การศึกษาเปรียบเทียบความรู้ในพุทธปรัชญาเถรวาทกับปรัชญาจอห์น ล็อค
คำสำคัญ:
ความรู้, พุทธปรัชญาเถรวาท, ปรัชญาจอห์น ล็อคบทคัดย่อ
การวิจัยนี้ มีวัตถุประสงค์เพื่อ 1) ศึกษาความรู้ในพุทธปรัชญาเถรวาท 2) ศึกษาความรู้ในปรัชญาจอห์น ล็อค และ 3) ศึกษาเปรียบเทียบความเหมือนและความแตกต่างของความรู้ใน พุทธปรัชญาเถรวาทกับปรัชญาจอห์น ล็อค เป็นการวิจัยเชิงคุณภาพ โดยศึกษาข้อมูลชั้นปฐมภูมิ ทุติยภูมิ เอกสารวิชาการและงานวิจัยทางพุทธปรัชญาและปรัชญาจอห์นล๊อค แล้วนำเสนอผลการวิจัยในเชิงพรรณนาวิเคราะห์ตามแบบนิรนัยวิธี
ผลการวิจัยพบว่า
1. ความรู้ในพุทธปรัชญาเถรวาท คือการรู้ตรงตามความเป็นจริง โดยไม่ถูกบิดเบือนด้วยอารมณ์หรืออคติ มีกระบวนการพัฒนาปัญญา 3 ขั้นตอน ได้แก่ 1) สุตมยปัญญา ปัญญาจากการฟัง การบอกเล่า 2) จินตามยปัญญา ปัญญาจากการคิดใคร่ครวญ 3) ภาวนามยปัญญา ปัญญาจากการปฏิบัติหรือการอบรมทางจิต ความรู้ถูกออกเป็น 2 ประเภท คือ 1) โลกิยปัญญา ความรู้ทางโลกที่จำเป็นในชีวิตประจำวัน 2) โลกุตตรปัญญา ความรู้ที่เหนือโลกอันจะนำไปสู่การดับทุกข์และบรรลุธรรม
2. ความรู้ในปรัชญาของจอห์น ล็อค ปฏิเสธแนวคิดเรื่องความรู้ติดตัวมาแต่กำเนิด และเสนอว่าประสบการณ์เป็นบ่อเกิดความรู้เพียงแหล่งเดียวของมนุษย์ มี 2 ประเภท คือ 1) ความรู้สึก ประสบการณ์ที่ได้รับจากโลกภายนอกผ่านประสาทสัมผัสทั้งห้า 2) การใคร่ครวญ คือประสบการณ์ภายในที่ได้รับจากการทำงานจิต เช่น การคิดการสงสัย ก่อให้เกิดความคิดเกี่ยวกับการทำงานของจิต
3. เปรียบเทียบความเหมือนและความต่างของความรู้ในพุทธปรัชญา และปรัชญาของจอห์น ล็อค พุทธปรัชญาเถรวาท มุ่งหมายที่การหยั่งรู้สภาวะธรรม จนเห็นแจ้งในกฎไตรลักษณ์ ได้แก่ อนิจจัง ทุกขัง อนัตตา เพื่อนำไปสู่การดับทุกข์และหลุดพ้นจากวัฏสงสาร ความรู้ในพุทธธรรมจึงเป็นความรู้ที่มุ่งสู่ภายใน นำพาสู่การหลุดพ้นผ่านความรู้แจ้งภายใน ในทางตรงกันข้าม จอห์น ล็อค มองว่าความรู้เกิดจากการรับรู้ทางผัสสะเป็นสำคัญ จิตเป็นเพียงผู้รับที่ถูกประสบการณ์เติมเต็ม เป้าหมายคือการทำความเข้าใจโลกภายนอก เพื่อนำไปสู่การดำเนินชีวิตอย่างมีเหตุผล ความรู้ในมุมมองของล็อคจึงมุ่งสู่ภายนอก สุดท้ายทั้งสองความคิดต่างสะท้อนให้เห็นถึงความหลากหลายแห่งมรรคาในการแสวงหาความจริง อันเป็นหัวใจสำคัญของปรัชญา
เอกสารอ้างอิง
มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย. (2539). พระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย. กรุงเทพมหานคร: มหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย.
ชัยวัฒน์ อัตพัฒน์. (2547). ญาณวิทยา (ทฤษฎีความรู้). กรุงเทพมหานคร: สำนักพิมพ์มหาวิทยาลัยรามคำแหง.
นงลักษณ์ ปาละรัตน์. (2535). ญาณวิทยาในพุทธปรัชญาเถรวาทเป็นประสบการณ์นิยมหรือไม่. (วิทยานิพนธ์อักษรศาสตรดุษฎีบัณฑิต สาขาวิชาอักษรศาสตร์). บัณฑิตวิทยาลัย: จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย.
บุญมี แท่นแก้ว. (2543). ญาณวิทยา. (พิมพ์ครั้งที่ 3). กรุงเทพมหานคร: โอ.เอส. พริ้นติ้ง เฮ้าส์.
พระพรหมคุณาภรณ์ (ป. อ. ปยุตโต). (2557). พุทธธรรม ฉบับปรับขยาย. (พิมพ์ครั้งที่ 39). กรุงเทพมหานคร: โรงพิมพ์มหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย.
พระมหาระวี ติกฺขปญฺโญ (ไกรยะพันธ์). (2544) การศึกษาเปรียบเทียบทฤษฎีความรู้ของพุทธปรัชญาเถรวาทกับเบอร์ทรันด์ รัสเซลล์ล, (วิทยานิพนธ์พุทธศาสตรมหาบัณฑิต สาขาวิชาปรัชญา). บัณฑิตวิทยาลัย: มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย.
ลักษณ์วัต เจริญพงศ์. (2541). ความรู้ในพุทธปรัชญา. พุทธศาสน์ศึกษา จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย, 5(2-3), 41-76. https://so02.tci-thaijo.org/index.php/jbscu/article/view/170453
วิโรจน์ นาคชาตรี. (2547). ปรัชญาจิต (Philosophy of Mind). กรุงเทพมหานคร: สำนักพิมพ์รามคำแหง.
สรวิชญ์ วงษ์สะอาด และอุทัย สติมั่น, (2563). พุทธญาณวิทยาตามทัศนะของพุทธปรัชญาเถรวาท. วารสารนวัตกรรมการศึกษาและการวิจัย, 4(2), 119-134. https://so03.tci-thaijo.org/index.php/jeir/article/view/248085
E.D. Miller. (1984). Questions that Matter: An Invitation to Philosophy. United State of America: McGraw- Hill. Inc.
John Lock. (1999). An Essay Concerning Human Understanding Book II. Pennsylvania: Pennsylvania State University.
Lock, John. (1969). An Essay Concerning Human Understanding Book I. Edited & Abridged with an Introduction by A.D. Coozlay, London: Collins Clear-Type Press.
Robert Duschinsky. (2012). Tabula Rasa and Human Nature. Philosophy, 87(4), 509-510. https://www.jstor.org/stable/41682980
Stumpf, S. E. (1982). Socrates to Sartre: A history of philosophy. New York: McGraw-Hill Book Company.
ดาวน์โหลด
เผยแพร่แล้ว
รูปแบบการอ้างอิง
ฉบับ
ประเภทบทความ
สัญญาอนุญาต
ลิขสิทธิ์ (c) 2026 วารสารวิชาการ มจร บุรีรัมย์

อนุญาตภายใต้เงื่อนไข Creative Commons Attribution-NonCommercial-NoDerivatives 4.0 International License.
ทัศนะและความคิดเห็นที่ปรากฏในบทความวารสารฉบับนี้ถือเป็นความรับผิดชอบของผู้เขียนบทความนั้น ไม่ถือเป็นทัศนะและความรับผิดชอบของบรรณาธิการ