การพัฒนากิจกรรมส่งเสริมสมรรถภาพทางกายโดยใช้กีฬาพื้นบ้าน สำหรับนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาตอนต้น
Main Article Content
บทคัดย่อ
การวิจัยครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อ 1) เพื่อศึกษาแนวทางในการจัดกิจกรรมส่งเสริมสมรรถภาพทางกายโดยใช้กีฬาพื้นบ้านสำหรับนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาตอนต้น 2) เพื่อพัฒนากิจกรรมส่งเสริมสมรรถภาพทางกายโดยใช้กีฬาพื้นบ้านสำหรับนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาตอนต้น 3) เพื่อทดลองใช้และประเมินกิจกรรมส่งเสริมสมรรถภาพทางกายโดยใช้กีฬาพื้นบ้านสำหรับนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาตอนต้น การดำเนินการวิจัยมี 3 ระยะ คือ 1) ศึกษาแนวทางในการจัดกิจกรรมจากการสังเคราะห์เอกสารและสัมภาษณ์ผู้เชี่ยวชาญ 2) พัฒนากิจกรรมโดยประเมินความเหมาะสมและความเป็นไปได้และหาประสิทธิภาพของกิจกรรมส่งเสริมสมรรถภาพทางกาย 3) การทดลองใช้กิจกรรมโดยประเมินสมรรถภาพทางกายและความพึงพอใจของนักเรียน กลุ่มตัวอย่างที่ศึกษาได้แก่ นักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3 ปีการศึกษา 2567 สถิติที่ใช้วิเคราะห์ข้อมูลได้แก่ ค่าเฉลี่ย ค่าส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน สถิติวิเคราะห์ (E1/E2) และสถิติทดสอบที t-test (Dependent Samples)
ผลการวิจัย พบว่า 1) กิจกรรมส่งเสริมสมรรถภาพทางกายโดยใช้กีฬาพื้นบ้านมีความเหมาะสมและความเป็นไปได้อยู่ในระดับมาก (x̅=4.47, S.D.=0.11) 2) แผนการจัดการเรียนรู้มีประสิทธิภาพ 84.89/93.70 ซึ่งสูงกว่าเกณฑ์ที่กำหนด (80/80) 3) การทดสอบภาคปฏิบัติของนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3 ปีการศึกษา 2567 ก่อนและหลังการจัดกิจกรรมส่งเสริมสมรรถภาพทางกายโดยใช้กีฬาพื้นบ้าน โดยจำแนกประเภทของกีฬา พบว่า แตกต่างกันอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .05 4) นักเรียนมีความพึงพอใจโดยรวมต่อกิจกรรมอยู่ในระดับมากที่สุด (x̅=4.93, S.D.=0.11) สรุปได้ว่ากิจกรรมส่งเสริมสมรรถภาพทางกายโดยใช้กีฬาพื้นบ้านมีความเหมาะสม มีประสิทธิภาพ และส่งผลดีต่อสมรรถภาพทางกายและความพึงพอใจของนักเรียนอย่างมีนัยสำคัญ
Article Details

อนุญาตภายใต้เงื่อนไข Creative Commons Attribution-NonCommercial-NoDerivatives 4.0 International License.
ข้อกำหนดเบื้องต้นที่ผู้นิพนธ์(ผู้ส่งบทความ) ควรทราบ
1. ผู้นิพนธ์ที่ประสงค์จะลงตีพิมพ์บทความกับวารสาร ตั้งแต่เดือนมกราคม 2563 เป็นต้นไป ให้ใช้รูปแบบใหม่ (Template 2563) โดยสามารถดูตัวอย่างได้ที่เมนู GUIDELINES
2. จะตีพิมพ์และเผยแพร่ได้ ต้องผ่านการประเมินจากผู้ทรงคุณวุฒิ (Peer Review)
3. การประเมินบทความโดยผู้ทรงคุณวุฒิ (Peer Review) เป็นแบบ Double Blind
4. การอ้างอิงบทความใช้หลักเกณฑ์ APA (American Psychological Association) คลิก
5. บทความถูกปฏิเสธการตีพิมพ์ ไม่ผ่านการประเมิน ผู้นิพนธ์ขอยกเลิกเองหรือชำระเงินก่อนได้รับการอนุมัติ ทางวารสารไม่มีนโยบายการคืนเงิน
เอกสารอ้างอิง
กรมพลศึกษา. (2561). คู่มือกิจกรรมกีฬาพื้นบ้านเพื่อการเรียนรู้ในโรงเรียน. กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา.
กรมพลศึกษา. (2562). คู่มือความปลอดภัยในการจัดกิจกรรมกีฬาในสถานศึกษา. กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา.
กระทรวงสาธารณสุข. (2562). รายงานสถานการณ์สุขภาพเด็กไทย. สำนักนโยบายและยุทธศาสตร์.
ทองจันทร์ พงษ์ลัดดา. (2558). การพัฒนาการเรียนรู้เพื่อสร้างผลสัมฤทธิ์. จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย.
บุญทัน ดอกไธสง. (2563). การใช้กีฬาพื้นบ้านในการส่งเสริมสุขภาพและการเรียนรู้ของนักเรียนระดับมัธยมศึกษา. วารสารวิจัยและพัฒนาการศึกษา, 15(2), 89-100.
สำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.). (2563). กิจกรรมทางกายเพื่อสุขภาพในเด็กและวัยรุ่น. สสส.
สำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.). (2022). Results from the Thailand 2022 report card on physical activity for children and youth. สสส.
สำนักงานเลขาธิการสภาการศึกษา. (2562). รายงานทิศทางการพัฒนาการศึกษาไทยในศตวรรษที่ 21. กระทรวงศึกษาธิการ.
สำนักงานเลขาธิการสภาการศึกษา. (2563). การจัดการเรียนรู้พลศึกษาเพื่อเสริมสร้างสมรรถนะของผู้เรียน. กระทรวงศึกษาธิการ.
สำนักงานเลขาธิการสภาการศึกษา. (2563). การจัดการเรียนรู้เชิงรุกในศตวรรษที่ 21. กระทรวงศึกษาธิการ.
สำนักวิทยาศาสตร์การกีฬา กรมพลศึกษา. (2562). คู่มือแบบทดสอบและเกณฑ์มาตรฐานสมรรถภาพทางกายของเด็ก เยาวชน และประชาชนไทย. กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา.
สุภาพร หอมทอง. (2560). ผลของการใช้กิจกรรมกีฬาพื้นบ้านในการส่งเสริมความสนใจในการออกกำลังกายของนักเรียน. วารสารพลศึกษาและสุขศึกษา, 9(1), 45-52.
สุภาพร หอมทอง. (2561). ผลของการใช้เกมการละเล่นพื้นบ้านที่มีต่อสมรรถภาพทางกายและแรงจูงใจในการออกกำลังกายของนักเรียน. วารสารวิชาการ มหาวิทยาลัยการกีฬาแห่งชาติ, 9(2), 45-56.
อรพิน พันธ์เขตต์. (2560). การใช้กีฬาพื้นบ้านในการส่งเสริมความสัมพันธ์และทัศนคติที่ดีต่อการออกกำลังกายของนักเรียนระดับมัธยมศึกษา. วารสารพลศึกษาและสุขศึกษา, 39(1), 33-47.
Baechle, T. R., & Earle, R. W. (2008). Essentials of strength training and conditioning. NSCA.
Bunthan, D. (2020). The use of traditional games in promoting health and learning of secondary school students. Journal of Educational Research and Development, 15(2), 89-100.
CASEL. (2020). Core SEL competencies. https://casel.org/casel-sel-framework-11-2020/
Caspersen, C. J., Powell, K. E., & Christenson, G. M. (1985). Physical activity, exercise, and physical fitness: Definitions and distinctions for health-related research. Public Health Reports, 100(2), 126-131.
Deci, E. L., & Ryan, R. M. (1985). Intrinsic motivation and self-determination in human behavior. Plenum.
Gabbard, C. P. (2018). Lifelong motor development (7th ed.). Pearson.
Gallahue, D. L., & Donnelly, F. C. (2003). Developmental physical education for all children (4th ed.). Human Kinetics.
Gallahue, D. L., & Ozmun, J. C. (2006). Understanding motor development: Infants, children, adolescents, adults (6th ed.). McGraw-Hill.
Madteh, F. (2014). Effects of traditional games training on early childhood development (Master’s thesis, Prince of Songkla University).
Mosston, M., & Ashworth, S. (2008). Teaching physical education (1st online ed.). Pearson Education.
NASPE. (2004). Physical activity for children: A statement of guidelines. National Association for Sport and Physical Education.
Schmidt, R. A., & Wrisberg, C. A. (2008). Motor learning and performance: A situation-based learning approach (4th ed.). Human Kinetics.
Suskie, L. (2009). Assessing student learning: A common sense guide (2nd ed.). Jossey-Bass.
U.S. Department of Health and Human Services. (2018). Physical activity guidelines for Americans.
World Health Organization. (2018). Global action plan on physical activity 2018-2030: More active people for a healthier world. WHO.