การพัฒนารูปแบบการจัดการเรียนรู้ด้วยแนวคิด 7Cs เพื่อส่งเสริมสมรรถนะ การจัดการตนเองสำหรับนักศึกษาฝึกประสบการณ์วิชาชีพครู คณะครุศาสตร์ มหาวิทยาลัยราชภัฏนครราชสีมา

ผู้แต่ง

  • สิริรัตน์ นาคิน คณะครุศาสตร์ มหาวิทยาลัยราชภัฏนครราชสีมา ประเทศไทย

คำสำคัญ:

จิตตปัญญาศึกษา, ฝึกประสบการณ์วิชาชีพครู, สมรรถนะการจัดการตนเอง

บทคัดย่อ

             การวิจัยครั้งนี้มีความมุ่งหมายเพื่อ 1) รูปแบบการจัดการเรียนรู้ด้วยแนวคิด 7Cs เพื่อส่งเสริมสมรรถนะการจัดการตนเองสำหรับนักศึกษาฝึกประสบการณ์วิชาชีพครู และ 2) ศึกษาผลการใช้รูปแบบการจัดการเรียนรู้ด้วยแนวคิด 7Cs เพื่อส่งเสริมสมรรถนะการจัดการตนเองสำหรับนักศึกษาฝึกประสบการณ์วิชาชีพครู คณะครุศาสตร์ มหาวิทยาลัยราชภัฏนครราชสีมา กลุ่มตัวอย่างที่ใช้ในการวิจัยครั้งนี้ คือ นักศึกษาหลักสูตรครุศาสตรบัณฑิตสาขาพระพุทธศาสนาภาคเรียนที่ 1/2567 ที่ลงทะเบียนเรียนในกลุ่มวิชาชีพครู คณะครุศาสตร์ มหาวิทยาลัยราชภัฏนครราชสีมาซึ่งได้มาโดยการเลือกแบบเจาะจง (Purposive Sampling)
             ผลการวิจัยพบว่า
             1. หลังการทดลองกลุ่มทดลองนักศึกษาฝึกประสบการณ์วิชาชีพครูมีคะแนนผลแบบประเมินด้านสมรรถนะการจัดการตนเองสูงขึ้น แสดงให้เห็นว่าการจัดกิจกรรมรูปแบบการจัดการเรียนรู้ด้วยแนวคิดจิตตปัญญาศึกษามีกระบวนการ 7 แนวทางสามารถช่วยเสริมสร้างสมรรถนะการจัดการตนเองของนักศึกษาฝึกประสบการณ์วิชาชีพครูดังกล่าว เพื่อให้มีความเข้าใจด้านความรู้ที่ได้จากการเรียนการสอน เช่น การสอนนักเรียนด้วยความรักความเมตตา ความเอาใจใส่ รับฟังนักเรียน มีเหตุมีผลและตระหนักรู้ความรู้สึก ความคิด ความเชื่อ ความเข้าใจตนเองและผู้อื่น เช่น เทคนิควิธีการสอน การอภิปรายซักถาม การเลือกใช้ถ้อยคำเพื่อการสื่อสารเชิงบวกระหว่างผู้เรียนกับผู้สอน พฤติกรรมการสอนของนักศึกษาวิชาชีพครูแสดงออกซึ่งการมีสมรรถนะการจัดการตนเองในแต่ละด้านที่ทำให้เกิดการพัฒนาตนเองต่อไป
             2. ผลจากการจัดกิจกรรมในครั้งนี้ โดยนักศึกษาฝึกประสบการณ์วิชาชีพครู ได้ทำกิจกรรมตามแนวจิตตปัญญาศึกษา เพื่อเสริมสร้างสมรรถการจัดการตนเอง คือ 1) น้อมนำสู่ใจอย่างใคร่ครวญ  (Contemplative Mind) 2) ฟังด้วยใจ (Deep in Heart) 3) เล่าเรื่องแบ่งปัน (Storytelling & Share) 4) ฝึกคิดพิชิตปัญหา (Practical of Thinking) 5) นำเสนอผลงาน (Production) ซึ่งทุกกิจกรรมทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงที่ดีในแต่ละด้าน เช่น ครูและนักเรียนมีการตั้งเป้าหมายในชีวิตที่ชัดเจนมากขึ้น เกิดความภาคภูมิใจในตนเอง รู้เท่าทันอารมณ์ ความคิด ความรู้สึกและรู้จักวิธีจัดการความเครียดของตนเองได้ดียิ่งขึ้น

เอกสารอ้างอิง

C. Thongtawee et al. (2008). Phytophthora: An Exploration and Synthesis of Knowledge. Kornguthep: Center for Intellectual Studies, Mahidol University.

Joyce, B., Weil M. and Calhoun, E. (2011). Models of Teaching. 8th ed. Pearson Education, Inc., Boston, America.

Linda Darling, Hammond and John Bransford. (2005). Preparing Teacher for a Changing World What Teacher Should Learn and Be Able to Do. Published by Jossey -Bass A Wiley Imprint United states of America. (p. 346-347).

Nakin. S. (2017). Results of the use of the CSPA Model along the line of mental intelligence education for teaching students. Nakhon Ratchasima: Nakhon Ratchasima Rajabhat University.

Nakin. (2023). Workshop on Mental Intelligence Language for Teacher ‘Communication from Internal Wisdom. Faculty of Education, Ubon Ratchathani Rajabhat University. (Summary of Report Report). Faculty of Education: Nakhon Ratchasima Rajabhat University.

T. Nilchaikovit. (2008). Learning for Change and Intellectual Education. Nakhon Pathom: Center for Intellectual Education Project, Mahidol University.

T. Nilchaikowit and Adisorn Chantarasuk. (2009). The Art of Organizing the Learning Process for Changing the Intellectual Process Manual. Bangkok: S.P.N.

Zajonc, A (2009). Meditation as Contemplative Inquiry When knowing become love. An imprint of Stiner Book./Anthroposophic Press, Ind.

ดาวน์โหลด

เผยแพร่แล้ว

2026-07-16

รูปแบบการอ้างอิง

นาคิน ส. (2026). การพัฒนารูปแบบการจัดการเรียนรู้ด้วยแนวคิด 7Cs เพื่อส่งเสริมสมรรถนะ การจัดการตนเองสำหรับนักศึกษาฝึกประสบการณ์วิชาชีพครู คณะครุศาสตร์ มหาวิทยาลัยราชภัฏนครราชสีมา. วารสารวิชาการ มจร บุรีรัมย์, 11(2), 114–129. สืบค้น จาก https://so06.tci-thaijo.org/index.php/ambj/article/view/290402