สัญญะภาษาจารึกทางพระพุทธศาสนากับวิถีชุมชนท้องถิ่น กลุ่มปราสาทขอมในจังหวัดสุรินทร์และจังหวัดบุรีรัมย์
คำสำคัญ:
สัญญะภาษาจารึก, พระพุทธศาสนา, วิถีชุมชนท้องถิ่น, กลุ่มปราสาทขอม, จังหวัดสุรินทร์และจังหวัดบุรีรัมย์บทคัดย่อ
การวิจัยนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาสัญญะภาษาจารึก เพื่อตีความสัญญะภาษาจารึก และเพื่อศึกษาการปรับใช้สัญญะภาษาจารึกทางพระพุทธศาสนากับวิถีชุมชนท้องถิ่นกลุ่มปราสาทขอมในจังหวัดสุรินทร์และจังหวัดบุรีรัมย์ ใช้รูปแบบการวิจัยเชิงคุณภาพแบ่งออกเป็นการศึกษาจากเอกสารและการศึกษาจากภาคสนาม โดยศึกษาจารึก 3 หลัก ได้แก่ จารึกปราสาทตาเมือนโตจ จารึกจารึกสุรินทร์ 2 และจารึกด่านประคำ ใช้แบบสังเกต แบบสัมภาษณ์เชิงลึก และแบบบันทึกการสนทนากลุ่มเฉพาะ มีกลุ่มเป้าหมาย 6 กลุ่ม ได้มาโดยใช้วิธีเลือกแบบเจาะจง ใช้การวิเคราะห์และสังเคราะห์ข้อมูลที่ได้จากผู้ให้ข้อมูลสำคัญในรูปแบบเชิงพรรณนา
ผลการวิจัยพบว่า
1. สัญญะภาษาจารึกทางพระพุทธศาสนากลุ่มปราสาทขอมในจังหวัดสุรินทร์และจังหวัดบุรีรัมย์ พบว่า เป็นจารึกที่ถูกสร้างขึ้นโดยพระเจ้าชัยวรมันที่ 7 ในช่วงพุทธศตวรรษที่ 12 เป็นภาษาสันสกฤตจารึกด้วยอักษรขอมโบราณ มีโครงสร้างเนื้อหาที่คล้ายคลึงกันโดยเริ่มต้นด้วยการนมัสการพระพุทธเจ้าและสรรเสริญพระเจ้าชัยวรมันที่ 7 พระราชภารกิจในการสร้างอโรคยศาลาพร้อมทั้งพระพุทธรูปและการจัดวางเจ้าหน้าที่ประจำโรงพยาบาล กล่าวถึงรายการสิ่งของที่พระเจ้าชัยวรมันที่ 7 ทรงประทานให้ และข้อความสั่งห้ามไม่ให้มีการทำร้ายกัน
2. ผลการตีความสัญญะภาษาจารึกทางพระพุทธศาสนากลุ่มปราสาทขอมในจังหวัดสุรินทร์และจังหวัดบุรีรัมย์ ด้านหลักธรรมทางพระพุทธศาสนา พบว่า หลักธรรมทางพระพุทธศาสนาที่ปรากฎในกลุ่มปราสาทขอมในจังหวัดสุรินทร์และจังหวัดบุรีรัมย์ จำนวน 15 หลักธรรม
3. การปรับใช้สัญญะภาษาจารึกทางพระพุทธศาสนากับวิถีชุมชนท้องถิ่นกลุ่มปราสาทขอมในจังหวัดสุรินทร์และจังหวัดบุรีรัมย์ พบว่า ชุมชนท้องถิ่นกลุ่มปราสาทขอมควรปรับใช้สัญญะภาษาจารึกทางพระพุทธศาสนากับวิถีชุมชน จำนวน 4 ด้าน 29 ประเด็น ประกอบด้วย ด้านเศรษฐกิจ จำนวน 8 ประเด็น ด้านสังคม จำนวน 7 ประเด็น ด้านการเมืองการปกครอง จำนวน 8 ประเด็น และด้านการศึกษา จำนวน 6 ประเด็น
เอกสารอ้างอิง
ชะเอม แก้วคล้าย. (2558). "นานาสาระจากจารึก : จารึกพุทธศตวรรษที่ 11-18 ที่พบในประเทศไทย". (เอกสารประกอบการเสวนาวิชาการ). กรุงเทพมหานคร: ห้องประชุมสำนักหอสมุดแห่งชาติ เมื่อวันที่ 25-26 มิถุนายน 2558. https://www. finearts.go.th/promotion/view/7482
ชาร์ล แซนเดอร์ เพียร์ซ, อ้างใน จอห์นนพดล วศินสุนทร. (2556). แนวคิดสัญวิทยาและการสร้างความหมาย (Semiology and Signification) | E-JohnNopadon. (เอกสารประกอบการบรรยายเสริมความรู้ทางด้านทฤษฎี สาขาวิชานิเทศศาสตร์). คณะวิทยาการจัดการ: มหาวิทยาลัยราชภัฏเชียงใหม่.
ชเนตตี พุ่มพฤกษ์ และชาลีวัฒน์ จิตต์โสภา. (2564). บริบททางประวัติศาสตร์ของปราสาทนครหลวง ที่สัมพันธ์กับบริบทของชุมชนโดยรอบปราสาทหลวง อำเภอนครหลวง จังหวัดพระนครศรีอยุธยา. วารสารวิชาการอยุธยาศึกษา, 13(2), 123-129. https://so02.tci-thaijo.org/index.php/jas/article/view/247347
ธนรัฐ สะอาดเอี่ยม และพระวีรศักดิ์ จนฺทวํโส (สุขน้อย). (2565). การพัฒนาสินค้าและรูปแบบการบริการท่องเที่ยวของชุมชนปราสาทขอมในจังหวัดสุรินทร์. วารสารวิจัยธรรมศึกษา, 5(2), 1-2. https://so07.tci-thaijo.org/index.php/dsr/ article/view/2171
พระครูศรีปัญญาวิกรม (บุญเรือง ปญฺญาวชิโร/เจนทร). (2558). สัญลักษณ์ทางพระพุทธศาสนาในสังคมไทย. วารสารศิลปศาสตร์ปริทัศน์, 10(20), 3-4. https://www.google.com/search?q
สำนักหอสมุดแห่งชาติ กรมศิลปากร กระทรวงวัฒนธรรม. (2548). คู่มือปฏิบัติงานเกี่ยวกับเอกสารโบราณ. กรุงเทพมหานคร: สำนักหอสมุดแห่งชาติ กรมศิลปากร. https://db.sac.or.th/inscriptions/ story/detail/11960
Palanla. (2566). “หกปราสาทขอมโบราณ ศาสนสถานเก่าแก่กว่า 1,000 ปี ที่อีสานใต้ของไทย”. เข้าถึงได้จาก https://palanla.com/th/domesticLocation/detail/1704
Seleskovitch, D. (1978). Interpreting for International Conferences. Eric Norman McMillan & Stephanie Dailey, Trans. Washington DC: Pen & Booth, Referred to Sasee Chanprapun, การตีความคือการวิเคราะห์ข้อมูล. เข้าถึงได้จาก https://www.interpreterenglishthai.com/post
ดาวน์โหลด
เผยแพร่แล้ว
รูปแบบการอ้างอิง
ฉบับ
ประเภทบทความ
สัญญาอนุญาต
ลิขสิทธิ์ (c) 2026 วารสารวิชาการ มจร บุรีรัมย์

อนุญาตภายใต้เงื่อนไข Creative Commons Attribution-NonCommercial-NoDerivatives 4.0 International License.
ทัศนะและความคิดเห็นที่ปรากฏในบทความวารสารฉบับนี้ถือเป็นความรับผิดชอบของผู้เขียนบทความนั้น ไม่ถือเป็นทัศนะและความรับผิดชอบของบรรณาธิการ