รูปแบบผู้นำท้องถิ่นวิถีใหม่ตามหลักธรรมิกสังคมนิยมของท่านพุทธทาสภิกขุ ในจังหวัดสุราษฎร์ธานี
คำสำคัญ:
ผู้นำท้องถิ่น, ชีวิตวิถีใหม่, ธัมมิกสังคมนิยมบทคัดย่อ
การวิจัยนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อ 1) ศึกษาสภาพการปฏิบัติงาน ปัญหา และแนวทางแก้ไข 2) พัฒนารูปแบบผู้นำท้องถิ่นวิถีใหม่ตามหลักธัมมิกสังคมนิยมของท่านพุทธทาสภิกขุ ในจังหวัดสุราษฎร์ธานี และ 3) นำเสนอรูปแบบผู้นำท้องถิ่นวิถีใหม่ตามหลักธัมมิกสังคมนิยมของท่านพุทธทาสภิกขุ ในจังหวัดสุราษฎร์ธานี เป็นการวิจัยแบบผสานวิธี (Mixed Methods Research) ทั้งเชิงปริมาณและเชิงคุณภาพ
ผลการวิจัยพบว่า
1. ระดับผู้นำท้องถิ่นวิถีใหม่ตามหลักธัมมิกสังคมนิยม (ฆราวาสธรรม) โดยรวมอยู่ในระดับมาก (=3.63) เมื่อจำแนกรายด้าน พบว่า ด้านจาคะมีค่าเฉลี่ยสูงสุด (
=4.01) รองลงมาคือ ขันติ (
=3.90) ทมะ (
=3.75) และสัจจะ (
=3.63) ตามลำดับ
2. ผู้นำท้องถิ่นวิถีใหม่ตามหลักธรรมิกสังคมนิยม ควรมีคุณลักษณะตามหลักฆราวาสธรรม 4 ประการ ได้แก่ ด้านสัจจะ (ความจริงใจ) ผู้นำควรมีความโปร่งใสในการดำเนินงาน มีความซื่อสัตย์ในการรักษาคำพูด ด้านทมะ (การข่มใจ) ผู้นำควรมีความสามารถในการควบคุมอารมณ์ อดทนต่อแรงกดดัน ด้านขันติ (ความอดทน) ผู้นำควรมีความอดทนต่อความยากลำบากต่าง ๆ ด้านจาคะ (การเสียสละ) ผู้นำควรมีความเสียสละประโยชน์ส่วนตนเพื่อส่วนรวม
3. "รูปแบบของผู้นำท้องถิ่นในยุคชีวิตวิถีใหม่ตามหลักธัมมิกสังคมนิยมของท่านพุทธทาสภิกขุในจังหวัดสุราษฎร์ธานี พบว่า ด้านสัจจะ มีสัจจะในความซื่อสัตย์และการรักษาคำพูด ด้านทมะ คือการข่มใจเกี่ยวกับการควบคุมอารมณ์ ความอดทนต่อแรงกดดัน ด้านขันติ คืออดทนต่อความไม่เป็นธรรมและความขัดแย้ง ด้านจาคะ คือการเสียสละประโยชน์ส่วนตนเพื่อส่วนรวม และยังพบว่าผู้นำท้องถิ่นในจังหวัดสุราษฎร์ธานีมีลักษณะตามหลักธัมมิกสังคมนิยมในระดับมาก โดยเฉพาะด้านจาคะ สูงที่สุด รองลงมาคือ ขันติ ทมะ และสัจจะ ตามลำดับ"
เอกสารอ้างอิง
ขันทอง วัฒนะประดิษฐ์ และคณะ. (2563). การพัฒนาสมรรถนะผู้นำด้วยรูปแบบนวัตกรรมการสร้างวิศวกรสันติภาพท้องถิ่น ที่ส่งผลต่อการสร้างสรรค์ชุมชนให้เกิดสันติสุข. (รายงานการวิจัย). บัณฑิตวิทยาลัย: มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย.
ทศพร ศิริสัมพันธ์. (2561). การบริหารราชการแผ่นดินในยุคดิจิทัล. นนทบุรี: สถาบันพระปกเกล้า.
นิคม จารุมณี. (2562). ภาวะผู้นำเชิงสร้างสรรค์. กรุงเทพมหานคร: สำนักพิมพ์มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์.
บุญชัย โสตถิพันธุ์. (2559). ภาวะผู้นำในศตวรรษที่ 21. กรุงเทพมหานคร: โรงพิมพ์มหาวิทยาลัยรามคำแหง.
ประเวศ วะสี. (2541). ผู้นำเพื่อสังคม. กรุงเทพมหานคร: สถาบันพัฒนาผู้นำสังคม.
ปรีชา ช้างขวัญยืน. (2552). การศึกษาจริยศาสตร์สังคมในพุทธศาสนาในเชิงวิจารณ์. (วิทยานิพนธ์อักษรศาสตรมหาบัณฑิต). บัณฑิตวิทยาลัย: จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย.
พระพรหมคุณาภรณ์. (2541). ธรรมนูญชีวิต. กรุงเทพมหานคร: มูลนิธิพุทธธรรมการพิมพ์.
พระมหานิรุต ญาณวุฑฺโฒ. (2567). การประยุกต์ใช้หลักสังคหวัตถุ 4 ในการส่งเสริมบทบาทของภาวะผู้นำทางการเมืองของนักการเมืองท้องถิ่น. วารสารวิชาการ รัฐศาสตร์และรัฐประศาสนศาสตร์, 6(3), 241-252.
พระสมทบ ถิรปญฺโญ. (2554). ภาวะผู้นำของเยาวชนตามหลักฆราวาสธรรม 4. (วิทยานิพนธ์พุทธศาสตรมหาบัณฑิต สาขาวิชาพระพุทธศาสนา). บัณฑิตวิทยาลัย: มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย.
พรรณพิไล เสนีย์วงศ์ ณ อยุธยา. (2563). ผู้นำแห่งอนาคต : การสร้างผู้นำที่มีภาวะผู้นำเชิงนวัตกรรม. วารสารการจัดการภาครัฐและเอกชน, 27(3), 25-30.
ศิริภัสสร ปิยนันทวารินทร์, สายรุ้ง บุบผาพันธ์ และสมชัย ศรีนอก. (2566). พรหมวิหาร 4 กับภาวะผู้นำในยุคสังคม 5.0. วารสารสหวิทยาการนวัตกรรมปริทรรศน์, 6(3), 294-306.
สมศักดิ์ วงศ์รัฐ. (2563). การปฏิรูประบบราชการและการบริหารจัดการภาครัฐแนวใหม่. กรุงเทพมหานคร: สำนักพิมพ์มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์.
อานันท์ ปันยารชุน. (2541). ภาวะผู้นำและความคิดสร้างสรรค์ทางสังคม. กรุงเทพมหานคร: มูลนิธิร่มเกล้า.
Drucker, P. F. (2015). The Effective Executive: The Definitive Guide to Getting the Right Things Done. Harper Business.
Gill, R. (2006). Theory and Practice of Leadership. London: SAGE Publications.
Goleman, D. (2017). What Makes a Leader?. Harvard Business Review Press.
House, R. J., Hanges, P. J., Javidan, M., Dorfman, P. W., & Gupta, V. (1999). Culture, Leadership, and Organizations: The GLOBE Study of 62 Societies. SAGE Publications, pp. 50–51.
Kouzes, J. M., & Posner, B. Z. (2017). The leadership challenge: How to make extraordinary things happen in organizations. John Wiley & Sons.
Sinek, S. (2019). The Infinite Game. Portfolio/Penguin.
ดาวน์โหลด
เผยแพร่แล้ว
รูปแบบการอ้างอิง
ฉบับ
ประเภทบทความ
สัญญาอนุญาต
ลิขสิทธิ์ (c) 2026 วารสารวิชาการ มจร บุรีรัมย์

อนุญาตภายใต้เงื่อนไข Creative Commons Attribution-NonCommercial-NoDerivatives 4.0 International License.
ทัศนะและความคิดเห็นที่ปรากฏในบทความวารสารฉบับนี้ถือเป็นความรับผิดชอบของผู้เขียนบทความนั้น ไม่ถือเป็นทัศนะและความรับผิดชอบของบรรณาธิการ