การพัฒนารูปแบบการบริหารเชิงกลยุทธ์เพื่อพัฒนาคุณภาพการศึกษาของโรงเรียนขนาดเล็ก สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาสุรินทร์ เขต 1

ผู้แต่ง

  • จิราพร จันทเขต คณะสหวิทยาการ มหาวิทยาลัยคริสเตียน
  • ชุมศักดิ์ อินทร์รักษ์ คณะสหวิทยาการ มหาวิทยาลัยคริสเตียน
  • อภินันต์ อันทวีสิน คณะสหวิทยาการ มหาวิทยาลัยคริสเตียน

คำสำคัญ:

รูปแบบการบริหารเชิงกลยุทธ์, คุณภาพการศึกษา, โรงเรียนขนาดเล็ก

บทคัดย่อ

             การวิจัยนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อ 1) ศึกษาสภาพปัญหาการบริหารเชิงกลยุทธ์เพื่อพัฒนาคุณภาพการศึกษาของโรงเรียนขนาดเล็ก สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาสุรินทร์ เขต 1 2) ออกแบบและสร้างรูปแบบ 3) ประเมินรูปแบบ 4) เปรียบเทียบผลการทดลองใช้รูปแบบระหว่างก่อนและหลังการทดลอง และ 5) ศึกษาผลการใช้รูปแบบ  ด้านประสิทธิภาพ ประสิทธิผล และคุณค่า กลุ่มตัวอย่างที่ใช้ในการทดลอง ได้แก่ สถานศึกษาขนาดเล็ก สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาสุรินทร์ เขต 1 จำนวน 110 แห่ง ผู้ให้ข้อมูล คือผู้บริหารและครู โรงเรียนละ 2 คน รวมทั้งสิ้น 220 คน และโรงเรียนบ้านกรวดนาฮัง (เข็มแก้วบำรุง) เป็นโรงเรียนปฏิบัติการทดลอง เครื่องมือที่ใช้ในการเก็บข้อมูล ได้แก่ แบบสอบถาม แบบประเมินรูปแบบ แผนปฏิบัติการทดลอง แบบประเมินก่อนและหลังการทดลองใช้รูปแบบ และแบบประเมินผลการใช้รูปแบบด้านประสิทธิภาพ ด้านประสิทธิผล และด้านคุณค่า ตรวจสอบหาคุณภาพเครื่องมือโดยการหาค่าความสอดคล้องของข้อคำถามกับวัตถุประสงค์โดย (IOC) ผู้ทรงคุณวุฒิจำนวน 5 คน สถิติที่ใช้ในการวิจัย ได้แก่ ร้อยละ ค่าเฉลี่ย ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน การทดสอบค่าทีแบบกลุ่มไม่อิสระ (t-test dependent) และการวิเคราะห์เนื้อหา
             ผลการวิจัยพบว่า
             1) สภาพปัญหาการบริหารเชิงกลยุทธ์เพื่อพัฒนาคุณภาพการศึกษาของโรงเรียนขนาดเล็ก สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาสุรินทร์ เขต 1 โดยภาพรวมอยู่ในระดับมาก 2) รูปแบบการบริหารเชิงกลยุทธ์เพื่อพัฒนาคุณภาพการศึกษาของโรงเรียนขนาดเล็ก สังเคราะห์จากแนวคิดทฤษฎีและงานวิจัยที่เกี่ยวข้องได้ ASFICE Model ประกอบด้วยการวิเคราะห์สภาพแวดล้อม (Analysis Environmental – A) การกำหนดทิศทาง ( Setting Direction – S) การกำหนดกลยุทธ์ (Formulation Strategy – F) การนำกลยุทธ์ไปปฏิบัติ (Implementation Strategy – I) การควบคุมการดำเนินการ (Control Operation – C) และการประเมินผลกลยุทธ์ (Evaluation Strategy  – E) 3) ผลการประเมินความเหมาะสม ความถูกต้อง และความเป็นไปได้ของรูปแบบ ผู้ทรงคุณวุฒิมีความเห็นด้วย โดยมีค่าความสอดคล้อง (IOC) อยู่ระหว่าง 0.80 -1.00  4) ผลการเปรียบเทียบการทดลองใช้รูปแบบหลังการทดลองสูงกว่าก่อนการทดลอง อย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .01 5) ผลการใช้รูปแบบด้านประสิทธิภาพ ด้านประสิทธิผล และด้านคุณค่า อยู่ในระดับมากที่สุด สอดคล้องกับสมมติฐานที่ตั้งไว้

เอกสารอ้างอิง

กระทรวงศึกษาธิการ. (2568). แผนการศึกษาแห่งชาติ พ.ศ. 2560 – 2579. เข้าถึงได้จากจาก https://www.moe.go.th

ชนิดา ปากหวาน และสุธรรม ธรรมทัศนานนท์. (2566). การพัฒนาแนวทางการบริหารสู่ความเป็นเลิศของโรงเรียนขนาดเล็ก สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษามุกดาหาร. วารสารพุทธปรัชญาวิวัฒน์, 7(1), 200–212. https://ojs.mbu.ac.th/ index.php/jbpe/article/view/2115

ทิพวรรณ สำเภาแก้ว. (2560). ปัจจัยการบริหารที่ส่งผลต่อประสิทธิผลของสถานศึกษา สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาสระบุรีแก้ว เขต 2. (วิทยานิพนธ์ครุศาสตรมหาบัณฑิต สาขาวิชาการบริหารการศึกษา). มหาวิทยาลัยราชภัฏราชนครินทร์.

ปาริชาติ คำป้อม และประเสริฐ อินทร์รักษ์. (2567). การบริหารเชิงกลยุทธ์ของผู้บริหารกับประสิทธิผลของสถานศึกษา สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษานครปฐม เขต 1. วารสารธรรมะเพื่อชีวิต, 30(4), 426–450. https://so08.tci-thaijo.org/index.php/dhammalife/article/view/4291/3203

ปัญญากร เวชศาสตร์, ภารดี อนันต์นาวี และมนสิช สิทธิสมบูรณ์. (2565). รูปแบบการบริหารเชิงกลยุทธ์เพื่อพัฒนาสถานศึกษาสู่ความเป็นเลิศ สังกัดองค์การบริหารส่วนจังหวัดปทุมธานี. วารสารครุศาสตร์ปริทรรศน์ฯ, 9(1), 231–248. https://so02.tci-thaijo.org/index.php/EDMCU/article/download/255698/172046

พระเอกภพ พวงประดิษฐ์. (2561). ประสิทธิภาพการบริหารจัดการของโรงพยาบาลพะเยาต่อการจ้างงานภายนอก. (วิทยานิพนธ์รัฐประศาสนศาสตรมหาบัณฑิต). คณะรัฐศาสตร์และสังคมศาสตร: มหาวิทยาลัยพะเยา.

รัตนะ บัวสนธ์. (2564). การวิจัยและพัฒนานวัตกรรมการศึกษา. (พิมพ์ครั้งที่ 3). กรุงเทพมหานคร: สำนักพิมพ์จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย.

ศุนิสา ทดลา. (2566). โรงเรียนขนาดเล็ก: ปัญหาหรือโอกาสของการจัดการศึกษา. ครุศาสตร์สาร, 17(2), 43–55. https://so17.tci-thaijo.org/index.php/EduBSRU/article/view/174

สากล พรหมศิริเดช และทวี วาจาสัตย์. (2560). การบริหารเชิงกลยุทธ์ในโรงเรียนขนาดเล็ก สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาสระแก้ว เขต 1. วารสารวิทยาลัยนครราชสีมา, 11(3), 225–234. http://journal.nmc.ac.th/th/ admin/Journal/2560Vol11No3_804.pdf

สำนักงานสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ. (2561). ยุทธศาสตร์ชาติ พ.ศ. 2561–2580. เข้าถึงได้จาก https://www.nesdc.go.th/nscr/main/

สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาสุรินทร์ เขต 1. (2567). รายงานการประเมินตนเองของสถาศึกษา (SAR) ปีการศึกษา 2567. สุรินทร์: สำนักคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐานกระทรวงศึกษาธิการ.

Certo, S. C., & Peter, J. P. (1991). Strategic management: Concepts and applications. (2nd ed.). McGraw-Hill.

Rovinelli, R. J., & Hambleton, R. K. (1977). On the use of content specialists in the assessment of criterion-referenced test item validity. Dutch Journal of Educational Research, 2, 49-60. https://eric.ed.gov/?id=ED121845

Thompson, Arthur A. and Strickland lll, A.J. (1999). Strategic Management Concept and Cases. Boston: McGraw-Hill.

Wheelen & Hunger. (2015). Strategic Management and Business Policy. (14th Edition). Pearson Education Inc: New York.

ดาวน์โหลด

เผยแพร่แล้ว

2026-07-16

รูปแบบการอ้างอิง

จันทเขต จ., อินทร์รักษ์ ช., & อันทวีสิน อ. (2026). การพัฒนารูปแบบการบริหารเชิงกลยุทธ์เพื่อพัฒนาคุณภาพการศึกษาของโรงเรียนขนาดเล็ก สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาสุรินทร์ เขต 1. วารสารวิชาการ มจร บุรีรัมย์, 11(2), 180–192. สืบค้น จาก https://so06.tci-thaijo.org/index.php/ambj/article/view/292014