ผลสัมฤทธิ์และความพึงพอใจในการจัดการเรียนรู้ภาษาจีนกลาง โดยใช้โปรแกรม Kahoot ของนักศึกษาชาวไทย
Main Article Content
บทคัดย่อ
บทความวิจัยนี้มีวัตถุประสงค์ 1) เพื่อศึกษาผลสัมฤทธิ์ของนักศึกษาในการเรียนรู้ภาษาจีนกลางก่อนและหลังการใช้โปรแกรม Kahoot ของนักศึกษาชั้นปีที่ 1 สาขาวิชาภาษาจีน มหาวิทยาลัยราชภัฏสุราษฎร์ธานี 2) เพื่อศึกษาความพึงพอใจของนักศึกษาในการเรียนรู้ภาษาจีนกลางโดยใช้โปรแกรม Kahoot ของนักศึกษาชั้นปีที่ 1 สาขาวิชาภาษาจีน มหาวิทยาลัยราชภัฏสุราษฎร์ธานี กลุ่มตัวอย่าง ได้แก่ นักศึกษาปริญญาตรีชั้นปีที่ 1 ภาคเรียนที่ 1 ปีการศึกษา 2563 จำนวน 20 คน ระเบียบการวิจัยเป็นแบบเชิงทดลอง (Experimental Research) แผนการวิจัยเป็นแบบ One Group Pretest – Posttest Design
ผลการวิจัยพบว่า 1) ผลสัมฤทธิ์การเรียนรู้ภาษาจีนกลาง นักศึกษามีผลสัมฤทธิ์ก่อนเรียน คิดเป็นร้อยละ 53.00 และมีผลสัมฤทธิ์หลังเรียน คิดเป็นร้อยละ 71.43 และจากการวิเคราะห์ข้อมูลตามกรอบแนวคิดของนักวิชาการการสอนภาษาจีนกลาง นักวิจัยพบว่า การนำแบบทดสอบท้ายคาบผ่านการตอบคำถามด้วยโปรแกรม Kahoot ด้านคำศัพท์จีนที่มีความหมายใกล้เคียงกัน (近义词) และด้านโครงสร้างไวยากรณ์จีน “คำกริยา +了” ของนักศึกษาชาวไทย ยังไม่สามารถทำคะแนนผ่านได้ในระดับที่ดี 2) ความพึงพอใจการเรียนรู้ภาษาจีนกลางโดยใช้โปรแกรม Kahoot นักศึกษา มีความพึงพอใจด้านความสนุกสนานมากที่สุด คะแนนเฉลี่ยเท่ากับ 4.28 มีค่าเบี่ยงเบนมาตรฐาน เท่ากับ 0.890 รองลงมามีความพึงพอใจด้านการใช้งานโปรแกรม คะแนนเฉลี่ยเท่ากับ 4.27 มีค่าเบี่ยงเบนมาตรฐาน เท่ากับ 1.044 และมีความพึงพอใจด้านประโยชน์ที่ได้รับ คะแนนเฉลี่ยเท่ากับ 4.12 มีค่าเบี่ยงเบนมาตรฐาน เท่ากับ 1.158 ตามลำดับนอกจากนั้น ผลการสัมภาษณ์นักศึกษาด้านความพึงพอใจการเรียนรู้ภาษาจีนกลางโดยใช้โปรแกรม Kahoot พบว่า นักศึกษามีความพึงพอใจในด้านความสนุกสนานมากที่สุด
Article Details

อนุญาตภายใต้เงื่อนไข Creative Commons Attribution-NonCommercial-NoDerivatives 4.0 International License.
ข้อกำหนดเบื้องต้นที่ผู้นิพนธ์(ผู้ส่งบทความ) ควรทราบ
1. ผู้นิพนธ์ที่ประสงค์จะลงตีพิมพ์บทความกับวารสาร ตั้งแต่เดือนมกราคม 2563 เป็นต้นไป ให้ใช้รูปแบบใหม่ (Template 2563) โดยสามารถดูตัวอย่างได้ที่เมนู GUIDELINES
2. จะตีพิมพ์และเผยแพร่ได้ ต้องผ่านการประเมินจากผู้ทรงคุณวุฒิ (Peer Review)
3. การประเมินบทความโดยผู้ทรงคุณวุฒิ (Peer Review) เป็นแบบ Double Blind
4. การอ้างอิงบทความใช้หลักเกณฑ์ APA (American Psychological Association) คลิก
5. บทความถูกปฏิเสธการตีพิมพ์ ไม่ผ่านการประเมิน ผู้นิพนธ์ขอยกเลิกเองหรือชำระเงินก่อนได้รับการอนุมัติ ทางวารสารไม่มีนโยบายการคืนเงิน
เอกสารอ้างอิง
เกรียงศักดิ์ ฐานะกอง และนิธิดา อดิภัทรนันท์. (2560). การใช้กิจกรรมการสอนภาษาเพื่อการสื่อสารเพื่อเพิ่มพูน
ความสามารถในการฟัง-พูดภาษาอังกฤษและความรู้ด้านไวยากรณ์ของนักศึกษาระดับปริญญาตรี. วารสารศึกษาศาสตร์ มหาวิทยาลัยนเรศวร. 19(4), 51-64.
ฝ่ายวิชาการสำนักพิมพ์ แมนดาริน. (2561).คู่มือการเรียนการสอนภาษาจีน. แมนดาริน.
ทวิวัฒน์ วัฒนกุลเจริญ. (2556). การประเมินคุณภาพการเรียนการสอนชุดวิชาสื่ออิเล็กทรอนิกส์และโทรคมนาคม
ทางการศึกษา สาขาวิชาศึกษาศาสตร์ มหาวิทยาลัยสุโขทัยธรรมาธิราช. วารสารศึกษาศาสตร์มสธ, 6(2), 93-104.
เธียรชัย เอี่ยมวรเมธ. (2553). พจนานุกรมจีนไทย ฉบับใหม่. (พิมพ์ครั้งที่ 24-25). รวมสาส์น.
นงรัตน์ อิสโร. (2561). ยุทธศาสตร์มหาวิทยาลัยราชภัฏเพื่อการพัฒนาท้องถิ่น ระยะ 20 ปี. กระทรวงศึกษาธิการ.
นพธร ปัจจัยคุณธรรม. (2559). การฟังและการพูดภาษาจีน 1. มหาวิทยาลัยรามคำแหง.
พร้อมเพื่อน จันทร์นวล และนิภาพร เฉลิมนิรันดร. (2560). การจัดการเรียนรู้โดยใช้เกม Kahoot เพื่อพัฒนาผลการ
เรียนรู้วรรณคดีไทย. วารสารศึกษาศาสตร์ มหาวิทยาลัยศิลปากร, 15(2), 92-100.
ยุวดี ถิรธราดล. (2553). การพัฒนารูปแบบการเรียนการสอนภาษาจีนตามทฤษฎีการรับรู้ความสามารถของตนเอง
และการเรียนรู้ด้วยตนเองเพื่อเสริมสร้างความสามารถทางการพูดภาษาจีนของนักศึกษาปริญญาบัณฑิต.
{วิทยานิพนธ์ปริญญาครุศาสตร์ดุษฎีบัณฑิต ไม่ได้ตีพิมพ์}. จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย.
รุจาภา เพชรเจริญ และวรสิทธิ์ เจริญศิลป์. (2561). การประเมินการใช้ Kahoot Program ในการจัดการเรียนการสอน
ผ่านเครือข่ายการสอนทางไกล Telemedicine. วารสารครุพิบูล มหาวิทยาลัยราชภัฏพิบูลสงคราม. 5(2), 162-175.
วรวัติ กิติวงค์. (2561). เตรียมสอบครูผู้ช่วยในสังกัด สพฐ. ฉบับครบเครื่อง.(พิมพ์ครั้งที่ 3). ธิงค์ บียอนด์ บุ๊คส์.
วัลภา คงพัวะ. (2562). การศึกษาความพึงพอใจที่มีต่อการใช้ Kahoot! ในการจัดการเรียนรู้ของนักศึกษาระดับ
ปริญญาตรี สาขาวิชาการจัดการ มหาวิทยาลัยนอร์ทกรุงเทพ ศูนย์การศึกษานนทบุรี. วารสารวิชาการ
สมาคมสถาบันอุดมศึกษาเอกชนแห่งประเทศไทย ในพระราชูปถัมภ์ สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรม
ราชกุมารี, 25(1), 116-132.