การสำรวจความต้องการและความคิดเห็นเกี่ยวกับการเรียนการสอนภาษาอังกฤษในระดับอุดมศึกษา
คำสำคัญ:
การสำรวจ, ความต้องการและความคิดเห็น, การเรียนการสอนภาษาอังกฤษ, ระดับอุดมศึกษาบทคัดย่อ
การวิจัยครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อ 1) ศึกษาความต้องการของผู้มีส่วนเกี่ยวข้องต่อการจัดการเรียนการสอนภาษาอังกฤษในระดับอุดมศึกษา และ 2) ศึกษาความคิดเห็นของผู้มีส่วนเกี่ยวข้องต่อการจัดการเรียนการสอนภาษาอังกฤษในระดับอุดมศึกษา กลุ่มตัวอย่างประกอบด้วย 5 กลุ่ม ได้แก่ นักศึกษาปัจจุบันของโปรแกรมวิชาภาษาตะวันตก 80 คน อาจารย์โปรแกรมวิชาภาษาตะวันตก 25 คน บัณฑิตโปรแกรมวิชาภาษาตะวันตก 30 คน นักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 6 จำนวน 100 คน และหน่วยงานผู้ใช้บัณฑิตในจังหวัดเชียงราย 30 หน่วยงาน โดยผู้วิจัยเก็บข้อมูลในปีการศึกษา 2566 เครื่องมือวิจัยคือแบบสำรวจความต้องการและแบบสำรวจความคิดเห็นเกี่ยวกับการเรียนการสอนภาษาอังกฤษในระดับอุดมศึกษา ซึ่งผ่านการตรวจสอบความเที่ยงตรงทางเนื้อหาจากผู้เชี่ยวชาญจำนวน 3 ท่าน วิเคราะห์ข้อมูลโดยใช้ค่าเฉลี่ย () และส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน (S.D.)
ผลการวิจัยพบว่า
1. ความต้องการเกี่ยวกับการจัดการเรียนการสอนภาษาอังกฤษในระดับอุดมศึกษาของนักศึกษาปัจจุบันอยู่ในระดับมาก ส่วนนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 6 มีความต้องการในระดับมากที่สุด และความต้องการของบัณฑิตมีอยู่ในระดับมาก ส่วนความต้องการของหน่วยงานผู้ใช้บัณฑิตด้านทักษะและความสามารถทางภาษาอังกฤษอยู่ในระดับมากที่สุด
2. ความคิดเห็นเกี่ยวกับการจัดการเรียนการสอนภาษาอังกฤษในระดับอุดมศึกษาของนักศึกษาปัจจุบันอยู่ในระดับมาก ความต้องการของบัณฑิตมีอยู่ในระดับมากที่สุด และความคิดเห็นของอาจารย์อยู่ในระดับมาก
โดยสรุป ผลการวิจัยสะท้อนให้เห็นว่าผู้มีส่วนเกี่ยวข้องทุกกลุ่มมีความต้องการและความคิดเห็นต่อการเรียนการสอนภาษาอังกฤษในระดับสูงถึงสูงที่สุด ซึ่งชี้ให้เห็นถึงความจำเป็นในการจัดการเรียนการสอนที่มุ่งเน้นทักษะการใช้ภาษาอังกฤษเชิงปฏิบัติ มีสมรรถนะที่หลากหลาย และตอบสนองต่อความต้องการของตลาดแรงงาน
เอกสารอ้างอิง
กฤตยา ฐานุวรภัทร์. (2555). คุณลักษณะบัณฑิตที่พึงประสงค์สำหรับสถานประกอบการกรณีศึกษาบัณฑิตสาขาวิชาภาษาอังกฤษเพื่อการสื่อสาร คณะสังคมศาสตร์และศิลปศาสตร์ มหาวิทยาลัยนอร์ท-เชียงใหม่. เข้าถึงได้จาก http://research.northcm. ac.th/attachments/summary_project/130325110936.pdf
จารุนันท์ อิทธิอาวัชกุล. (2553). บริหารคนเหนือตำรา. กรุงเทพมหานคร: สำนักพิมพ์กรุงเทพธุรกิจ Bizbook.
ถนอมพร เลาหจรัสแสง. (2556). ทักษะแห่งศตวรรษที่ 21 เพื่อการพัฒนาอาจารย์ของมหาวิทยาลัยเชียงใหม่. เข้าถึงได้จาก http://www.pharmacy.cmu.ac.th/ unit/unit_files/files_download/2014-04-10ทักษะแห่งศตวรรษที่%2021%20เพื่อการพัฒนาอาจารย์ของมหาวิทยาลัยเชียงใหม่.pdf
ประกอบ กรณีกิจ และจินตวีร์ (มั่นสกุล) คล้ายสังข์. (2556). รูปแบบอีเลิร์นนิ่งแบบผสมผสานโดยใช้บันทึกสะท้อนการเรียนรู้แบบมีปฏิสัมพันธ์ออนไลน์ที่ส่งเสริมความใฝ่รู้และความคงทนในการจำของนิสิตคณะครุศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย, วารสารครุศาสตร์, 41(3), 66-82.
สุมาลี เชื้อชัย. (2561). การใช้สื่อสังคมออนไลน์ในการเรียนแบบผสมผสาน. วารสารครุศาสตร์อุตสาหกรรม. 17(3), 214-221.
สิริกร บำรุงกิจ, สันติ วิจักขณาลัญฉ์ และธูปทอง กว้างสวาสดิ์. (2562). รูปแบบการเรียนการสอนภาษาอังกฤษด้วยการเรียนรู้แบบผสมผสานเพื่อส่งเสริมทักษะการสื่อสาร. วารสารวิจัยมหาวิทยาลัยขอนแก่น (ฉบับบัณฑิตศึกษา) สาขามนุษยศาสตร์และสังคมศาสตร์, 7(2), 59-70.
สมบัติ คชสิทธิ์, จันทนี อินทรสูต และธนกร สุวรรณพฤติ. (2560). การจัดการเรียนรู้ภาษาอังกฤษให้กับผู้เรียนยุค Thailand 4.0. วารสารวไลยอลงกรณืปริทัศน์, 7(2), 175–186.
Horn, B. M. & Staker, H. (2011). The Rise of K-12 Blended Learning. Unpublished Paper:Innosight Institute.
Olivares, J. (2020). The Enhancement of English-Speaking Ability of the Visually Impaired Students Using Blended Learning. วารสารวิชาการ มหาวิทยาลัยราชภัฏอุดรธานี, 8(1), 56-62.
Bangkokbiznews. (2018, June 22). รูปแบบการเรียนภาษา(อังกฤษ)เปลี่ยนตามยุค. Bangkokbiznews. Retrieved from https://www.bangkokbiznews.com/ blogs/columnist/119841
Richards, J. (2006). Communicative language teaching today. Cambridge University Press.
ดาวน์โหลด
เผยแพร่แล้ว
รูปแบบการอ้างอิง
ฉบับ
ประเภทบทความ
สัญญาอนุญาต
ลิขสิทธิ์ (c) 2026 วารสารวิชาการ มจร บุรีรัมย์

อนุญาตภายใต้เงื่อนไข Creative Commons Attribution-NonCommercial-NoDerivatives 4.0 International License.
ทัศนะและความคิดเห็นที่ปรากฏในบทความวารสารฉบับนี้ถือเป็นความรับผิดชอบของผู้เขียนบทความนั้น ไม่ถือเป็นทัศนะและความรับผิดชอบของบรรณาธิการ