โปรแกรมการโค้ชชีวิต (Self-Coaching) เพื่อการเห็นคุณค่าในตนเองของนักศึกษา คณะครุศาสตร์ มหาวิทยาลัยราชภัฏมหาสารคาม

Main Article Content

อุรสา พรหมทา

บทคัดย่อ

การวิจัยครั้งนี้มีวัตถุประสงค์การวิจัยเพื่อ 1) สร้างโปรแกรมการโค้ชชีวิตเพื่อการเห็นคุณค่าในตนเองของนักศึกษา 2) ศึกษาผลการใช้โปรแกรมการโค้ชชีวิตเพื่อการเห็นคุณค่าในตนเองของนักศึกษา การวิจัยแบ่งออกเป็น 2 ระยะ คือ ระยะที่ 1 สร้างโปรแกรมการโค้ชชีวิตเพื่อการเห็นคุณค่าในตนเองของนักศึกษา และประเมินโปรแกรมโดยผู้ทรงคุณวุฒิจำนวน 5 คน โดยการเลือกแบบเจาะจง (Purposive Sampling)  ระยะที่ 2 ศึกษาผลการใช้โปรแกรมการโค้ชชีวิตเพื่อการเห็นคุณค่าในตนเองของนักศึกษา กลุ่มเป้าหมายได้แก่ นักศึกษากำลังศึกษาคณะครุศาสตร์ ภาคเรียนที่ 2 ปีการศึกษา 2563 ที่สมัครใจเข้ารับการพัฒนาจำนวน 15 คน เครื่องมือที่ใช้เก็บรวบรวมข้อมูลได้แก่แบบประเมินการเห็นคุณค่าในตนเอง และแบบประเมินความพึงพอใจ


               ผลการวิจัยพบว่า


  1. โปรแกรมการพัฒนาการโค้ชชีวิตเพื่อการเห็นคุณค่าในตนเองของนักศึกษา  มี 5 องค์ประกอบ คือ 1) หลักการ 2) วัตถุประสงค์ 3) เนื้อหา 4) กิจกรรมการพัฒนา 5) การวัดและประเมินผล  มี 6 โมดูล คือ โมดูล 1 พื้นฐานของจิต โมดูล 2 การสร้างความตระหนักต่อชีวิตตนเอง โมดูล 3 การวิเคราะห์ตนเอง  โมดูล 4 การตั้งเป้าหมายในชีวิต  โมดูล 5 ปฏิบัติการชีวิตเพื่อการเปลี่ยนแปลงตนเอง โมดูล 6 การโค้ชชีวิต มีความเหมาะสมในระดับมาก

  2. ผลการใช้โปรแกรมการโค้ชชีวิตเพื่อการเห็นคุณค่าในตนเองของนักศึกษาโดยการเปรียบเทียบก่อนและหลังการใช้โปรแกรมพบว่าหลังการใช้โปรแกรมนักศึกษามีการเห็นคุณค่าในตนเองสูงกว่าก่อนใช้โปรแกรม  และผลการประเมินความพึงพอใจของนักศึกษาต่อโปรแกรมการโค้ชชีวิตการเห็นคุณค่าในตนเองในภาพรวมอยู่ในระดับมากที่สุด

Article Details

รูปแบบการอ้างอิง
พรหมทา อ. . (2022). โปรแกรมการโค้ชชีวิต (Self-Coaching) เพื่อการเห็นคุณค่าในตนเองของนักศึกษา คณะครุศาสตร์ มหาวิทยาลัยราชภัฏมหาสารคาม. วารสารครุศาสตร์ มหาวิทยาลัยราชภัฏมหาสารคาม, 19(1), 207–217. สืบค้น จาก https://so06.tci-thaijo.org/index.php/edu-rmu/article/view/256505
ประเภทบทความ
บทความวิจัย

เอกสารอ้างอิง

ประดิษฐ์ มีสุขและทรงธรรม ธีระกุล. (2551). งานทักษิณวิชาการ’51 “มหาวิทยาลัยทักษิณกับทางแก้วิกฤตของชาติ” มหาวิทยาลัยทักษิณ วิทยาเขตสงขลา. ระหว่างวันที่ 16 – 19 สิงหาคม 2551 หน้า 119 – 143 : 119-143

ธนารัฐ มีสวย และคณะ. (2553). การศึกษาการเห็นคุณค่าแท้ในตนเองของนักศึกษามหาวิทยาลัย เทคโนโลยีราชมงคล : กรณีศึกษาวิทยาลัยการแพทย์แผนไทย มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลธัญบุรี. วารสารพฤติกรรมศาสตร์เพื่อการพัฒนา ปีที่ 2 ฉบับที่ 1 มกราคม.

ธเนตร ตัญญูวงษ์. (2554). ผลของกิจกรรมนัทนาการเพื่อเสริมสร้างการเห็นคุณค่าในตนเองของเด็กกำพร้าที่รับผลกระทบจากเอดส์ บ้านแกร์ต้า จังหวัดลพบุรี. ปริญญานิพนธ์ วท.ม. (การจัดการนันทนาการ) กรุงเทพฯ : บัณฑิตวิทยาลัย มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ.

ธัญชนก จิงาและศรีแพร เข็มวิชัย. (2563). ผลของโปรแกรมการเสริมสร้างความเข้มแข็งทางใจต่อการเห็นคุณค่าในตนเองและความคิดฆ่าตัวตายในผู้ที่พยายามฆ่าตัวตาย. วารสารสถาบันจิตเวชศาสตร์สมเด็จเจ้าพระยา. ปีที่ 14 ฉบับที่ 1.

แผนยุทธศาสตร์มหาวิทยาลัยราชภัฏมหาสารคาม ระยะ 20 ปี พ.ศ. 2560-2579). 2561. มหาสารคาม : มหาวิทยาลัยราชภัฏมหาสารคาม.

พิมพ์มาศ ตาปัญญา. (2556). การรู้สึกเห็นคุณค่าในตนเอง (Self Esteem). เชียงใหม่ : มหาวิทยาลัยเชียงใหม่.

อุดมวิทย์ วันกุมภา. เอกสารประกอบการสัมมนาแกนนำนักศึกษาเครือข่ายฯเรื่องการพัฒนาวินัยนักศึกษาอย่างไรให้เหมาะสมกับนักศึกษา. 23 ธันวาคม 2551.

อุรสา พรหมทาและจำเนียร พลหาญ. (2563). การพัฒนาการเห็นคุณค่าตนเอง(Self-Esteem) ของนักศึกษาคณะครุศาสตร์มหาวิทยาลัยราชภัฏมหาสารคาม. วารสารงานประชุมวิชาการเสนอผลงานวิจัยบัณฑิตศึกษา ระดับชาติ ครั้งที่ 4 . มหาสารคาม : .

Branden , Nayhaniel. The six Pillars of Self-Esteem. New York : Bantam Books.

Coopersmith, S. (1981a). SEI: Self Esteem Inventories. (2nd ed.). California:Consulting Psychologist.

John Bradshaw. (1996). The Family: A New Way of Creating Solid Self-Esteem. FL: Health communications

Mahatthanadull, Sanu. (2021). “การโค้ชชีวิต: มุมมองของจิตบำบัดและการให้คำปรึกษาเชิงพุทธ”. วารสารธรรมธารา 7 (1):135-70.

Samuel A.Cypert. (1993). The Power of Self-Esteem (Worksmart Series). OH, U.S.A ;AMACOM