บทบาทผู้บริหารสถานศึกษาในการส่งเสริมการดำเนินงานโรงเรียนคอนเน็กซ์อีดี เพื่อพัฒนาคุณภาพสถานศึกษา สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษา มัธยมศึกษาศรีสะเกษ ยโสธร
คำสำคัญ:
การส่งเสริมการดำเนินงานโรงเรียน; , โรงเรียนคอนเน็กซ์อีดี; , การพัฒนาคุณภาพสถานศึกษาบทคัดย่อ
บทความนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อ 1) ศึกษาบทบาทผู้บริหารสถานศึกษาในการส่งเสริมการดำเนินงานโรงเรียนคอนเน็กซ์อีดีเพื่อพัฒนาคุณภาพสถานศึกษา และ 2) ศึกษาข้อเสนอแนะการพัฒนาบทบาทผู้บริหารสถานศึกษาในการส่งเสริมการดำเนินงานโรงเรียนคอนเน็กซ์อีดีเพื่อพัฒนาคุณภาพสถานศึกษา สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษาศรีสะเกษ ยโสธร กลุ่มตัวอย่าง ได้แก่ ผู้บริหารสถานศึกษา และครูผู้สอน จำนวน 234 คน ซึ่งมีผู้ตอบแบบสอบถาม จำนวน 216 คน คิดเป็นร้อยละ 92.31 เครื่องมือที่ใช้ในการวิจัยเป็นแบบสอบถาม มาตราส่วนประมาณค่า 5 ระดับ สถิติที่ใช้ ได้แก่ ค่าความถี่ ค่าร้อยละ ค่าเฉลี่ย ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน และการวิเคราะห์เนื้อหา
ผลการวิจัย พบว่า 1. บทบาทผู้บริหารสถานศึกษาในการส่งเสริมการดำเนินงานโรงเรียนคอนเน็กซ์อีดีเพื่อพัฒนาคุณภาพสถานศึกษา โดยรวมและรายด้าน มีการปฏิบัติอยู่ในระดับมากที่สุด 2. ข้อเสนอแนะการพัฒนาบทบาทผู้บริหารสถานศึกษาในการส่งเสริมการดำเนินงานโรงเรียนคอนเน็กซ์อีดีเพื่อพัฒนาคุณภาพสถานศึกษา ดังนี้ 1) ด้านการบริหารงานวิชาการ โรงเรียนควรมีงบประมาณที่เพียงพอสำหรับนำชาวต่างชาติมาสอนในสถานศึกษาเพื่อพัฒนาการจัดการเรียนการสอน 2) ด้านการบริหารงานงบประมาณ ผู้บริหาร หัวหน้ากลุ่มงานงบประมาณ และหัวหน้ากลุ่มสาระการเรียนรู้ ควรดำเนินการเกี่ยวกับการจัดทำรายงานการใช้จ่ายงบประมาณให้ถูกต้องและเป็นไปตามระเบียบของทางราชการ 3) ด้านการบริหารงานบุคคล ผู้บริหารควรมีการกำหนดบทบาทหน้าที่และภารกิจของครู และบุคลากร ในการดูแลงานด้านต่าง ๆ นอกเหนือจากภารงาน 4 ฝ่าย อย่างชัดเจน และ 4) ด้านการบริหารงานทั่วไป โรงเรียนควรจัดอาคารเรียน อาคารประกอบ ห้องเรียน ห้องปฏิบัติการพิเศษ (ห้องปฏิบัติการทางวิทยาศาสตร์ คณิตศาสตร์ ภาษา ฯลฯ) ห้องสมุด แหล่งเรียนรู้ ทั้งในห้องเรียนและนอกห้องเรียนให้กับผู้เรียนอย่างเหมาะสม เพียงพอ เอื้อต่อการเรียนรู้ของผู้เรียน
Downloads
เอกสารอ้างอิง
กฤษกร สุขเวชชวรกิจ, ไตรทศ บำสุวรรณ, ธนะชาติ กิติชัยชนานนท์, ธีรยุทธ ศักดิ์วิลาสตระกูล, นฤชา ฤชุพันธุ์, นิธิ อธิคมเวโรจน์, ปิยะ สมานคติวัฒน์, สำเริง บุญโต และ อนรรม หวั่งหลี. (2561). ประสิทธิภาพการใช้เทคโนโลยีดิจิทัลในกาบริหารจัดการศึกษาโรงเรียนประชารัฐ สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษา เขต 33. กรุงเทพฯ: สถาบันพระปกเกล้า.
ทิพวรรณ โพธิ์ขำ. (2563). รูปแบบการบริหารโรงเรียนประชารัฐในยุคดิจิทัลสังกัดสำนักงานคณะกรรมการศึกษาขั้นพื้นฐาน. (วิทยานิพนธ์ปริญญาดุษฎีบัณฑิต). บัณฑิตวิทยาลัย: มหาวิทยาลัยราชภัฏนครสวรรค์.
นงค์นุช ผลาเลิศ. (2560). สภาพและปัญหาการดำเนินงานโรงเรียนประชารัฐในภาคตะวันออกเฉียงเหนือ. (วิทยานิพนธ์ปริญญามหาบัณฑิต). บัณฑิตวิทยาลัย: มหาวิทยาลัยราชภัฏอุดรธานี.
ฟาอิส แวเยะ. (2565). คู่มือการดำเนินงานของโรงเรียนภายใต้โครงการคอนเน็กซ์อดี. สืบค้นเมื่อ 2 กุมภาพันธ์ 2567, จาก https://anyflip.com/fqpcc/yjbs/basic.
มูลนิธิสานอนาคตการศึกษา คอนเน็กซ์อีดี. (2563). การประเมินคุณภาพโรงเรียน ตัวชี้วัด (KPIs). สืบค้นเมื่อ 21 พฤศจิกายน 2565, จาก https://connexted.org/public/cned/assets/files/CONNEXTED_KPIs.pdf.
ยงศักดิ์ ก้างยาง. (2560). แนวทางการบริหารสถานศึกษาเพื่อเตรียมความพร้อมเข้าร่วมโครงการโรงเรียนประชารัฐของโรงเรียนโยนกวิทยา. (วิทยานิพนธ์ครุศาสตรมหาบัณฑิต). บัณฑิตวิทยาลัย: มหาวิทยาลัยราชภัฏเชียงราย.
โรงเรียนประชารัฐ. (2560). ข้อมูลตัวชี้วัด (KPIs). สืบค้นเมื่อ 21 พฤศจิกายน 2565,
จาก http://www.pracharathschool.go.th/kpi/summary.
วชิรพันธุ์ เสียมภักดี. (2562). สภาพและแนวทางการดำเนินงานของโรงเรียนประชารัฐในสังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษา เขต 39. (วิทยานิพนธ์การศึกษามหาบัณฑิต). บัณฑิตวิทยาลัย: มหาวิทยาลัยนเรศวร.
วีระพงษ์ ก้านกิ่ง. (2560). สภาพและปัญหาการบริหารงบประมาณของสถานศึกษาขั้นพื้นฐาน สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษา เขต 29. (วิทยานิพนธ์ปริญญาดุษฎีบัณฑิต). บัณฑิตวิทยาลัย: มหาวิทยาลัยราชภัฏอุบลราชธานี.
สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษาศรีสะเกษ ยโสธร. (2565). รายงานการกำกับ ติดตาม และประเมินผลการจัดการศึกษา ปีการศึกษา 2565. ศรีสะเกษ: สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษาศรีสะเกษ ยโสธร.
สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน. (2561). แนวทางการประเมินคุณภาพตามมาตรฐานการศึกษา. กรุงเทพฯ: โรงพิมพ์ชุมนุมสหกรณ์การเกษตรแห่งประเทศไทย.
Best, J. W. (1977). Research in education. (3rd ed.). Prentice Hall.
Krejcie, R. V., & Morgan, D. W. (1970). Determining sample size for research activities. Educational and Psychological Measurement, 30(3), 607-610. https://doi.org/10.1177/001316447003000308.
ดาวน์โหลด
เผยแพร่แล้ว
รูปแบบการอ้างอิง
ฉบับ
ประเภทบทความ
สัญญาอนุญาต
ลิขสิทธิ์ (c) 2024 วารสารมหาจุฬาคชสาร

อนุญาตภายใต้เงื่อนไข Creative Commons Attribution-NonCommercial-NoDerivatives 4.0 International License.