รูปแบบการบริหารวิชาการโดยอิงผู้มีส่วนได้เสียสู่คุณภาพผู้เรียนโรงเรียนปทุมรัตต์พิทยาคม สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษาร้อยเอ็ด
Main Article Content
บทคัดย่อ
การวิจัยนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อ 1) ศึกษาความต้องการจำเป็นของการบริหารวิชาการโดยอิงผู้มีส่วนได้เสีย 2) สร้างและตรวจสอบรูปแบบ 3) ศึกษาผลการใช้รูปแบบ และ 4) ประเมินรูปแบบ ใช้ระเบียบวิธีวิจัยแบบการวิจัยและพัฒนา ประกอบด้วย ระยะที่ 1 ศึกษาความต้องการจำเป็นการบริหารวิชาการโดยอิงผู้มีส่วนได้เสีย ด้วยแบบสอบถาม (IOC=0.60-1.00, ค่าความเชื่อมั่น 0.984 และ 0.982) กับกลุ่มตัวอย่างที่ได้จากการสุ่ม จำนวน 349 คน วิเคราะห์ข้อมูลด้วยสถิติเชิงบรรยายและ PNIModified ระยะที่ 2 สร้างรูปแบบด้วยการสัมภาษณ์ผู้ทรงคุณวุฒิโดยใช้แบบสัมภาษณ์กึ่งโครงสร้างแล้ววิเคราะห์ข้อมูลเชิงเนื้อหา ผู้ทรงคุณวุฒิตรวจสอบของรูปแบบโดยใช้แบบตรวจสอบรูปแบบ (IOC=0.80-1.00) วิเคราะห์ข้อมูลโดยสถิติเชิงบรรยาย ระยะที่ 3 การใช้รูปแบบการบริหารวิชาการโดยอิงผู้มีส่วนได้เสียสู่คุณภาพผู้เรียนในการบริหารงานในสถานศึกษาและศึกษาความพึงพอใจ ด้วยแบบสอบถาม (IOC=0.80-1.00, ค่าความเชื่อมั่น 0.984) กับกลุ่มตัวอย่างที่ได้จากการสุ่ม จำนวน 349 คนวิเคราะห์ข้อมูลด้วยสถิติเชิงบรรยาย และระยะที่ 4 ประเมินรูปแบบ ด้วยแบบประเมินรูปแบบ (IOC=0.80-1.00, ค่าความเชื่อมั่น 0.968) กับกลุ่มตัวอย่างที่ได้จากการสุ่ม จำนวน 349 คน วิเคราะห์ข้อมูลด้วยสถิติเชิงบรรยาย
ผลการวิจัย พบว่า 1) ความต้องการจำเป็นในการพัฒนาการบริหารวิชาการโดยอิงผู้มีส่วนได้เสียมากที่สุด คือ การมีส่วนร่วมในงานวิชาการ 2) รูปแบบการบริหารวิชาการโดยอิงผู้มีส่วนได้เสียสู่คุณภาพผู้เรียน ประกอบด้วย ชื่อรูปแบบ หลักการและแนวคิด วัตถุประสงค์ กระบวนการ ผลลัพธ์ และเงื่อนไขของการนำรูปแบบไปใช้ โดยรูปแบบมีผลการตรวจสอบรูปแบบอยู่ในระดับมากที่สุด 3) คุณภาพผู้เรียนมีผลการประเมินสูงกว่าผลการประเมินตนเองของสถานศึกษา และความพึงพอใจของผู้มีส่วนได้เสียที่มีต่อรูปแบบ อยู่ในระดับมากที่สุด 4) รูปแบบการบริหารวิชาการโดยอิงผู้มีส่วนได้เสียสู่คุณภาพผู้เรียน มีความเหมาะสมความเป็นไปได้และความเป็นประโยชน์ อยู่ในระดับมากที่สุด
Article Details

อนุญาตภายใต้เงื่อนไข Creative Commons Attribution-NonCommercial-NoDerivatives 4.0 International License.
ข้อกำหนดเบื้องต้นที่ผู้นิพนธ์(ผู้ส่งบทความ) ควรทราบ
1. ผู้นิพนธ์ที่ประสงค์จะลงตีพิมพ์บทความกับวารสาร ตั้งแต่เดือนมกราคม 2563 เป็นต้นไป ให้ใช้รูปแบบใหม่ (Template 2563) โดยสามารถดูตัวอย่างได้ที่เมนู GUIDELINES
2. จะตีพิมพ์และเผยแพร่ได้ ต้องผ่านการประเมินจากผู้ทรงคุณวุฒิ (Peer Review)
3. การประเมินบทความโดยผู้ทรงคุณวุฒิ (Peer Review) เป็นแบบ Double Blind
4. การอ้างอิงบทความใช้หลักเกณฑ์ APA (American Psychological Association) คลิก
5. บทความถูกปฏิเสธการตีพิมพ์ ไม่ผ่านการประเมิน ผู้นิพนธ์ขอยกเลิกเองหรือชำระเงินก่อนได้รับการอนุมัติ ทางวารสารไม่มีนโยบายการคืนเงิน
เอกสารอ้างอิง
กิตติญาภัทร พวงประดิษฐ์, เนตรธิดา อินทรักษ์, และศลิษา ราไชย. (2567). การบริหารจัดการแบบมีส่วนร่วม. วารสารการบริหารการจัดการและการพัฒนาที่ยั่งยืน, 2(4), 805-812.
ประเวศ เวชชะ, บุญชอบ จันทาพูน, สุขสันต์ สอนนวล, และธัชชัย จันทร์สาห์. (2565). การมีส่วนร่วมพัฒนาคุณภาพการจัดการศึกษา. วารสารวิชาการสถาบันการจัดการแห่งแปซิฟิก สาขามนุษยศาสตร์และสังคมศาสตร์, 8(3), 167-181.
พิทักษ์ เอ็นดู. (2564). การพัฒนารูปแบบการบริหารงานวิชาการสู่คุณภาพผู้เรียนโรงเรียนเทพศิรินทร์ร่มเกล้า. วารสารครุศาสตร์ มหาวิทยาลัยราชภัฏมหาสารคาม, 18(2), 189-203.
มนตรา ฟักมงคล. (2564). รูปแบบการบริหารจัดการเพื่อพัฒนาระบบการประกันคุณภาพการศึกษาภายในโรงเรียนราชานุบาล สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาน่าน เขต 1 (รายงานผลการวิจัย). สำนักงานคณะกรรมการข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา.
มีเกียรติ นาสมตรึก. (2563). การพัฒนารูปแบบการบริหารงานวิชาการแบบมีส่วนร่วมที่มีประสิทธิผลของโรงเรียนอุบลปัญญานุกูล จังหวัดอุบลราชธานี (รายงานผลการวิจัย). สำนักงานคณะกรรมการข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา.
มุกระวี พินิจลึก, และเสาวนี สิริสุขศิลป์. (2566). รูปแบบการพัฒนากรอบความคิดแบบเติบโต (Growth Mindset) ของผู้บริหารสถานศึกษา สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษาขอนแก่น. วารสารศึกษาศาสตร์ มหาวิทยาลัยขอนแก่น, 47(4), 45-59.
ธีระ รุญเจริญ. (2550). ความเป็นมืออาชีพในการจัดและบริหารการศึกษายุคปฏิรูปการศึกษา. ข้าวฟ่าง.
สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน. (2550). แนวทางการกระจายอำนาจการบริหารและการจัดการศึกษาให้คณะกรรมการสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาและสถานศึกษา ตามกฎกระทรวง กำหนดหลักเกณฑ์และวิธีการกระจายอำนาจการบริหารและการจัดการศึกษา พ.ศ. 2550. โรงพิมพ์ชุมนุมสหกรณ์การเกษตรแห่งประเทศไทย.
สุวิมล ว่องวาณิช. (2548). การวิจัยการประเมินความต้องการจำเป็น. จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย
หทัยชนก วงศ์กาฬสินธุ์. (2565). การพัฒนากลยุทธ์การบริหารแบบมีส่วนร่วมในสถานศึกษาขั้นพื้นฐาน สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาระยอง เขต 1. วารสารศิลปการจัดการ, 6(2), 826-843.
อรนลิน จินะฝั้น. (2564). การพัฒนารูปแบบชุมชนแห่งการเรียนรู้ทางวิชาชีพเพื่อส่งเสริมการจัดการเรียนรู้เชิงรุกของครูโรงเรียนโสตศึกษาจังหวัดเพชรบูรณ์ (รายงานผลการวิจัย). สำนักงานคณะกรรมการข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา.
Arnold, R. D., & Wade, J. P. (2015). A Definition of Systems Thinking: A Systems Approach. Procedia Computer Science, 44, 669-678. https://doi.org/10.1016/j.procs.2015.03.050
Best, J. W. (1981). Research in Education (4th ed.). Prentice Hall.
Bouliane, D., & Hirst, N. (2016). Collaborative stakeholder engagement for sustainable development. Environmental Politics, 25(6), 1042-1058.
Bryson, J. M. (2004). Strategic planning for public and nonprofit organizations: A guide to strengthening and sustaining organizational achievement. Jossey-Bass.
Cohen, J. M., & Uphoff, N. T. (1981). Rural Development Participation: Concept and Measure for Project Design Implementation and Evaluation: Rural Development Committee Center for international Studies. Cornell University Press.
Freeman, R. E. (1984). Strategic management: A stakeholder approach. Pitman.
Friedmann, R. & Miles, S. (2018). Stakeholder engagement: Strategies for effective management in complex projects. International Journal of Project Management, 36(3), 375-386.
Gandonou, C., et al. (2019). Building stakeholder trust in sustainable urban development. Sustainable Cities and Society, 44(1), 585-593.
Keeves, P. J. (1997). Educational research, Methodology and measurement: An international handbook. Pergamon Press.
Kessler, M., & Dewing, J. (2014). Stakeholder engagement in healthcare improvement: A review of the literature. Health Expectations, 17(4), 582-593.
Krejcie, R. V., & Morgan, D. W. (1970). Determining Sample Size for Research Activities. Educational and Psychological Measurement, 30(3), 607-610. https://doi.org/10.1177/001316447003000308
Li, X., & Ma, Z. (2019). Stakeholder engagement in urban planning and management. Journal of Urban Affairs, 41(3), 12-29.
McKinney, J. B., & Smith, M. L. (2017). Participatory management: Strategies and models. Public Administration Review, 504, 121-132.
Willer, D. (1986). Scientific Sociology: Theory and method. Prentice Hall.