การมีส่วนร่วมของประชาชนในการอนุรักษ์โบราณสถานของวัดในจังหวัดสมุทรสงคราม
คำสำคัญ:
การมีส่วนร่วม, การอนุรักษ์โบราณสถาน, วัดในจังหวัดสมุทรสงครามบทคัดย่อ
บทความวิจัยนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อ 1. ศึกษาสภาพปัจจุบันการมีส่วนร่วมของประชาชนในการอนุรักษ์โบราณสถานของวัดในจังหวัดสมุทรสงคราม 2. ศึกษาปัจจัยที่เกี่ยวข้องกับการมีส่วนร่วมของประชาชนในการอนุรักษ์โบราณสถานของวัดในจังหวัดสมุทรสงคราม และ 3. นำเสนอรูปแบบการมีส่วนร่วมของประชาชนในการอนุรักษ์โบราณสถานของวัดในจังหวัดสมุทรสงคราม ใช้ระเบียบวิธีวิจัยแบบผสมวิธีประกอบด้วย การวิจัยเชิงปริมาณ ใช้แบบสอบถามเก็บข้อมูลกับประชาชนกลุ่มตัวอย่าง จำนวน 384 คน และวิเคราะห์ด้วยค่าเฉลี่ย และค่าส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน ส่วนข้อมูลเชิงคุณภาพได้จากการสัมภาษณ์เชิงลึก และการประชุมสนทนากลุ่ม แล้ววิเคราะห์เนื้อหา
ผลการวิจัยพบว่า 1. สภาพปัจจุบันการมีส่วนร่วมของประชาชนในการอนุรักษ์โบราณสถานของวัดในจังหวัดสมุทรสงคราม โดยภาพรวมอยู่ในระดับมาก ( = 3.58, S.D. = 1.06) 2. ปัจจัยที่เกี่ยวข้องกับการมีส่วนร่วมของประชาชน ประกอบด้วย 1) ภาวะผู้นำ ผู้นำต้องประพฤติตนเป็นแบบอย่างที่ดี 2) ผลประโยชน์และแรงจูงใจ ประชาชนตระหนักถึงคุณค่าทางจิตใจและทางเศรษฐกิจของโบราณสถาน และ 3) โครงสร้างกระบวนการมีส่วนร่วม การจัดระเบียบการทำงาน ช่องทางการสื่อสาร การใช้สื่อดิจิทัล และการสนับสนุนจากหน่วยงานภายนอก 3. รูปแบบการมีส่วนร่วมของประชาชนในการอนุรักษ์โบราณสถานของวัดในจังหวัดสมุทรสงคราม ได้พัฒนาขึ้นจากแนวคิดการมี ส่วนร่วม และหลักการอนุรักษ์โบราณสถาน โดยบูรณาการหลักสังคหวัตถุ 4 เป็นเครื่องมือประสานความสามัคคี และหลักสัมมัปปทาน 4 ซึ่งเป็นกรอบความเพียรในการทำงาน มี 4 ขั้นตอน ได้แก่ 1) ร่วมสร้างความตระหนักรู้และยอมรับความจริง 2) ร่วมกำหนดทิศทางการอนุรักษ์ที่ถูกต้อง 3) ร่วมลงพื้นที่ปฏิบัติจริง 4) ร่วมติดตามตรวจสอบและรักษาให้คงไว้
เอกสารอ้างอิง
กรมศิลปากร. (2563). โบราณสถานในเขตสำนักศิลปากรที่ 1 ราชบุรี. สืบค้น 1 สิงหาคม 2569, จาก https://www.finearts.go.th/promotion/view/13920-โบราณสถานในเขตสำนักศิลปากรที่-1-ราชบุรี
กรมศิลปากร. (2513). พระราชบัญญัติโบราณสถาน โบราณวัตถุ ศิลปวัตถุ และพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ พ.ศ. 2504 พร้อมด้วยกฎกระทรวงและระเบียบที่ออกตามความในพระราชบัญญัติฉบับนี้. กรุงเทพฯ: โรงพิมพ์คุรุสภาพระสุเมรุ.
กรมศิลปากร. (2556). โครงการช่างรักในโบราณสถานสมัยรัตนโกสินทร์ประจำปี 2556. (รายงานสรุปโครงการ). กรุงเทพฯ: กลุ่มอนุรักษ์โบราณสถาน สำนักโบราณคดี.
ดาริกา โพธิรุกข์. (2563). การมีส่วนร่วมของประชาชนในการอนุรักษ์มรดกทางวัฒนธรรม: ศึกษากรณีชุมชนบ้านเขวา ตำบลเขวา อำเภอเมือง จังหวัดมหาสารคาม. วารสารมนุษยศาสตร์และสังคมศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหาสารคาม, 39(3), 42-51.
บํารุง เอี่ยมสะอาด. (2553). แนวทางการอนุรักษ์โบราณสถานแบบมีสวนร่วมสำหรับวัดจุฬามุนี ตำบลองครักษ์ อำเภอโพธิ์ทอง จังหวัดอ่างทอง (การค้นคว้าอิสระศึกษาศาสตรมหาบัณฑิต สาขาวิชายุทธศาสตร์การพัฒนา). พระนครศรีอยุธยา: มหาวิทยาลัยราชภัฏพระนครศรีอยุธยา.
พระครูใบฎีกาศักดิ์ดนัย สนฺตจิตโต (เนตรพระ). (2563). การอนุรักษ์โบราณสถานและโบราณวัตถุทางพระพุทธศาสนาของวัดในเขตอำเภอเมืองสุพรรณบุรี จังหวัดสุพรรณบุรี (วิทยานิพนธ์พุทธศาสตรมหาบัณฑิต สาขาวิชาพระพุทธศาสนา). พระนครศรีอยุธยา: มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย.
พระครูโสภณจิตตาภิรม (จำนงค์ จิตฺตสุโภ). (2565). รูปแบบการมีส่วนร่วมของประชาชนในการอนุรักษ์โบราณสถานตามหลักพุทธธรรมในจังหวัดบุรีรัมย์ (ดุษฎีนิพนธ์พุทธศาสตรดุษฎีบัณฑิต สาขาวิชาพระพุทธศาสนา). พระนครศรีอยุธยา: มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย.
พระมหาเสถียร ถาวรธมฺโม (เกษาชาติ). (2554). การมีส่วนร่วมในการอนุรักษ์โบราณสถานของพระสังฆาธิการในจังหวัดพระนครศรีอยุธยา (วิทยานิพนธ์พุทธศาสตรมหาบัณฑิต สาขาวิชาการจัดการเชิงพุทธ). พระนครศรีอยุธยา: มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย.
พระสุนทร ธมฺมวโร (บุญคง). (2560). การประยุกต์ใช้หลักสังคหวัตถุ 4 ในชุมชนวัดหนองสม จังหวัดระยอง (วิทยานิพนธ์พุทธศาสตรมหาบัณฑิต สาขาวิชาพระพุทธศาสนา) พระนครศรีอยุธยา. มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย.
มหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย. (2539). พระไตรปิฎกฉบับภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย. กรุงเทพฯ: โรงพิมพ์มหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย.
ศรีประไพ อุดมละมุล และคณะ. (2560). การสร้างการมีส่วนร่วมของชุมชนในการพัฒนาโบราณสถาน: กรณีศึกษาโบราณสถาน บ้านจาเละ ตำบลยะรัง อำเภอยะรัง จังหวัดปัตตานี. วารสารมหาวิทยาลัยราชภัฏยะลา, 12(ฉบับพิเศษ), 56-72.
สำนักงานสถิติแห่งชาติ. (2568). สถานการณ์ด้านสังคม จำนวนประชากร. สืบค้น 1 สิงหาคม 2569, จาก https://www.nso.go.th/nsoweb/storage/file_or_link/2024/20240605144736_37630.pdf
Cohen, M. John. & Norman, T. Uphoff. (1980). Participation’s Place in Rural Development: Seeking Clarity Through Specificity. World Development, 8(3), 213-235.
Krejcie, R. V., & Morgan, D. W. (1970). Determining sample size for research activities, Educational and Psychological Measurement, 30(3), 607–610.


