การพัฒนากิจกรรมการเรียนรู้โดยใช้วิธีการทางประวัติศาสตร์ เรื่องพัฒนาการของอาณาจักรสุโขทัย นักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 1

Main Article Content

กมลวรรณ์ สืบสุนทร
ปิยลักษณ์ โพธิวรรณ์

บทคัดย่อ

การวิจัยครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อ 1) พัฒนากิจกรรมการเรียนรู้โดยใช้วิธีการทางประวัติศาสตร์ ให้มีประประสิทธิภาพตามเกณฑ์ 80/80 2) เปรียบเทียบผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนของนักเรียนก่อนและหลังเรียน 3) เปรียบเทียบความสามารถในการคิดวิเคราะห์ของนักเรียนก่อนและหลังเรียน และ 4) ศึกษาความพึงพอใจของนักเรียนที่มีต่อการจัดกิจกรรมการเรียนรู้โดยใช้วิธีการทางประวัติศาสตร์ กลุ่มตัวอย่าง ได้แก่ นักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 1 ปีการศึกษา 2563 โรงเรียนเชียงยืนพิทยาคม จังหวัดมหาสารคาม จำนวน 35 คน โดยการสุ่มแบบกลุ่ม เครื่องมือวิจัย ได้แก่ แผนการจัดกิจกรรมการเรียนรู้ จำนวน 10 แผน 10 ชั่วโมง มีค่าเฉลี่ยความเหมาะสมมากที่สุด คือ 4.69-4.98 แบบทดสอบวัดผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน แบบปรนัย 4 ตัวเลือก จำนวน 20 ข้อ มีค่าความยากระหว่าง 0.20–0.63 ค่าอำนาจจำแนกระหว่าง 0.20–0.80 และค่าความเชื่อมั่นทั้งฉบับเท่ากับ 0.70 แบบทดสอบวัดความสามารถในการคิดวิเคราะห์ มีค่าความยากระหว่าง 0.50-0.70 ค่าอำนาจจำแนกระหว่าง 0.30-0.50 ค่าความเชื่อมั่นทั้งฉบับเท่ากับ 0.74 และแบบสอบถามความพึงพอใจ มีค่า IOC ตั้งแต่ 0.60-1.00 วิเคราะห์ข้อมูลโดยใช้ ค่าร้อยละ ค่าเฉลี่ย ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน และทดสอบค่าทีแบบไม่มีอิสระ


            ผลการวิจัย พบว่า 1) แผนการจัดกิจกรรมการเรียนรู้โดยใช้วิธีการทางประวัติศาสตร์ มีประสิทธิภาพ เท่ากับ 90.89/81.57 เป็นไปตามเกณฑ์ที่กำหนดไว้ 2) ผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนหลังเรียนสูงกว่าก่อนเรียน อย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .05 3) ความสามารถในการคิดวิเคราะห์หลังเรียนสูงกว่าก่อนเรียน อย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ ที่ระดับ .05 และ 4) นักเรียนมีความพึงพอใจต่อการจัดการเรียนรู้ อยู่ในระดับมากที่สุด ( = 4.88, SD = 0.32)

Article Details

รูปแบบการอ้างอิง
สืบสุนทร ก. ., & โพธิวรรณ์ ป. . (2022). การพัฒนากิจกรรมการเรียนรู้โดยใช้วิธีการทางประวัติศาสตร์ เรื่องพัฒนาการของอาณาจักรสุโขทัย นักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 1. วารสารครุศาสตร์ มหาวิทยาลัยราชภัฏมหาสารคาม, 18(3), 69–78. สืบค้น จาก https://so06.tci-thaijo.org/index.php/edu-rmu/article/view/253977
ประเภทบทความ
บทความวิจัย

เอกสารอ้างอิง

กระทรวงศึกษาธิการ. (2551). หลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐานพุทธศักราช 2551. ชุมนุมสหกรณ์การเกษตรแห่งประเทศไทย.

ชัชรวี ธรรมเกษตรศรี. (2558). การเปรียบเทียบความสามารถในการคิดวิเคราะห์และผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนรายวิชาประวัติศาสตร์โดยการจัดการเรียนรู้ด้วยวิธีการทางประวัติศาสตร์กับการจัดการเรียนรู้แบบปกติ. [วิทยานิพนธ์ปริญญามหาบัณฑิต ไม่ได้ตีพิมพ์]. มหาวิทยาลัยราชภัฏพระนคร.

ณรงค์ พ่วงพิศ และวุฒิชัย มูลศิลป์. (2553). หนังสือเรียนประวัติศาสตร์ไทยชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 4-6. อักษรเจริญทัศน์.

ทุติยาภรณ์ ภูมิดอนมิ่ง. (2551). ความรู้ความเข้าใจในวิธีการทางประวัติศาสตร์ และความคิดเห็นเกี่ยวกับการนำวิธีการทางประวัติศาสตร์ไปใช้ในการจัดการเรียนการสอน ของครูสังคมศึกษาระดับมัธยมศึกษา (ช่วงชั้นที่ 3 ถึง 4) ในจังหวัดขอนแก่น. [วิทยานิพนธ์ปริญญามหาบัณฑิต ไม่ได้ตีพิมพ์]. มหาวิทยาลัยขอนแก่น.

ปรียา บุตรไธสงค์. (2558). ผลการใช้รูปแบบการสอนโดยวิธีการทางประวัติศาสตร์ เรื่อง พัฒนาการกรุงรัตนโกสินทร์ที่มีต่อผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนและทักษะการคิดวิเคราะห์ ของนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3 โรงเรียนหนองกี่พิทยาคม จังหวัดบุรีรัมย์. [วิทยานิพนธ์ปริญญามหาบัณฑิต ไม่ได้ตีพิมพ์]. มหาวิทยาลัยสุโขทัยธรรมาธิราช.

ลัดดา อินจุ้ย. (2562). การพัฒนากิจกรรมการเรียนรู้รายวิชาเพิ่มเติมเรื่อง เมืองพบพระโดยวิธีการทางประวัติศาสตร์ร่วมกับสื่อมัลติมีเดีย นักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 1. [วิทยานิพนธ์ปริญญามหาบัณฑิต ไม่ได้ตีพิมพ์]. มหาวิทยาลัยราชภัฏอุตรดิตถ์.

วัชรา เล่าเรียนดี. (2547). เทคนิควิธีการจัดการเรียนรู้สำหรับครูมืออาชีพ. ภาควิชาหลักสูตรและวิธีการสอนคณะศึกษาศาสตร์มหาวิทยาลัยศิลปากร.

สำนักงานเลขาธิการสภาการศึกษา. (2560). แผนการศึกษาแห่งชาติ 2560-2579. พริกหวานกราฟฟิค.

สำนักวิชาการและมาตรฐานการศึกษา. (2558). ประวัติศาสตร์ไทยหลากหลายวิธีเรียน. ชุมนุมสหกรณ์

การเกษตรแห่งประเทศไทย.

สิริวรรณ ศรีพหล. (2553). การจัดการเรียนการสอนกลุ่มสาระการเรียนรู้สังคมศึกษา ศาสนา และวัฒนธรรมนนทบุรี. มหาวิทยาลัยสุโขทัยธรรมาธิราช.

Mahoney, J. (2004). Comparative Historical Methodology. Northwestern University.