แนวทางการพัฒนาพฤติกรรมการเป็นสมาชิกที่ดีขององค์การของครู สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาขอนแก่น เขต 5

Main Article Content

คณวัชร นาชัยภูมิ
กฤษกนก ดวงชาทม

บทคัดย่อ

การวิจัยมีวัตถุประสงค์เพื่อ 1) ศึกษาสภาพปัจจุบันและสภาพที่พึงประสงค์ของพฤติกรรมการเป็นสมาชิกที่ดีขององค์การของครูโรงเรียน 2) เสนอแนวทางการพัฒนาพฤติกรรมการเป็นสมาชิกที่ดีขององค์การของครูในโรงเรียน โดยการวิจัยแบ่งออกเป็น 2 ระยะ คือ ระยะที่ 1 ศึกษาระดับสภาพปัจจุบันและสภาพที่พึงประสงค์ของพฤติกรรมการเป็นสมาชิกที่ดีขององค์การของครูโรงเรียน กลุ่มตัวอย่างเป็นผู้อำนวยการโรงเรียนและครูจำนวน 354 คน เครื่องมือในการวิจัย ได้แก่ แบบสอบถามที่มีค่าดัชนีความสอดคล้องอยู่ระหว่าง 0.60-1.00 โดยสภาพปัจจุบัน    มีค่าอำนาจจำแนกอยู่ระหว่าง 0.22-0.68 ค่าความเชื่อมั่นเท่ากับ 0.96 และสภาพที่พึงประสงค์ มีค่าอำนาจจำแนกอยู่ระหว่าง 0.88-0.92 ค่าความเชื่อมั่นเท่ากับ 0.91 ระยะที่ 2 ศึกษาแนวทางการพัฒนาพฤติกรรมการเป็นสมาชิกที่ดีขององค์การของครูในโรงเรียน กลุ่มเป้าหมาย ได้แก่ ผู้เชี่ยวชาญ ผู้อำนวยการโรงเรียนและศึกษานิเทศก์ จำนวน 9 คน เครื่องมือในการวิจัย ได้แก่ แบบสัมภาษณ์ ผลการวิจัยพบว่า 1) สภาพปัจจุบันของการสื่อสารเพื่อการโน้มน้าวใจของผู้บริหารสถานศึกษา โดยรวมอยู่ในระดับมาก สภาพที่พึงประสงค์ของการสื่อสารเพื่อการโน้มน้าวใจของผู้บริหารสถานศึกษา โดยรวมอยู่ในระดับมากที่สุด และค่าความต้องการจำเป็นในการพัฒนาการสื่อสารเพื่อการโน้มน้าวใจของผู้บริหารสถานศึกษา อยู่ระหว่าง 0.10-0.35 2) แนวทางการพัฒนาการสื่อสารเพื่อการโน้มน้าวใจของผู้บริหารสถานศึกษา พบว่า ด้านสวัสดิภาพและความวางใจ ได้แนวทางทั้งหมด 5 แนวทาง ด้านสังคมและความคล่องตัว
ได้แนวทางทั้งหมด 5 แนวทาง และด้านคุณสมบัติของผู้บริหาร ได้แนวทางทั้งหมด 4 แนวทาง

Article Details

รูปแบบการอ้างอิง
นาชัยภูมิ ค. ., & ดวงชาทม ก. . (2022). แนวทางการพัฒนาพฤติกรรมการเป็นสมาชิกที่ดีขององค์การของครู สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาขอนแก่น เขต 5. วารสารครุศาสตร์ มหาวิทยาลัยราชภัฏมหาสารคาม, 19(3), 129–141. สืบค้น จาก https://so06.tci-thaijo.org/index.php/edu-rmu/article/view/261142
ประเภทบทความ
บทความวิจัย

เอกสารอ้างอิง

กัลยารัตน์ ธีระธนชัยกุล. (2557). การบริหารทรัพยากรมนุษย์. ส.เอเชียเพรส (1989).

กษฤณา สุเทพากุล. (2558). พฤติกรรมการเป็นสมาชิกขององค์การของพยาบาลวิชาชีพ โรงพยาบาล.

[วิทยานิพนธ์ปริญญามหาบัณฑิต ไม่ได้ตีพิมพ์]. จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย.

เกรียงศักดิ์ เจริญวงศ์ศักดิ์. (2553). แนวโน้มการศึกษาไทยในครึ่งทศวรรษหน้า. www.kriengsak.com.

จินต์จุฑา จันทร์ประสิทธิ์. (2559). การพัฒนาทรัพยากรมนุษย์ของบุคลากรทางการศึกษาสถาบันบัณฑิตพัฒนศิลป์ [สารนิพนธ์ปริญญามหาบัณฑิต]. มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลรัตนโกสินทร์.

ชญารัศม์ ทรัพยรัตน์ และประพันธ์ ชัยกิจอุราใจ. (2556). พฤติกรรมการเป็นสมาชิกที่ดีขององค์การ

กับผลลัพธ์ที่เกิดขึ้น Organizational Citizenship Behavior and Its Consequences. สาขาวิชาการจัดการทรัพยากรมนุษย์ มหาวิทยาลัยศรีปทุม.

ณพัชร ประพันธ์พจน์. (2559). การมีส่วนร่วมในกิจกรรมรับผิดชอบต่อสังคมของพนักงานบริษัท ยูนิลีเวอร์ ไทยโฮลดิ้ง จำกัด. สาขาการจัดการภาครัฐและเอกชน มหาวิทยาลัยศิลปากร. วารสารอิเล็กทรอนิกส์ Veridian มหาวิทยาลัยศิลปากร, 9(1), 1-18.

บุญชม ศรีสะอาด. (2560). การวิจัยเบื้องต้น (พิมพ์ครั้งที่ 10). สุวีริยาสาส์นการพิมพ์.

พระมหาตุ๋ย ขนฺติธมฺโม. (2562). บทบาทครูในศตวรรษที่ 21 “ครูผู้สร้างคน”. มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณ์ราชวิทยาลัย วิทยาลัยสงฆ์อุทัยธานี. วารสารภาวนาสารปริทัศน์, 1(3), 1-14.

วิทยาลัยอาชีวะพิษณุโลก. (2557). ผู้บริหารสถานศึกษากับความเป็นมืออาชีพ. วิทยาลัยอาชีวะพิษณุโลก.

สุวิมล ว่องวาณิช. (2558). การวิจัยประเมินความต้องการจำเป็น. จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย.

สายฝน กล้าเดินดง. (2552). การจัดการความรู้กับความพร้อมในการพัฒนาไปสู่องค์การแห่งการ

เรียนรู้ของบุคลากร เจเนอเรชั่นวาย ในเขตกรุงเทพมหานคร [วิทยานิพนธ์ปริญญามหาบัณฑิต ไม่ได้ตีพิมพ์].มหาวิทยาลัยศรีปทุม.

สำนักงานเลขาธิการคุรุสภา. (2560). ข้อบังคับคุรุสภา ว่าด้วยจรรยาบรรณของวิชาชีพ พ.ศ. 2556. สำนักงานเลขาธิการคุรุสภา.

สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาขอนแก่น เขต 5. (2652). แผนปฏิบัติการประจำปีงบประมาณ 2562. กลุ่มนโยบายและแผน สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาขอนแก่น เขต 5.

อรัญ ซุยกระเดื่อง. (2557). การวิจัยทางการศึกษาพื้นฐาน. มหาวิทยาลัยราชภัฏมหาสารคาม.

Podsakoff, P. M., Ahearne, M., & MacKenzie, S. B. (1997). Organizational citizenship behavior and the quantity

and quality of work group performance. Journal of applied psychology, 82(2), 262.