การเป่าแคนโดยใช้ K6 MODEL

Main Article Content

กฤษฎ์ พีรธนัศสกุล

บทคัดย่อ

การเป่าแคน เป็นศิลปะขั้นสูงที่ผู้เป่าจำเป็นต้องมีความรู้ความเข้าใจในการปฏิบัติอย่างชัดเจน
การบรรเลงนั้นเพื่อให้สื่อถึงท่วงทำนอง  ลีลา อารมณ์ ความรู้สึก ของบทเพลงที่ผู้ประพันธ์ได้ประพันธ์ไว้
แคนเป็นเครื่องดนตรีที่ใช้บรรเลงได้ทั้งเดี่ยว บรรเลงรวมวง และที่สำคัญสามารถบรรเลงเพื่อถ่ายทอดอารมณ์ความรู้สึกของบทเพลงระหว่างดนตรีพื้นเมืองอีสานกับเครื่องดนตรีสากลให้ผสมผสานกลมกลืนได้เป็นอย่างดี บทความนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อนำเสนอเทคนิคการเป่าแคนอย่างง่าย โดยใช้ K6 MODEL ซึ่งประกอบด้วย
1) รู้เครื่องดนตรี 2) รู้โน้ตเพลง 3) รู้หลักการปฏิบัติ 3.1) สังเกตรับรู้ 3.2) ปฏิบัติตามแบบ 3.3) ฝึกปฏิบัติจนเกิดความชำนาญ 3.4) ประเมินผลทักษะทางดนตรี 4) รู้รักษาเครื่องดนตรี 5) รู้พัฒนาฝีมือ และ6) รู้คุณครูที่สั่งสอน  ด้วยหลักการและขั้นตอนดังกล่าว ส่งเสริมศักยภาพให้ผู้เรียนเป่าแคนเป็นในระยะเวลาอันสั้น และถ่ายทอดอารมณ์เพลงให้เกิดสุนทรียภาพด้านคีตศิลป์

Article Details

รูปแบบการอ้างอิง
พีรธนัศสกุล ก. (2021). การเป่าแคนโดยใช้ K6 MODEL. วารสารครุศาสตร์ มหาวิทยาลัยราชภัฏมหาสารคาม, 18(1), 13–26. สืบค้น จาก https://so06.tci-thaijo.org/index.php/edu-rmu/article/view/251552
ประเภทบทความ
บทความวิชาการ

เอกสารอ้างอิง

กัลยาณวัตร. (2562). รายงานการพัฒนาคุณภาพการศึกษาโรงเรียนกัลยาณวัตร ปีการศึกษา 2562.ขอนแก่น : โรงเรียนกัลยาณวัตร สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษา เขต 25.
คณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน. (2562).นโยบายสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน ปีงบประมาณ 2563. กรุงเทพมหานคร : โรงพิมพ์ชุมนุมสหกรณ์การเกษตรแห่งประเทศไทย จำกัด.
เฉลิมศักดิ์ พิกุลศรี. (2543). สังคีตนิยมว่าด้วยดนตรีไทย. กรุงเทพมหานคร : โอเดียนสโตร์.
ณรุทธ์ สุทธจิตต์. (2537). หลักการของโคดายสู่การปฏิบัติ : วิธีการด้านดนตรีศึกษาโดยการสอนแบบโคดาย. (พิมพ์ครั้งที่ 3). กรุงเทพมหานคร : สำนักพิมพ์จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย.
ณรุทธ์ สุทธจิตต์. (2544). พฤติกรรมการสอนดนตรี. กรุงเทพมหานคร : สำนักพิมพ์แห่งจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย.
บุษกร สำโรงทอง, ภัทรวดี ภูชฎาภิรมย์ และขำคม พรประสิทธิ์. (2551). แคน. (พิมพ์ครั้งที่ 1).กรุงเทพมหานคร :สำนักพิมพ์แห่งจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย.
พรทิพย์ เสาวโค. (2543). การสร้างแบบฝึกแต่งคาประพันธ์ประเภทฉันท์สาหรับนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาตอนปลาย. วิทยานิพนธ์การศึกษามหาบัณฑิต. สงขลา : มหาวิทยาลัยทักษิณ.
วัจนกร สารแขวีระกุล. (2560). การพัฒนาชุดกิจกรรมเสริมสร้างทักษะปฏิบัติดนตรีโปงลางสำหรับนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 4. วิทยานิพนธ์ปริญญาครุศาสตรมหาบัณฑิต สาขาวิชาหลักสูตรและการเรียนการสอน. มหาสารคาม : มหาวิทยาลัยราชภัฏมหาสารคาม.
ศึกษาธิการจังหวัดขอนแก่น. (2560). แผนพัฒนาการศึกษาจังหวัดขอนแก่น พ.ศ. 2562-2565. ขอนแก่น : สำนักงานศึกษาธิการภาค 12. กระทรวงศึกษาธิการ.
สนอง คลังพระศรี. (2549).ศิลปะการเป่าแคน มหัศจรรย์แห่งเสียงของบรรพชนไท. นครปฐม : วิทยาลัยดุริยางคศิลป์ มหาวิทยาลัยมหิดล.
สราวุฒิ สีหาโคตร. (2557). การศึกษากระบวนการถ่ายทอดการบรรเลงแคนลายแม่บทของครูสมบัติ สิมหล้า. วิทยานิพนธ์ปริญญาครุศาสตรมหาบัณฑิต สาขาวิชาดนตรีศึกษา ภาควิชาศิลปะ ดนตรีและนาฏศิลป์ศึกษา. กรุงเทพมหานคร : จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย.
สุจิตต์ วงษ์เทศ. (2551).ร้องรำทำเพลง : ดนตรีและนาฏศิลป์ชาวสยาม. (พิมพ์ครั้งที่ 3). กรุงเทพมหานคร :เรือนแก้วการพิมพ์.
อุทัย ศาสตรา. (2553). การศึกษากระบวนการถ่ายทอดการบรรเลงระนาดเอกของครูประสิทธิ์ ถาวร ศิลปินแห่งชาติ. วิทยานิพนธ์ปริญญามหาบัณฑิต. จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย, กรุงเทพมหานคร.
อุเทน อินทโร. (2548). การดูแลรักษาเครื่องดนตรี.(พิมพ์ครั้งที่ 1). กรุงเทพมหานคร :ห้างหุ้นส่วนจำกัดจงเจริญการพิมพ์.
Davies, I.K. (1971). The Management of Learning. London : McGraw -Hill.
Fitts, P. M. (1964). Perceptual-Motor Skill Learning. In A. W. Melton (Ed.), Categories of Human Learning : London : Academic Press.
Simpson, D. (1972). Teaching physical education : A system approach. Boston : Houghton Mifflin.