมชน. วารสารการจัดการและพัฒนาท้องถิ่น มหาวิทยาลัยราชภัฏพิบูลสงคราม, 1(2), 97-111.
ปาริชาติ วลัยเสถียร. (2559). กระบวนการเรียนรู้และการจัดการความรู้ของชุมชน. กรุงเทพมหานคร: โรงพิมพ์ไทยวัฒนาพานิช.
พระชานิ โกสลฺโล และคณะ. (2560). การเสริมสร้างลักษณะผู้ประกอบการในชุมชน: กรณีศึกษาชุมชนบ้านหนองนาคำ ตำบลหนองระเวียงอำเภอพิมาย จังหวัดนครราชสีมา. วารสารวิจัยและพัฒนาวไลยอลงกรณ์ ในพระบรมราชูปถัมภ์, 12(2), 69-78.
ลัญจกร นิลกาญจน์. (2563). รูปแบบการพัฒนาศักยภาพผู้นำชุมชนบ้านเขาเหล็ก หมู่ที่ 2ตำบลนพพิตำ อำเภอนพภิตำ จังหวัดนครศรีธรรมราช. (รายงานการวิจัย). มหาวิทยาลัยราชภัฏนครศรีธรรมราช.
วิสันต์ พยุงวงษ์. (2560). แนวทางการพัฒนาและส่งเสริมให้มีแหล่งเรียนรู้แบบมีส่วนร่วมของชุมชนกรณีศึกษาโรงเรียนสังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษา เขต 24. วารสารศึกษาศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหาสารคาม, 11(2), 171-183.
สนธยา พลศรี. (2553). ทฤษฎีและหลักการพัฒนาชุมชน. กรุงเทพมหานคร: โอเดียนสโตร์.
สำนักงานคณะกรรมการพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ. (2561). ศูนย์เรียนรู้ชุมชน. เข้าถึงได้จาก https://chiangrai.cdd.go.th/services/learningcenter
สุทธิพงษ์ สาชะรุง. (2553). การพัฒนาการมีส่วนร่วมในการจัดการเรียนรู้ตามแหล่งการเรียนรู้ของภูมิปัญญาท้องถิ่นในชุมชนดานใหญ่ ตำบลผาสุก อำเภอวังสามหมอ จังหวัดอุดรธานี. (วิทยานิพนธ์การศึกษามหาบัณฑิต สาขาวิชาการบริหารและพัฒนาการศึกษา). มหาวิทยาลัยมหาสารคาม.
อานันท์ กาญจนพันธุ์. (2544). วิธีคิดเชิงซ้อนในการวิจัยชุมชน. มหาวิทยาลัย. กรุงเทพมหานคร: ศูนย์หนังสือจุฬาลงกรณ์.
ดาวน์โหลด
เผยแพร่แล้ว
รูปแบบการอ้างอิง
ฉบับ
ประเภทบทความ
สัญญาอนุญาต
ลิขสิทธิ์ (c) 2025 วารสารวิชาการ มจร บุรีรัมย์

อนุญาตภายใต้เงื่อนไข Creative Commons Attribution-NonCommercial-NoDerivatives 4.0 International License.
ทัศนะและความคิดเห็นที่ปรากฏในบทความวารสารฉบับนี้ถือเป็นความรับผิดชอบของผู้เขียนบทความนั้น ไม่ถือเป็นทัศนะและความรับผิดชอบของบรรณาธิการ