กระบวนการส่งเสริมสัมมาชีพผ่านการทอผ้าแซวของชาวกูย จังหวัดสุรินทร์

ผู้แต่ง

  • ภัฏชวัชร์ สุขเสน มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย วิทยาเขตสุรินทร์
  • วันชัย ชูศรีสุข มหาวิทยาลัยราชภัฏสุรินทร์
  • ทวีศักดิ์ ทองทิพย์ มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย วิทยาเขตสุรินทร์
  • ธนรัฐ สะอาดเอี่ยม มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย วิทยาเขตสุรินทร์
  • สายชล อัคชาติ มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย วิทยาเขตสุรินทร์
  • พระครูใบฎีกาเวียง กิตฺติวณฺโณ มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย วิทยาเขตสุรินทร์
  • พระอนันตศักดิ์ กุสลจิตฺโต วิทยาลัยสงฆ์ราชบุรี มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย
  • พระมหาสมควร สุวณฺโณ วิทยาลัยสงฆ์ราชบุรี มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย
  • อิสรพงษ์ ไกรสินธุ์ มหาวิทยาลัยราชภัฏสุรินทร์

คำสำคัญ:

กระบวนการส่งเสริมสัมมาชีพ, การทอผ้าแซวของชาวกูย

บทคัดย่อ

             การวิจัยนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อ 1) ศึกษาบริบท สภาพปัจจุบัน ปัญหา อุปสรรค และความต้องการพัฒนาอาชีพการแซวผ้าของชาวกูยจังหวัดสุรินทร์ 2) พัฒนากระบวนการส่งเสริมสัมมาชีพการทอผ้าแซวของชาวกูยจังหวัดสุรินทร์ และ 3) ประเมินผลกระบวนการส่งเสริมสัมมาชีพผ่านการทอผ้าแซวของชาวกูยจังหวัดสุรินทร์ เป็นการวิจัยเชิงคุณภาพภาคสนาม เครื่องมือวิจัยมี 2 แบบ คือ 1) แบบสัมภาษณ์ 2) แบบประเมิน ใช้สำหรับเก็บข้อมูลกับกลุ่มเป้าหมาย จำนวน 4 กลุ่ม ได้แก่ (1) กลุ่มผู้บริหารภาครัฐ/ผู้นำท้องถิ่น/ผู้นำชุมชนจำนวน 10 คน (2) นักวิชาการ/ปราชญ์ชุมชน/ภูมิปัญญาท้องถิ่น จำนวน 5 คน (3) กลุ่มสตรี จำนวน 10 คน (4) ตัวแทนชุมชนที่มีส่วนร่วมในการทำผ้าแซว จำนวน 15 คน รวม 40 คน จากนั้นนำข้อมูลมาวิเคราะห์แล้วนำเสนอแบบพรรณนา
             ผลการวิจัยพบว่า
             1. ชาวกูยมีภูมิปัญญาการแซวผ้าที่สืบทอดจากบรรพบุรุษมาอย่างยาวนาน แสดงออกถึงอัตลักษณ์ วัฒนธรรม และความเชื่อท้องถิ่น ปัจจุบันอาชีพดังกล่าวเริ่มเสื่อมถอยจากการขาดแรงงานรุ่นใหม่ ขาดการสนับสนุนด้านทุนและตลาด จำเป็นต้องมีการส่งเสริมพัฒนาอย่างเป็นระบบ
             2. การพัฒนากระบวนการสัมมาชีพผ่านการทอผ้าแซวได้ดำเนินการผ่านกิจกรรมถอดองค์ความรู้ การฝึกอบรมเชิงปฏิบัติการ การพัฒนาการตลาด และการสร้างเครือข่ายชุมชน
             3. ผลการประเมินกระบวนการส่งเสริมสัมมาชีพผ่านการทอผ้าแซวของชาวกูย จังหวัดสุรินทร์ โดยใช้กรอบแนวคิดปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง ซึ่งประกอบด้วยองค์ประกอบ 3 ประการ คือ ความพอประมาณ ความมีเหตุผล และการมีภูมิคุ้มกันในตัว ภายใต้เงื่อนไขด้านความรู้และคุณธรรม พบว่า กระบวนการส่งเสริมสัมมาชีพมีประสิทธิภาพอยู่ในระดับ  “ดีมาก” (ค่าเฉลี่ยรวม 4.59) โดยเฉพาะด้านความพอประมาณและคุณธรรมที่ชุมชนปฏิบัติได้อย่างโดดเด่น ชาวกูยสามารถดำเนินอาชีพทอผ้าอย่างพอดี ใช้วัสดุจากท้องถิ่น มีการวางแผนการผลิตร่วมกัน ถ่ายทอดความรู้ระหว่างรุ่น และยึดมั่นในความซื่อสัตย์และสามัคคี ส่งผลให้เกิดการสร้างรายได้ เพิ่มความมั่นคงทางเศรษฐกิจ และอนุรักษ์ภูมิปัญญาท้องถิ่นให้คงอยู่ได้อย่างยั่งยืน

เอกสารอ้างอิง

ทัศนีย์ บัวระภา. 2554. การสร้างความหมายของลวดลายผ้าและเอกลักษณ์ของผ้าทอพื้นบ้าน จังหวัดมหาสารคาม. (รายงานวิจัย). สถาบันวิจัยศิลปะและวัฒนธรรมอีสานมหาสารคาม: มหาวิทยาลัยมหาสารคาม.

สุเมธ ตันติเวชกุล. (2544). “ใต้เบื้องพระยุคบาท”. กรุงเทพมหานคร: สำนักพิมพ์มติชน.

สำนักงานคณะกรรมการพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ. (2550). ปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง. กรุงเทพมหานคร: โรงพิมพ์ 21 เซ็นจูรี่.

สำนักงานนโยบายและยุทธศาสตร์การค้า. (2567). แนวทางการส่งเสริมสินค้าโอทอป (OTOP). กรุงเทพมหานคร: กระทรวงพาณิชย์.

อรวรรณ บุญพัฒน์ และปริพรรน์ แก้วเนตร. (2562). การสร้างอัตลักษณ์ของผ้าทอเชียงแสน จังหวัดเชียงราย สู่การเพิ่มมูลค่าสินค้าทางการท่องเที่ยว, วารสารวิทยาลัยดุสิตธานี, 13(2), 117-133.

อติกานต์ สุทธิวงษ์ และศุภรัก สุวรรณวัจน์. (2559). การออกแบบลายพิมพ์ผ้าตีนจกสำหรับสร้างสรรค์ แฟชั่นร่วมสมัยจากภูมิปัญญาไทยพวน จังหวัดสุโขทัย. วารสารวิชาการ ศิลปะสถาปัตยกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยนเรศวร, 7(2), 147-148.

ดาวน์โหลด

เผยแพร่แล้ว

2026-04-29

รูปแบบการอ้างอิง

สุขเสน ภ., ชูศรีสุข ว., ทองทิพย์ ท., สะอาดเอี่ยม ธ., อัคชาติ ส., กิตฺติวณฺโณ พ., กุสลจิตฺโต พ., สุวณฺโณ พ., & ไกรสินธุ์ อ. (2026). กระบวนการส่งเสริมสัมมาชีพผ่านการทอผ้าแซวของชาวกูย จังหวัดสุรินทร์ . วารสารวิชาการ มจร บุรีรัมย์, 11(1), 381–393. สืบค้น จาก https://so06.tci-thaijo.org/index.php/ambj/article/view/289545

ฉบับ

ประเภทบทความ

Research Articles