การพัฒนาพื้นที่ทางวัฒนธรรมเชิงสร้างสรรค์ของเขตพุทธอุทยานเมืองอุทัยธานี
คำสำคัญ:
การพัฒนาพื้นที่เชิงสร้างสรรค์, การจัดการทรัพยากรวัฒนธรรม, การท่องเที่ยวที่ยั่งยืนบทคัดย่อ
การวิจัยนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อ 1) สำรวจความพร้อมและความต้องการของชุมชนในการพัฒนาพื้นที่ทางวัฒนธรรมเชิงสร้างสรรค์ของเขตพุทธอุทยานเมืองอุทัยธานี 2) พัฒนาเครือข่ายความร่วมมือในการยกระดับพื้นที่ทางวัฒนธรรมเชิงสร้างสรรค์ของเขตพุทธอุทยานเมืองอุทัยธานี และ 3) จัดทำชุดการเรียนรู้ในพื้นที่ทางวัฒนธรรมเชิงสร้างสรรค์ของเขตพุทธอุทยานเมืองอุทัยธานี เป็นการวิจัยแบบแบบผสานวิธี ประกอบด้วย การวิจัยเชิงคุณภาพ โดยการสัมภาษณ์เชิงลึกจากผู้ให้ข้อมูลสำคัญ จำนวน 10 รูป/คน และนิสิตที่ได้รับการพัฒนาได้ศึกษาเรียนรู้การพัฒนาพื้นที่การเรียนรู้ จำนวน 10 คน และการวิจัยเชิงปริมาณ โดยใช้แบบสอบถามที่มีค่าความเชื่อมั่น .959 กับกลุ่มตัวอย่างที่ได้จากการสุ่มแบบบังเอิญ จำนวน 480 คน จากประชากร จำนวน 329,942 คน สถิติที่ใช้ในการวิจัย คือ การวิเคราะห์ถดถอยเชิงพหุคูณผลการวิจัย
ผลการวิจัยพบว่า
1. ความพร้อมและความต้องการของชุมชนในการพัฒนาพื้นที่ทางวัฒนธรรมเชิงสร้างสรรค์นั้น มีสถานที่และอาคารที่เหมาะแก่การจัดกิจกรรมต่าง ๆ ประชาชนมีความต้องการให้สถานที่แห่งนี้เป็นสถานที่ปฏิบัติธรรม เป็นศูนย์รวมการศึกษาพระพุทธศาสนา และเป็นสถานที่ท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรมอย่างสร้างสรรค์
2. พัฒนาเครือข่ายความร่วมมือในการยกระดับพื้นที่ทางวัฒนธรรมเชิงสร้างสรรค์ของเขตพุทธอุทยานเมืองอุทัยธานี ในการสร้างเครือข่ายความร่วมมือดังกล่าว จะเป็นการรวมกลุ่มกันระหว่างภาครัฐและภาคประชาชน เพื่อส่งเสริมการพัฒนาพื้นที่ทางวัฒนธรรมและพระพุทธศาสนา อันก่อให้เกิดประโยชน์ร่วมกันในการพัฒนาพื้นที่ เป็นศูนย์กลางการจัดกิจกรรมทางพระพุทธศาสนา และเป็นแหล่งเรียนรู้ทางวัฒนธรรมเชิงสร้างสรรค์ของจังหวัดอุทัยธานี
3. จัดทำชุดการเรียนรู้ในพื้นที่ทางวัฒนธรรมเชิงสร้างสรรค์ของเขตพุทธอุทยานเมืองอุทัยธานี กลุ่มสาระการเรียนรู้สังคมศึกษา ศาสนาและวัฒนธรรม ชั้นประถมศึกษาปีที่ 1-6 พบว่า หลังจากนักเรียนได้ศึกษาและเรียนรู้ชุดการเรียนรู้ เรื่อง พุทธอุทยานเมืองอุทัยธานีแล้ว นักเรียนมีความก้าวหน้าในการเรียนเพิ่มขึ้นหรือคิดเป็น ร้อยละ 19
เอกสารอ้างอิง
ธนกฤต ภัทร์ธราธร และเกรียงศักดิ์ สร้อยสุวรรณ. (2565). รูปแบบการท่องเที่ยวเชิงสร้างสรรค์บนฐานทุนทางวัฒนธรรม กรณีศึกษาไทดำ บ้านนาป่าหนาด จังหวัดเลย. วารสารวิชาการธรรมทรรศน์, 22(3), 141-157.
ธนิต บุตรทิพย์สกุล. (2558). พฤติกรรมการท่องเที่ยวเชิงพุทธของนักท่องเที่ยววัดในน่าน. (วิทยานิพนธ์วิทยาศาสตรมหาบัณฑิต สาขาวิชาวิทยาศาสตร์การกีฬา). จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย.
ประเด่น แบนปิง. (2565). รูปแบบการพัฒนาพื้นที่เชิงสร้างสรรค์ของชุมชนมอญในจังหวัดลำพูน. (วิทยานิพนธ์พุทธศาสตรดุษฎีบัณฑิต สาขาวิชาการพัฒนาสังคม). บัณฑิตวิทยาลัย: มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย.
พระปลัดธนากร สนฺตมโน (เพราะถะ), พระมหาดาวสยาม วชิรปญฺโญ และโสวิทย์ บํารุงภักดิ์. (2562). รูปแบบการพัฒนาชุมชนแบบมีสวนรวมเชิงพุทธ ของเทศบาลเมืองวังสะพุง จังหวัดเลย. วารสารบัณฑิตศึกษามหาจุฬาขอนแก่น, 6(3), 426-445.
พระศรีสังคม ชยานุวฑฺโฒ (ธนาวงษ์). (2562). การท่องเที่ยวเชิงพุทธศาสนา : รูปแบบและเครือข่ายการจัดการท่องเที่ยวของวัดในสังคมไทย. (วิทยานิพนธ์พุทธศาสตรดุษฎีบัณฑิต สาขาวิชาการพัฒนาสังคม). บัณฑิตวิทยาลัย: มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย.
รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช 2560. (2560). ราชกิจจานุเบกษา เล่ม 134 ตอนที่ 40ก, 6 เมษายน 2560, หน้า 12.
สำนักงานสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ. (2566). แผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ ฉบับที่ 13 (พ.ศ. 2566 - 2570). สำนักนายกรัฐมนตรี.
สุพัตรา ยอดสุรางค์, ชัชวาล แสงทองล้วน และอำนวย บุญรัตนไมตร. (2561). แนวคิดเกี่ยวกับการสร้างความเข้มแข็งให้กับชุมชน. วารสารสถาบันวิจัยและพัฒนา มหาวิทยาลัยราชภัฏมหาสารคาม, 5(2), 407-420.
ดาวน์โหลด
เผยแพร่แล้ว
รูปแบบการอ้างอิง
ฉบับ
ประเภทบทความ
สัญญาอนุญาต
ลิขสิทธิ์ (c) 2026 วารสารวิชาการ มจร บุรีรัมย์

อนุญาตภายใต้เงื่อนไข Creative Commons Attribution-NonCommercial-NoDerivatives 4.0 International License.
ทัศนะและความคิดเห็นที่ปรากฏในบทความวารสารฉบับนี้ถือเป็นความรับผิดชอบของผู้เขียนบทความนั้น ไม่ถือเป็นทัศนะและความรับผิดชอบของบรรณาธิการ