การพัฒนาทักษะการอ่านสัทอักษรจีน โดยการจัดการเรียนรู้แบบร่วมมือเทคนิค STAD ประกอบแบบฝึกทักษะ สำหรับนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 5
Main Article Content
บทคัดย่อ
การวิจัยในครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อ 1) พัฒนาผลสัมฤทธิ์ทางเรียนทักษะการอ่านสัทอักษรจีน โดยการจัดการเรียนรู้แบบร่วมมือเทคนิค STAD ประกอบชุดฝึกทักษะ ให้มีประสิทธิภาพ (E1/E2) ตามเกณฑ์ที่ตั้งไว้ 70/70 2) เปรียบเทียบผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนทักษะการอ่านสัทอักษรจีนก่อนและหลังการจัดการเรียนรู้แบบร่วมมือเทคนิค STAD ประกอบชุดฝึกทักษะ 3) ศึกษาความพึงพอใจของผู้เรียนที่มีต่อการจัดกิจกรรมการเรียนรู้ทักษะการอ่านสัทอักษรจีนโดยใช้กิจกรรมการเรียนรู้แบบร่วมมือเทคนิค STAD ประกอบชุดฝึกทักษะ กลุ่มตัวอย่าง คือ นักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปี 5/1 โรงเรียนร้อยเอ็ดวิทยาลัย จำนวน 35 คน เครื่องมือที่ใช้ในการวิจัย (1) แผนการจัดการเรียนรู้ (2) ชุดฝึกทักษะการอ่านสัทอักษรจีน (3) แบบทดสอบวัดทักษะการอ่านสัทอักษรจีน (4) แบบสอบถามสอบความพึงพอใจ สถิติที่ใช้ในการวิเคราะห์ข้อมูล คือ ร้อยละ ค่าเฉลี่ย ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน และสถิติทดสอบ t-test
ผลการวิจัยพบว่า 1) ประสิทธิภาพของการจัดการเรียนรู้ทักษะการอ่านสัทอักษรจีน โดยการจัดการเรียนรู้แบบร่วมมือเทคนิค STAD ประกอบชุดฝึกทักษะโดยใช้คะแนนระหว่างเรียนและแบบทดสอบวัดผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนตามเกณฑ์ (E1/E2) 70/70 เท่ากับ 72.24/81.85 2) ผลการเปรียบเทียบนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 5 ที่เรียนโดยใช้กิจกรรมการจัดการเรียนรู้ทักษะการอ่านสัทอักษรจีนโดยการจัดการเรียนรู้แบบร่วมมือเทคนิค STAD ประกอบชุดฝึกทักษะ มีผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนหลังเรียนสูงกว่าก่อนเรียน อย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ.05 3) นักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 5 มีความพึงพอใจต่อการจัดการเรียนรู้ทักษะการอ่านสัทอักษรจีนโดยการจัดการเรียนรู้แบบร่วมมือเทคนิค STAD ประกอบชุดฝึกทักษะ โดยรวมอยู่ในระดับพึงพอใจมากที่สุด
Article Details

อนุญาตภายใต้เงื่อนไข Creative Commons Attribution-NonCommercial-NoDerivatives 4.0 International License.
ข้อกำหนดเบื้องต้นที่ผู้นิพนธ์(ผู้ส่งบทความ) ควรทราบ
1. ผู้นิพนธ์ที่ประสงค์จะลงตีพิมพ์บทความกับวารสาร ตั้งแต่เดือนมกราคม 2563 เป็นต้นไป ให้ใช้รูปแบบใหม่ (Template 2563) โดยสามารถดูตัวอย่างได้ที่เมนู GUIDELINES
2. จะตีพิมพ์และเผยแพร่ได้ ต้องผ่านการประเมินจากผู้ทรงคุณวุฒิ (Peer Review)
3. การประเมินบทความโดยผู้ทรงคุณวุฒิ (Peer Review) เป็นแบบ Double Blind
4. การอ้างอิงบทความใช้หลักเกณฑ์ APA (American Psychological Association) คลิก
5. บทความถูกปฏิเสธการตีพิมพ์ ไม่ผ่านการประเมิน ผู้นิพนธ์ขอยกเลิกเองหรือชำระเงินก่อนได้รับการอนุมัติ ทางวารสารไม่มีนโยบายการคืนเงิน
เอกสารอ้างอิง
กระทรวงศึกษาธิการ. (2551). กรมวิชาการหลักสูตรศึกษาขั้นพื้นฐาน. กรุงเทพฯ : โรงพิมพ์องค์การรับส่งสินค้าและพัสดุภัณฑ์.
จาตุรนต์ ฉายแสง. (2556). การประชุมคณะกรรมการส่งเสริมการเรียนการสอนภาษาต่างประเทศ (ภาษาจีน).ส่งเสริมการสอนภาษาจีน. สืบค้นเมื่อ 20 กรกฎาคม 2565 จาก. https://www.moe.go.th/ส่งเสริมการสอนภาษาจีน.
จิระศักดิ์ มะลิซ้อน. (2561). การพัฒนาภาษาจีนเพื่อการสื่อการโดยใช้กิจกรรมแบบกลุ่มร่วมมือเทคนิค STAD สำหรับนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 1. [วิทยานิพนธ์ปริญญามหาบัณฑิต]. มหาวิทยาลัยราชภัฏมหาสารคาม.
ทิศนา แขมมณี. (2560). 14 วิธีสอนสำหรับครูมืออาชีพ. (พิมพ์ครั้งที่ 13).กรุงเทพฯ: สำนักพิมพ์แห่งจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย.
ธีระพันธุ์ พานนนท์. (2556). การพัฒนากิจกรรมการเรียนรู้กลุ่มร่วมมือแบบ STAD เรื่องบรรยากาศกลุ่มสาระ การเรียนรู้วิทยาศาสตร์ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 1. [การศึกษาค้นคว้าอิสระ ปริญญามหาบัณฑิต]. มหาวิทยาลัยมหาสารคาม.
สุวิทย์ มูลคำ และคณะ. (2551). กลยุทธ์ การสอนคิดวิเคราะห์. (พิมพ์ครั้งที่ 4). กรุงเทพฯ: ดวงกมลสมัย.
อิศรา รุ่งอภิญญา. (2558). การพัฒนาผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนเรื่องชนิดของประโยค ของนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 2 ที่จัดการเรียนรู้แบบร่วมมือเทคนิค STAD ร่วมกับแบบฝึก. [วิทยานิพนธ์ปริญญามหาบัณฑิต]. มหาวิทยาลัยศิลปากร.
Lu Jianji. (2010). Re-understanding of Some Basic Question concerning Teaching Chinese Phonetics to Foreign Learners. Journal of Dali University, 9(5), 1-4.
Scott, P. (1970). The Process of Conceptual Change in Science. New York: Cornell University.
Shen lina, Yu Yanhua(沈丽娜,于艳华). (2009). Research on Initial Consonants in the Teaching of Chinese Phonetics to Foreigners( 对外汉语语音教学中声母教学研究).Journal of Changchun University of Science and Technology (Social Sciences Edition) 《长春理工大学学报:社会科学版》, 22(3), 507-508.