การศึกษาผลการจัดกิจกรรมการเรียนรู้แบบ Unplugged Coding ที่มีต่อการคิดเชิงคำนวณ ของนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 3

Main Article Content

ปิยธิดา ณ อุบล
ฤทธิไกร ไชยงาม

บทคัดย่อ

การวิจัยครั้งนี้มีความมุ่งหมาย 1) เพื่อศึกษาการจัดกิจกรรมการเรียนรู้แบบ Unplugged Coding ที่มีต่อ          การคิดเชิงคำนวณ ที่มีประสิทธิภาพตามเกณฑ์ 70/70 2) เพื่อเปรียบเทียบการคิดเชิงคำนวณ ก่อนและหลังการจัดกิจกรรมการเรียนรู้ 3) เพื่อศึกษาความพึงพอใจของนักเรียน ที่มีต่อการจัดกิจกรรมการเรียนรู้ กลุ่มตัวอย่าง         คือ นักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 3/7 โรงเรียนอนุบาลมหาสารคาม ภาคเรียนที่ 2 ปีการศึกษา 2564 จำนวน 43 คน ได้มาโดยการสุ่มอย่างง่าย (Simple random sampling) โดยใช้ห้องเรียนเป็นหน่วยการสุ่ม เครื่องมือที่ใช้ในการวิจัย ได้แก่ 1) แผนการจัดกิจกรรมการเรียนรู้แบบ Unplugged Coding จำนวน 12 แผน 12 ชั่วโมง 2) แบบทดสอบวัด         การคิดเชิงคำนวณ จำนวน 20 ข้อ 3) แบบสอบถามความพึงพอใจที่มีต่อการจัดกิจกรรมการเรียนรู้แบบ Unplugged Coding จำนวน 10 ข้อสถิติที่ใช้ ได้แก่ ร้อยละ ค่าเฉลี่ย ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน (S.D.) ค่าประสิทธิภาพ (E1/E2) และสถิติวิลคอกซัน (The Wilcoxon Test)


            ผลการวิจัยปรากฏว่า 1) แผนการจัดกิจกรรมการเรียนรู้แบบ Unplugged Coding หรือกิจกรรมการเรียนรู้การเขียนโปรแกรมโดยไม่ใช้คอมพิวเตอร์ มีประสิทธิภาพเท่ากับ 75.69/72.91 ซึ่งสูงกว่าเกณฑ์ที่กำหนด 70/70        2) นักเรียนที่ได้รับการจัดกิจกรรมการเรียนรู้แบบ Unplugged Coding มีการคิดเชิงคำนวณ หลังเรียนสูงกว่าก่อนเรียนอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .05 3) นักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 3 ที่เรียนด้วยการจัดกิจกรรมการเรียนรู้แบบ Unplugged Coding มีความพึงพอใจอยู่ในระดับมากที่สุด

Article Details

รูปแบบการอ้างอิง
ณ อุบล ป. ., & ไชยงาม ฤ. . (2022). การศึกษาผลการจัดกิจกรรมการเรียนรู้แบบ Unplugged Coding ที่มีต่อการคิดเชิงคำนวณ ของนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 3. วารสารครุศาสตร์ มหาวิทยาลัยราชภัฏมหาสารคาม, 19(2), 144–153. สืบค้น จาก https://so06.tci-thaijo.org/index.php/edu-rmu/article/view/258621
ประเภทบทความ
บทความวิจัย

เอกสารอ้างอิง

กระทรวงศึกษาธิการ. (2560). รู้จักวิทยาการคำนวณ. ใน เขมวดี พงศานนท์ (บ.ก.), การจัดการเรียนการสอน Coding

และ Computer Science. การประชุมเชิงปฏิบัติการการเรียนรู้วิทยาการคำนวณและโค้ดดิ้ง. สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน .

ชฎารัตน์ พิพัฒนนันท์. (2564, 27 กรกฎาคม). CS Unplugged เรียน Coding โดยไม่ใช้คอมพิวเตอร์. https://www.starfishlabz.com

ผนวกเดช สุวรรณทัต. (21,พฤศจิกายน,2560). Computational Thinking ในชั้นเรียนแห่งศตวรรษที่ 21. ใน (ศิริเดช สุชีวะ), การประชุมวิชาการวิทยาศาสตร์ คณิตศาสตร์ในโรงเรียน ระดับชาติ ครั้งที่ 23. จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย.

ประภัสสร สำลี. (2564). การพัฒนาชุดกิจกรรมการเรียนรู้แบบ Unplugged Coding เพื่อเสริมสร้างทักษะการคิดด้าน

วิทยาการคำนวณ สำหรับนักเรียนชั้นอนุบาลปีที่ 3. วารสารวิจัยและนวัตกรรมสถาบันอาชีวศึกษา

กรุงเทพมหานคร, 4(2), 181-198.

ปลูกปัญญา. (2563, 27 กรกฎาคม). UNPLUGGED CODING: โมเดลทักษะแห่งอนาคต สำหรับเด็กปฐมวัย.

http://plookpanya.ac.th

โรงเรียนอนุบาลมหาสารคาม. (2563). รายงานผลการประเมินตนเองของสถานศึกษาโรงเรียนอนุบาลมหาสารคาม

ประจำปี 2563. ฝ่ายวิชาการ โรงเรียนอนุบาลมหาสารคาม.

ศิริรัตน์ หวังสะแล่ะฮ์. (2563). แนวทางการจัดการเรียนการสอนสาระวิทยาการคำนวณระดับมัธยมศึกษาตอนต้น.

วารสารสมาคมนักวิจัย, 26(1), 125-137.

สถาบันส่งเสริมการสอนวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี. (2562). คู่มือการใช้หลักสูตร เทคโนโลยี (วิทยาการคำนวณ)

กลุ่มสาระการเรียนรู้วิทยาศาสตร์ (ฉบับปรับปรุง พ.ศ. 2560) ระดับประถมศึกษาและมัธยมศึกษา (พิมพ์ครั้งที่ 1).

โรงพิมพ์คุรุสภาลาดพร้าว.

สุวิมล นิลพันธ์. (2564). การจัดกิจกรรมการเรียนรู้แบบ Unplugged เพื่อพัฒนาทักษะการคิดเชิงคำนวณ เรื่อง

รูปสี่เหลี่ยม ของนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 5. วารสารบัณฑิตศึกษา มหาวิทยาลัยราชภัฏวไลยอลงกรณ์

ในพระบรมราชูปถัมภ์, 15(2), 208-223.

Bell, T. C., Witten, I. H. & Fellows, M. (2015). CS Unplugged: An enrichment and extension programme for

primary-aged students. University of Canterbury.

Kim, B., Kim, T. & Kim, J. (2013). Paper-and-pencil programming strategy toward computational thinking for

non-majors: Design your solution. Educational computing research, 49(4), 437-459.

Wing, J. M. (2006). Computational thinking. Communication of the ACM, 49(3), 33-35.

Tsarava, K., Moeller, K., Pinkwart, N., Butz, M., Trautwein, U. & Ninaus, M. (2017).Training Computational

Thinking: Game-Based Unplugged and Plugged-in Activities in Primary School. University of Tübingen.