การศึกษาแนวทางการพัฒนาสมรรถนะด้านการมุ่งผลสัมฤทธิ์ในสถานการณ์โลกพลิกผันของผู้บริหารสถานศึกษา สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษากาฬสินธุ์
Main Article Content
บทคัดย่อ
การวิจัยในครั้งนี้มีวัตถุประสงค์ 1) เพื่อศึกษาระดับสมรรถนะด้านการมุ่งผลสัมฤทธิ์ในสถานการณ์โลกพลิกผันของผู้บริหารสถานศึกษา และ 2) เพื่อศึกษาแนวทางการพัฒนาสมรรถนะด้านการมุ่งผลสัมฤทธิ์ในสถานการณ์โลกพลิกผัน ของผู้บริหารสถานศึกษา การวิจัยแบ่งเป็น 2 ระยะ ระยะที่ 1 ศึกษาสมรรถนะด้านการมุ่งผลสัมฤทธิ์ในสถานการณ์โลกพลิกผันของผู้บริหารสถานศึกษา สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษากาฬสินธุ์ จากประชากรซึ่งเป็นผู้บริหารสถานศึกษา สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษากาฬสินธุ์ ปีการศึกษา 2566 จำนวน 54 คน เครื่องมือที่ใช้ในการเก็บรวบรวมข้อมูลเป็นแบบสอบถามแบบมาตราส่วนประมาณค่า 5 ระดับ โดยมีค่าดัชนีความสอดคล้อง (IOC) อยู่ระหว่าง 0.80-1.00 ค่าความเชื่อมั่นเท่ากับ 0.95 และค่าอำนาจจำแนกรายข้อ อยู่ระหว่าง 0.50-0.90 วิเคราะห์ข้อมูลโดยใช้ร้อยละ ค่าเฉลี่ย ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน ระยะที่ 2 ศึกษาแนวทางการพัฒนาสมรรถนะด้านการมุ่งผลสัมฤทธิ์ในสถานการณ์โลกพลิกผัน ของผู้บริหารสถานศึกษา สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษากาฬสินธุ์ เก็บข้อมูลโดยใช้แบบสัมภาษณ์ในการสัมภาษณ์ผู้ให้ข้อมูลหลัก จำนวน 5 คน ซึ่งได้มาจากการเลือกแบบเจาะจง วิเคราะห์ข้อมูลโดยใช้การวิเคราะห์เนื้อหา และเสนอข้อมูลเชิงพรรณนาวิเคราะห์
ผลการวิจัยพบว่า 1) สมรรถนะด้านการมุ่งผลสัมฤทธิ์ในสถานการณ์โลกพลิกผันของผู้บริหารสถานศึกษา โดยรวมอยู่ในระดับมาก 2) แนวทางการพัฒนาสมรรถนะด้านการมุ่งผลสัมฤทธิ์ในสถานการณ์โลกพลิกผันของผู้บริหารสถานศึกษา สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษากาฬสินธุ์ มีดังนี้ 2.1) ด้านความคิดสร้างสรรค์ของผู้บริหารสถานศึกษา มีแนวทางการพัฒนา คือ ผู้บริหารสถานศึกษาควรมีการวิเคราะห์ความเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นในสังคมปัจจุบันมองให้เห็นปัญหา และแก้ไขพร้อมเข้าใจถึงประเด็นของปัญหาที่เกิดขึ้น หาวิธีการแก้ไขปัญหาด้วยวิธีการใหม่ ๆ อย่างเหมาะสม และส่งเสริมให้มีการนำเทคโนโลยีมาใช้เพื่อพัฒนาคุณภาพทางการศึกษาให้สูงขึ้น 2.2) ด้านความมุ่งมั่นในการทำงานอย่างต่อเนื่องของผู้บริหารสถานศึกษา มีแนวทางการพัฒนา คือ ควรมีการสร้างสรรค์ผลงานหรือนวัตกรรมที่เป็นจุดเน้นของการบริหารสถานศึกษาในยุคปัจจุบัน ใช้กระบวนการบริหารสถานศึกษา โดยนำวงจร PDCA มาใช้เพื่อพัฒนามุ่งผลสัมฤทธิ์ของสถานศึกษา บุคลากรในสถานศึกษาต้องมีความพร้อมในการปรับปรุงตนเองอย่างต่อเนื่องโดยใช้รูปแบบใหม่ ๆ และมีการมอบหมายภาระงานที่เหมาะสมให้กับบุคลากร
Article Details

อนุญาตภายใต้เงื่อนไข Creative Commons Attribution-NonCommercial-NoDerivatives 4.0 International License.
ข้อกำหนดเบื้องต้นที่ผู้นิพนธ์(ผู้ส่งบทความ) ควรทราบ
1. ผู้นิพนธ์ที่ประสงค์จะลงตีพิมพ์บทความกับวารสาร ตั้งแต่เดือนมกราคม 2563 เป็นต้นไป ให้ใช้รูปแบบใหม่ (Template 2563) โดยสามารถดูตัวอย่างได้ที่เมนู GUIDELINES
2. จะตีพิมพ์และเผยแพร่ได้ ต้องผ่านการประเมินจากผู้ทรงคุณวุฒิ (Peer Review)
3. การประเมินบทความโดยผู้ทรงคุณวุฒิ (Peer Review) เป็นแบบ Double Blind
4. การอ้างอิงบทความใช้หลักเกณฑ์ APA (American Psychological Association) คลิก
5. บทความถูกปฏิเสธการตีพิมพ์ ไม่ผ่านการประเมิน ผู้นิพนธ์ขอยกเลิกเองหรือชำระเงินก่อนได้รับการอนุมัติ ทางวารสารไม่มีนโยบายการคืนเงิน
เอกสารอ้างอิง
โกศล สีสังข์.(2565). แนวทางหารพัฒนาสมรถถนะด้านการมุ่งผลสัมฤทธิ์ของผู้บริหารสถานศึกษา สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษากาฬสินธุ์. [วิทยานิพนธ์ปริญญามหาบัณฑิตบัณฑิต]. มหาวิทยาลัยราชภัฏมหาสารคาม.
เจริญ ภู่วิจิตร. (2564). แนวทางการพัฒนาครู และบุคลากรทางการศึกษาในยุค New Normal. สถาบันพัฒนาครู คณาจารย์และบุคลากรทางการศึกษา สำนักงานปลัดกระทรวงศึกษาธิการ.
บุญใจ ชะเอม. (2562). การพัฒนารูปแบบสมรรถนะของผู้บริหารสถานศึกษาของโรงเรียนสังกัดกรุงเทพมหานคร [วิทยานิพนธ์ปริญญาดุษฎีบัณฑิต]. มหาวิทยาลัยบูรพา.
บุษยมาศ แสงเงิน. (2566). ทฤษฎีแรงจูงใจและการทำงานในองค์กร. สถาบันส่งเสริมการจัดการความรู้เพื่อสังคม.
สำนักงานเลขาธิการสภาการศึกษา. (2560). แผนการศึกษาแห่งชาติ พ.ศ. 2560-2579. กระทรวงศึกษาธิการ.