รูปแบบทางการตลาดเพื่อสร้างความคุ้มค่าของสนามกีฬา

Main Article Content

สารัช ดีงาม

บทคัดย่อ

การวิจัยครั้งนี้มีวัตถุประสงค  1. เพื่อพัฒนารูปแบบทางการตลาดที่สามารถสรา้ งความคุม้ คา่ ใหกั้บสนามกีฬา
และ 2. เพื่อเสนอโครงการในการจัดการสนามกีฬาเพื่อสร้างความคุ้มค่าให้กับสนามกีฬา กลุ่มตัวอย่าง 2 ประเภทคือ
1) การวิจัยเชิงคุณภาพโดยการสัมภาษณ์เชิงลึกผู้ให้บริการสนามกีฬา นักการตลาดและนักธุรกิจ จำนวน 21 คน
2) การวิจัยเชิงปริมาณ โดยใช้กลุ่มตัวอย่างเป็นผู้ใช้บริการสนามกีฬา จำนวน 532 คน เครื่องมือที่ใช้ในการวิจัยคือ
แบบสัมภาษณ์และแบบสอบถาม วิเคราะห์ข้อมูลโดยการวิเคราะห์เนื้อหาและสถิติบรรยาย ได้แก่ ร้อยละ ค่าเฉลี่ย
วิเคราะห์สถิติโดยการวิเคราะห์องค์ประกอบเชิงสำรวจ
ผลการวิจัยที่สำคัญสรุปได้ดังนี้ 1) รูปแบบทางการตลาดของสนามกีฬาจะมีการสำรวจกลุ่มลูกค้า
ความต้องการของผู้ใช้บริการเพื่อนำมาสร้างกิจกรรมโดยจะมีแนวคิดในการสร้างกิจกรรมภาครัฐเพื่อสร้างความคุ้มค่า
ทางด้านสังคมและกิจกรรมภาคเอกชนที่สร้างความคุ้มค่าทางด้านการเงินโดยใช้พระราชบัญญัติการให้เอกชน
ร่วมลงทุนในกิจกรรมของรัฐหรือ PPP เข้ามาเป็นตัวเชื่อมโยงระหว่างภาครัฐและเอกชน รวมถึงการใช้การสื่อสารเข้า
มาเป็นสื่อให้ผู้ใช้บริการรับข่าวสารอย่างครบถ้วน เพื่อสร้างความคุ้มค่าให้กับสนามกีฬา และ 2) โครงการและกิจกรรม
จะสร้างให้เกิดความคุ้มค่าใน 2 ส่วนคือ (1) กิจกรรมภาครัฐ เป็นกิจกรรมที่สร้างความคุ้มค่าทางด้านสังคม (2) กิจกรรม
ภาคเอกชน เป็นกิจกรรมที่สร้างให้เกิดรายได้ในรูปของมูลค่าทางด้านการเงิน

Article Details

รูปแบบการอ้างอิง
ดีงาม ส. (2020). รูปแบบทางการตลาดเพื่อสร้างความคุ้มค่าของสนามกีฬา. วารสารครุศาสตร์ มหาวิทยาลัยราชภัฏมหาสารคาม, 17(1), 485–493. สืบค้น จาก https://so06.tci-thaijo.org/index.php/edu-rmu/article/view/252224
ประเภทบทความ
บทความวิจัย

เอกสารอ้างอิง

ศิริวรรณ พิชิตชาตรี. (2555). การสื่อสารการตลาดแบบครบวงจร (IMC) ที่มีผลต่อพฤติกรรมการใช้บริการคลินิกความงามและผิวพรรณ “วุฒิ-ศักดิ์ คลินิก” ของผู้บริโภคในเขตกรุงเทพมหานคร (สารนิพนธ์ปริญญาบริหารธุรกิจมหาบัณฑิต). มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ, กรุงเทพมหานคร.
อัจชนา จังเกษม. (2555). ความพึงพอใจของลูกค้าธุรกิจต่อการบริการรับจัดงานของจิตต์อารี สปอร์ต คอมเพล็กซ์จังหวัดลำปาง. เชียงใหม่: มหาวิทยาลัยเชียงใหม่.