รูปแบบการบริหารระบบการดูแลช่วยเหลือนักเรียนโดยใช้กระบวนการชี้แนะและติดตามผลร่วมกับการมีส่วนร่วมของครูและผู้ปกครองสำหรับผู้เรียนที่มีความบกพร่องทางการเรียน โรงเรียนราชานุบาล สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาน่าน เขต 1
คำสำคัญ:
ระบบการดูแลช่วยเหลือนักเรียน, กระบวนการชี้แนะและติดตามผล, การมีส่วนร่วมของครูและผู้ปกครอง, ผู้เรียนที่มีความบกพร่องทางการเรียนบทคัดย่อ
การวิจัยนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาสภาพและแนวทาง เพื่อสร้าง เพื่อทดลองใช้ และเพื่อประเมินรูปแบบการบริหารระบบการดูแลช่วยเหลือนักเรียนโดยใช้กระบวนการชี้แนะและติดตามผลร่วมกับการมีส่วนร่วมของครูและผู้ปกครองสำหรับผู้เรียนที่มีความบกพร่องทางการเรียน โรงเรียนราชานุบาล ใช้ระเบียบวิธีวิจัยแบบการวิจัยและพัฒนา 4 ขั้นตอน ได้แก่ 1) การศึกษาสภาพและแนวทางการบริหาร โดยสัมภาษณ์ผู้บริหารและครูโรงเรียนต้นแบบ จำนวน 3 แห่ง 2) การสร้างและตรวจสอบคุณภาพของรูปแบบ โดยผู้เชี่ยวชาญ 7 คน 3) การทดลองใช้รูปแบบ 4) การประเมินรูปแบบโดยผู้บริหาร 1 คน ครูและบุคลากรทางการศึกษา 48 คน ผู้ปกครองนักเรียน 71 คน รวม 117 คน เครื่องมือที่ใช้ ได้แก่ แบบสัมภาษณ์ และแบบประเมิน วิเคราะห์ข้อมูลโดยการวิเคราะห์เนื้อหาและสรุปข้อมูล ค่าเฉลี่ย และค่าส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน
ผลการวิจัยพบว่า
1. สภาพการดูแลนักเรียนที่มีความบกพร่องทางการเรียน พบว่า นักเรียนอ่านไม่ออก เขียนไม่ได้ คิดเลขเป็นมีจำนวนเพิ่มขึ้น มีปัญหาด้านพฤติกรรมและอารมณ์ และสมาธิสั้น แนวทาง คือ ควรใช้หลักการดูแลช่วยเหลือนักเรียนที่มีความบกพร่องทางการเรียน หลักการชี้แนะและติดตามผล และหลักการมีส่วนร่วมของครูและผู้ปกครอง ซึ่งเป็นกระบวนการดำเนินการดูแลช่วยเหลือนักเรียนอย่างเป็นขั้นตอนและต่อเนื่อง
2. รูปแบบมี 6 องค์ประกอบ ได้แก่ หลักการ วัตถุประสงค์ ระบบและกลไก กระบวนการ ผลลัพธ์ และเงื่อนไขความสำเร็จ ซึ่งมีความเหมาะสมและความเป็นไปได้ในระดับมากที่สุด
3. นักเรียนได้รับดูแลช่วยเหลือ 71 คน มีผลการเรียนตามแผนสามารถปฏิบัติได้ร้อยละ 70 มีผลการเรียนรู้ในรายวิชาหลักผ่านเกณฑ์ร้อยละ 50 และมีผลการประเมินทักษะชีวิตอยู่ในระดับปานกลาง ครูมีแผนการจัดการศึกษาเฉพาะบุคคลและสื่อการสอน 71 รายการ และผู้ปกครองมีส่วนร่วมเปรียบเทียบพฤติกรรมทั่วไปและพฤติกรรมการเรียนของนักเรียน พบว่า นักเรียนมีพัฒนาการดีขึ้น สามารถปรับตัวดี และผู้ปกครองให้การยอมรับถึงความบกพร่องของนักเรียนในปกครอง
4. รูปแบบมีความเป็นประโยชน์ ด้านความเป็นไปได้ ด้านความเหมาะสม และด้านความถูกต้องครอบคลุมอยู่ในระดับมากที่สุด
เอกสารอ้างอิง
กระทรวงศึกษาธิการ. (2552). ประกาศกระทรวงศึกษาธิการ เรื่อง กำหนดประเภทและหลักเกณฑ์ของคนพิการทางการศึกษา พ.ศ. 2552. ราชกิจจานุเบกษา เล่ม 126 ตอนพิเศษ 80 ง (7 มิถุนายน 2552), หน้า 45.
กระทรวงศึกษาธิการ. (2552ก). หลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน พุทธศักราช 2551. กรุงเทพมหานคร: โรงพิมพ์ชุมชนสหกรณ์การเกษตรแห่งประเทศไทย.
จริยา ทะรักษา. (2558). เด็กพิเศษ ใน สารานุกรมศึกษาศาสตร์ คณะศึกษาศาสตร์ มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ เล่มที่ 49. เข้าถึงได้จาก https://ejournals.swu.ac.th/index.php/ENEDU/article/view/5533
จิณณพัฒ ยอดไกรศรี. (2566). เด็กที่มีปัญหาการเรียน. เข้าถึงได้จาก https://www.childrenhospital.go.th/wp-content/uploads/2023/04/บทความเด็กที่มีปัญหาการเรียน.pdf
ทวีศักดิ์ สิริรัตน์เรขา. (2561). คู่มือการดูแลสุขภาพจิตเด็กกลุ่มปัญหาการเรียน. (พิมพ์ครั้งที่ 2). กรุงเทพมหานคร: พรอสเพอรัสพลัส.
นิวัฒน์ สาระขันธ์. (2565). การสอนเด็กที่มีความบกพร่องทางการเรียน. วารสารวิชาการร้อยแก่นสาร, 7(2), 409-418.
ภูฟ้า เสวกพันธ์. (2562). การศึกษาแบบเรียนร่วม: ปฏิบัติการขั้นสูงในศตวรรษที่ 21. กรุงเทพมหานคร: สำนักพิมพ์จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย.
ภูษณิศา คารวพงศ์. (2567). รูปแบบการบริหารเพื่อพัฒนาระบบการดูแลช่วยเหลือนักเรียนในสถานศึกษา สังกัดกรุงเทพมหานคร. (วิทยานิพนธ์การศึกษาดุษฎีบัณฑิต สาขาวิชาการบริหารการศึกษา). มหาวิทยาลัยพะเยา.
โรงเรียนราชานุบาล. (2566). ข้อมูลนักเรียนที่มีความบกพร่องทางการเรียนของโรงเรียนราชานุบาล ปีการศึกษา 2565-2566. น่าน: โรงเรียนราชานุบาล.
ศรัณย์ เปรมสุข. (2566). การพัฒนารูปแบบบริหารเชิงกลยุทธ์ระบบการดูแลช่วยเหลือนักเรียนเพื่อเสริมสร้างคุณภาพของนักเรียนมัธยมศึกษา. (วิทยานิพนธ์การศึกษาดุษฎีบัณฑิต สาขาวิชาการบริหารการศึกษา). มหาวิทยาลัยนเรศวร.
สถาบันราชานุกูล. (2555). คู่มือระบบการดูแลนักเรียนกลุ่มพิเศษที่มีภาวะบกพร่องทางการเรียนรู้. กรุงเทพมหานคร: บียอนด์ พัลลิสชิ่ง.
สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา. (2556). พระราชบัญญัติส่งเสริมและพัฒนาคุณภาพชีวิตคนพิการ พ.ศ. 2550. เข้าถึงได้จาก https://omhc.dmh.go.th/law/files/พรบ.สงเสริมและพัฒนาคุณภาพชีวิตคนพิการ-พ.ศ.2550.pdf
อภิสิทธิ์ รอดบำเรอ. (2559). รูปแบบการบริหารระบบดูแลช่วยเหลือนักเรียนในสถานศึกษา
สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษา เขต 6. (วิทยานิพนธ์ปรัชญาดุษฎีบัณฑิต สาขาวิชาการบริหารการศึกษา). มหาวิทยาลัยนอร์ทกรุงเทพ.
Knight, J. et al. (2015). 3 Steps to Great Coaching: A Simple but Powerful Instructional Coaching Cycle Nets Results. JSD: The Learning Forward Journal, 36(1), 10-18.
Maskey, C. L. (2009). Cognitive coaching has an exciting place in nursing education. Teaching and Learning in Nursing, 4(2), 63–65.
ดาวน์โหลด
เผยแพร่แล้ว
รูปแบบการอ้างอิง
ฉบับ
ประเภทบทความ
สัญญาอนุญาต
ลิขสิทธิ์ (c) 2025 วารสารวิชาการ มจร บุรีรัมย์

อนุญาตภายใต้เงื่อนไข Creative Commons Attribution-NonCommercial-NoDerivatives 4.0 International License.
ทัศนะและความคิดเห็นที่ปรากฏในบทความวารสารฉบับนี้ถือเป็นความรับผิดชอบของผู้เขียนบทความนั้น ไม่ถือเป็นทัศนะและความรับผิดชอบของบรรณาธิการ