การเสริมสร้างสมรรถนะการจัดการเรียนรู้ของครู ด้วยรูปแบบชุมชนการเรียนรู้ทางวิชาชีพโรงเรียนเศรษฐบุตรบำเพ็ญ
Main Article Content
บทคัดย่อ
การวิจัยมีวัตถุประสงค์ 1) หาค่าสภาพปัจจุบัน และสภาพที่พึงประสงค์ในการเสริมสร้างสมรรถนะด้านการจัดการเรียนรู้ของครูโดยใช้รูปแบบชุมชนแห่งการเรียนรู้ทางวิชาชีพ 2) พัฒนารูปแบบชุมชนแห่งการเรียนรู้ทางวิชาชีพในการเสริมสร้างสมรรถนะด้านการจัดการเรียนรู้ของครู 3) ศึกษาผลการใช้รูปแบบชุมชนแห่งการเรียนรู้ทางวิชาชีพในการเสริมสร้างสมรรถนะด้านการจัดการเรียนรู้ของครู 4) ประเมินรูปแบบชุมชนแห่งการเรียนรู้ทางวิชาชีพ เครื่องมือที่ใช้ในการวิจัย ได้แก่ 1) แบบสอบถามสภาพปัจจุบันและสภาพที่พึงประสงค์ชุมชนแห่งการเรียนรู้ทางวิชาชีพ เพื่อเสริมสร้างสมรรถนะการจัดการเรียนรู้ของครู 2) แบบสอบถามที่ใช้ตรวจสอบรูปแบบชุมชนแห่งการเรียนรู้ทางวิชาชีพสำหรับผู้ทรงคุณวุฒิ 3) แบบสอบถามที่ใช้ประเมินคู่มือการใช้รูปแบบชุมชนแห่งการเรียนรู้ทางวิชาชีพสำหรับผู้ทรงคุณวุฒิ 4) แบบสอบถามการจัดการเรียนรู้ของครู 5) แบบประเมินความสามารถในการจัดการเรียนรู้ของครู และ 6) แบบสอบถามประเมินความเหมาะสมและความเป็นประโยชน์ของรูปแบบชุมชนแห่งการเรียนรู้ทางวิชาชีพโรงเรียนเศรษฐบุตรบำเพ็ญที่ใช้ในการเสริมสร้างเสริมสร้างสมรรถนะการจัดการเรียนรู้ของครู กลุ่มตัวอย่าง ได้แก่ ครูและบุคลากร จำนวน 151 คน โดยการเลือกแบบเจาะจง สถิติในการวิจัยได้แก่ ค่าร้อยละ ค่าเฉลี่ย ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน และวิเคราะห์ข้อมูลด้วยสถิติเชิงพรรณนา
ผลการวิจัย พบว่า 1) ผลการศึกษาสภาพปัจจุบันชุมชนแห่งการเรียนรู้ทางวิชาชีพและการเสริมสร้างสมรรถนะด้านการจัดการเรียนรู้ ภาพรวมอยู่ในระดับปานกลาง สภาพที่พึงประสงค์ภาพรวมอยู่ในระดับมาก2) ผลการสร้างและตรวจสอบรูปแบบชุมชนแห่งการเรียนรู้ทางวิชาชีพมี 5 องค์ประกอบ ได้แก่ หลักการ วัตถุประสงค์ เนื้อหา กระบวนการ การวัดและประเมินผล 3) ผลการใช้รูปแบบชุมชนแห่งการเรียนรู้ทางวิชาชีพในการเสริมสร้างสมรรถนะการจัดการเรียนรู้ของครูหลังการใช้ภาพรวมอยู่ในระดับมากที่สุด และ 4) ผลการประเมินความเหมาะสมและความเป็นประโยชน์ในการนำไปปฏิบัติเสริมสร้างสมรรถนะการจัดการเรียนรู้ของครู ภาพรวมอยู่ในระดับมาก ภาพรวมความเป็นประโยชน์ในการนำไปปฏิบัติ อยู่ในระดับมากที่สุด
Article Details

อนุญาตภายใต้เงื่อนไข Creative Commons Attribution-NonCommercial-NoDerivatives 4.0 International License.
ข้อกำหนดเบื้องต้นที่ผู้นิพนธ์(ผู้ส่งบทความ) ควรทราบ
1. ผู้นิพนธ์ที่ประสงค์จะลงตีพิมพ์บทความกับวารสาร ตั้งแต่เดือนมกราคม 2563 เป็นต้นไป ให้ใช้รูปแบบใหม่ (Template 2563) โดยสามารถดูตัวอย่างได้ที่เมนู GUIDELINES
2. จะตีพิมพ์และเผยแพร่ได้ ต้องผ่านการประเมินจากผู้ทรงคุณวุฒิ (Peer Review)
3. การประเมินบทความโดยผู้ทรงคุณวุฒิ (Peer Review) เป็นแบบ Double Blind
4. การอ้างอิงบทความใช้หลักเกณฑ์ APA (American Psychological Association) คลิก
5. บทความถูกปฏิเสธการตีพิมพ์ ไม่ผ่านการประเมิน ผู้นิพนธ์ขอยกเลิกเองหรือชำระเงินก่อนได้รับการอนุมัติ ทางวารสารไม่มีนโยบายการคืนเงิน
เอกสารอ้างอิง
ชูชาติ มงคลเมฆ. (2561). การพัฒนารูปแบบการพัฒนาสมรรถนะครูแบบมีส่วนร่วมของโรงเรียนใน
สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษา เขต 3 {วิทยานิพนธ์ปริญญาดุษฎีบัณฑิต ไม่ได้ตีพิมพ์]. มหาวิทยาลัยราชภัฏพระนครศรีอยุธยา.
บังอร เสรีรัตน์. (2559). การพัฒนารูปแบบการจัดกิจกรรมเสริมหลักสูตรเพื่อส่งเสริมความสามารถ
ในการคิดวิเคราะห์ของนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3 ในกรุงเทพมหานคร [วิทยานิพนธ์ปริญญาดุษฎีบัณฑิต
ไม่ได้ตีพิมพ์]. จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย.
บุญชม ศรีสะอาด. (2553). การวิจัยเบื้องต้น (พิมพ์ครั้งที่ 8). สุวีริยาสาส์น.
โรงเรียนเศรษฐบุตรบำเพ็ญ. (2563). รายงานการประเมินตนเอง 2563. โรงเรียนเศรษฐบุตรบำเพ็ญ.
วิจารณ์ พานิช. (2555). วิถีสร้างการเรียนรู้เพื่อศิษย์ในศตวรรษที่ 21. มูลนิธิสดศรีสฤษดิ์วงศ์.
วิโรจน์ สารรัตนะ. (2557). กระบวนทัศน์ใหม่ทางการศึกษา ; กรณีนานาทัศนะการศึกษาศตวรรษที่ 21.
สำนักพิมพ์ซีเอ็ดบุ๊คเซ็นเตอร์.
ศิริสุภา เอมหยวก. (2556). การพัฒนารูปแบบการเสริมสร้างสมรรถนะวิชาชีพครูบรรณารักษ์ห้องสมุดโรงเรียน
[วิทยานิพนธ์ปรัชญาดุษฎีบัณฑิต]. มหาวิทยาลัยราชภัฏพิบูลสงคราม.
พิชิต ขำดี. (2561). ศึกษาแนวทางการส่งเสริมการเป็นชุมชนแห่งการเรียนรู้ทางวิชาชีพสำหรับโรงเรียนขนาดเล็ก
จังหวัดพระนครศรีอยุธยา [วิทยานิพนธ์ปริญญามหาบัณฑิต]. มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคล.
สรปรัชญ์ ไวกสิกรณ์. (2562). รูปแบบการบริหารเพื่อเสริมสร้างสมรรถนะการวัดและประเมินผล
การเรียนรู้ของครู ตามแนวทางของสถาบันทดสอบการศึกษาแห่งชาติ (องค์การมหาชน)
ในโรงเรียนมัธยมศึกษา {วิทยานิพนธ์ปรัชญาดุษฎีบัณฑิต}. มหาวิทยาลัยนอร์ทกรุงเทพ.
สำนักงานเลขาธิการสภาการศึกษา. (2559). การพัฒนามาตรฐานการศึกษาของต่างประเทศ.
สำนักงานเลขาธิการสภาการศึกษา.
สุภาพ คำวาง. (2559). ศึกษากระบวนการพัฒนาวิชาชีพครูสู่ความเป็นชุมชนแห่งการเรียนรู้ทางวิชาชีพของกลุ่ม
เครือข่ายพัฒนาการศึกษาท้องถิ่นเชียงรายโซนเหนือจังหวัดเชียงราย. รายงานการวิจัยโรงเรียนเทศบาล 1
(วัดพรหมวิหาร).
อุทุมพร จามรมาน. (2549). โมเดล. วารสารวิชาการ, 1(2), 22-26.
DuFour, R. (2007). “Professional Learning Communities: A Bandwagon, an Idea Worth Considering, or Our Best
Hope for High Levels of Learning”. Middle School Journal (J1), 39(1), 4-8.
Eisner, E. (1976). “Education Connoisseurship and Criticism: Their Form and Functions in Educational Evaluation.”
Journal of Aesthetic Education, 192-193.
Hord, S.M. (1997). Professional Learning Communities : Communities of Inquiry and Improvement. Austin :
Southwest Educational Development Laboratory.
Stufflebeam, D.L. (2008). The CIPP model for evaluation. In Faculty Education. Naresuan University. International
Seminar on New Directions in Educational Research, Measurement and Evaluation: The 16th Thailand
Education Research, Measurement and Evaluation Get-together. Naresuan University.